บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ขอทุกฝ่ายปรับปรุงตัว ร่วมมือสร้าง 'ปรองดอง' เชื่อดีขึ้นแน่นอน

นายกฯ ชี้ปรองดองอยู่ที่คน ย้ำ ก.ม.ไทยมีบทลงโทษทั้งผู้ให้-ผู้รับ จึงทำให้สมยอม เพราะกลัวความผิด ขอช่วยคิดแก้ปัญหาอย่าเอาแต่โจมตี ระบุมีนักการเมืองไม่ดีพูดทำสังคมเข้าใจผิด ว่า รบ.ไม่ทำอะไร ยันทำเต็มที่ไม่ให้เสียเวลาเปล่า ขอความเป็นธรรม-กำลังใจให้ รัฐ-คสช. จวกสื่อเสนอข่าวดูแคลนแม่น้ำ 5 สาย เข้าตำรา "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ถึงการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมผลงานที่รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ปฏิบัติไปแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงขออย่ามองเฉพาะบางกิจกรรม ทุกอย่างไม่ว่าจะทำความผิดก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ ตนทำเท่าที่ทำได้มากที่สุด ยืนยันไม่ได้รังแกใคร ไปสู้กันในศาล ในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบของ ป.ย.ป.ในส่วนของรัฐบาลและ คสช.นั้น มีหน้าที่เพียง สั่งการ มอบนโยบาย กำกับดูแล เหมือนกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพียงแต่เอางานอื่นจาก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นำมาเสริมเข้าไปด้วยกัน

"ทุกคนต้องหยุดเรื่องเก่าแล้วทำเรื่องใหม่ให้ได้ ประชาชนก็ต้องเห็นใจ เพราะที่ผ่านมาอาจจะขาดการดูแลที่ไม่เข้มงวดในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่แก้ไขต่างๆ วันนี้เราจึงเข้ามาแก้ไขให้เกิดความถูกต้อง แต่อาจจะไม่ถูกใจคนหลายคน เราจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่จำเป็นต้องมีกฎหมายลูกออกมา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตราทุกมาตราในรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นอยากขอความร่วมมือจากคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ทำความเข้าใจกันให้ได้ ว่าเราจะอยู่กันอย่างไร อย่าไปมองประเด็นใดประเด็นหนึ่งอย่างเดียว เพราะมีหลายอย่างที่เป็นปัญหา เช่น ความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตย มีการบิดเบือนไปหรือไม่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การปรองดองอยู่ที่คน ถ้าทุกคนไม่อยากปรองดอง ตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ฉะนั้นทุกคนก็ต้องช่วยกัน เพื่อประเทศชาติ เพราะหลายอย่างเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง และถ้ามีการเลือกตั้งแล้วยังเป็นแบบนี้กันอยู่ ประเทศชาติจะสงบได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าปรองดองอย่างไร ถ้าคิดว่าทำไมต้องไปปรองดองให้กับคนบางคน บางกลุ่ม ปรองดองให้กับตัวเราเองไม่ดีกว่าหรือถ้าทุกคนคิดแบบนี้ไปได้ อย่าไปคิดแทนคนอื่น อย่าให้เราต้องมาบังคับกัน เรื่องการปรองดองควรหันหน้าเข้าหากัน จับเข่าคุยกันรัฐบาล ประชาชน เจ้าหน้าที่ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้ามาคุยกัน ว่าเราจะปรับปรุงตัวเอง รวมถึงรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องยอมปรับปรุงตัวเองด้วย รวมถึงถ้าทุกคนปรับปรุงตัวเองได้ ทุกอย่างก็ดีหมด

"วันนี้จึงไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายถึงวันนั้น ที่ผมพูดไม่ต้องการที่จะไปเป็นอุปสรรคต่อการปรองดอง ผมพูดให้คนคิด ให้เข้าใจ แล้วก็แก้ไข อย่าให้เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาล ประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทหารเราเข้ามานั้นเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ที่ลุกลามไปสู่การจลาจล ไปสู่การใช้อาวุธ มีการบาดเจ็บ สูญเสีย เราจึงต้องเข้ามา ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันว่า เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่ากฎหมายไทยเขียนไว้แล้วว่าต้องมีความผิดทั้งผู้ให้และผู้รับ โดยผู้ให้นั้นมักจะมีการพูดว่าไม่กล้าร้องทุกข์กล่าวโทษ สมยอม เพราะกลัวความผิด กลัวติดคุก จึงเป็นสิ่งที่เราต้องมาคิดกันว่าในกระบวนการยุติธรรมที่เราใช้อยู่ปัจจุบันที่ใช้คำว่าต้องมีหลักฐาน มีวัตถุพยาน มีพยานบุคคล ถ้าไม่มีตรงนี้ ไม่มีผู้ร้องทุกข์ กล่าวโทษ ก็จะไปดำเนินคดีกับผู้รับได้ยาก เพราะไม่มีโจทก์ ก็ต้องใช้การสอบสวน ตามกระบวนการ หากไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก ก็กลับมาที่เดิม สังคมก็ไม่ไว้วางใจฝ่ายรัฐเข้าไปอีก ดังนั้นควรพิจารณาร่วมกัน อย่าเอาแต่โจมตีเรื่องนี้เลย เราต้องช่วยกันคิดว่าแก้ปัญหานี้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศว่า วันนี้เรามีแม่น้ำทั้ง 5 สาย ร่วมกันทำงานอยู่แล้ว อยากให้ทุกคนช่วยกันติดตามข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ซึ่งอาจจะมีนักการเมืองไม่ดีหลายคน ออกมาพูดทำให้สังคมเข้าใจผิด ว่าเราไม่ทำอะไร หรือทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ ทำให้เสียเวลาเปล่า ซึ่งรัฐบาลและคสช. ทำเต็มที่ ไม่อยากให้เสียเวลาเปล่า จึงขอให้ความเป็นธรรม ให้กำลังใจกับรัฐบาล ข้าราชการและคสช. ด้วย

"ไม่อยากให้เอาทีละเรื่อง ทีละจุด มาติ มาต่อว่า แล้วก็มาขยายความขัดแย้ง แล้วประชาชนแล้วสังคมก็ไม่เข้าใจก็ไม่ร่วมมือ ทุกคนก็ถูกกดดันให้ออกมากดดันรัฐบาล มาเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐ ดังนั้นเรายิ่งต้องสร้างการเรียนรู้ สร้างความเข้มแข็ง ซึ่งสื่อจะช่วยผมได้มาก ก็ขอร้องกันแล้วกัน จะเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนให้กับประเทศด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในการปฏิรูประบบราชการ หรือส่วนราชการนั้น ต้องคำนึงถึงกรอบยุทธศาสตร์ชาติด้วย และต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ซึ่งประเทศเราจำเป็นต้องมีการปฏิรูปในหลายประเด็น บางประเด็นทำไม่ได้ในระยะสั้นๆ ฉะนั้นการทำงานในวันนี้ข้าราชการต้องมีประสิทธิภาพ มีขีดความสามารถสูงขึ้น ทำงานให้หนักขึ้น โดยรัฐบาลเองมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและบริหารราชการจากบนลงล่าง เพื่อประชาชนทั้งประเทศ โดยเมื่อแผนการโครงการต่างๆ ลงไปในระดับพื้นที่แล้ว กระทรวงมหาดไทยก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ถือเป็นผู้ที่มีความสำคัญมากที่สุด ในการขับเคลื่อนในพื้นที่ ในฐานะพ่อเมืองควรเป็นคนที่มีลักษณะพึงประสงค์ คือต้องมีทั้งวิสัยทัศน์ มีการปฏิบัติงานเชิงรุก และมองประเด็นปัญหาการปฏิบัติในพื้นที่ได้ครบทุกมิติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อบางฉบับหรือสื่อโทรทัศน์บางช่อง เสนอข่าวในเชิงที่ดูถูก ดูแคลน การทำงานของแม่น้ำ 5 สาย ว่า เป็นเรื่องที่ไร้ข้อเท็จจริง ตนอยากให้ประชาชนและสังคม ได้พิจารณาอย่างเป็นกลาง ซึ่งสื่อที่ขาดจรรยาบรรณเหล่านี้มีส่วนน้อย ที่เขียนวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ หลายเรื่องก็เสร็จไปเยอะแล้ว ไม่ใช่ทหารคิดเองทำเองหมด ตนเป็นเพียงหนึ่งในผู้นำ แต่ภาคเอกชนและข้าราชการร่วมมือกันทำงาน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หลายอย่างที่เสนอข่าวกันมานั้น บางอย่างเกินเลย อาจเพียงเพื่อสร้างกระแสแล้วก็มาอ้างว่ารัฐบาลนี้ปิดกั้น ซึ่งหากสื่อขายดี แต่ประเทศชาติ สังคมเกิดการแตกแยกทางความคิด มีความขัดแย้งขยายวงกว้าง จนเกิดความรุนแรงไปสู่การจลาจล แล้วใครจะรับผิดชอบ ที่ผ่านมาทุกคนก็เผชิญกับสถานการณ์เหล่านั้นมาโดยตลอด ดังนั้นจะรับผิดชอบกันไหวหรือไม่ เพราะว่าถ้าเกิดความเข้าใจผิด จากการบิดเบือน ปลุกระดม ความรุนแรงมันก็เกิดขึ้น จึงฝากสื่อในการใช้จรรยาบรรณสื่อที่ดี พิจารณาการแพร่ภาพที่ไม่เหมาะสม อุจาดตา เป็นผลเสียต่อสังคม โดยเฉพาะเยาวชน ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการเสนอข่าว และช่วยกันจรรโลงสังคมให้น่าอยู่ขึ้น

"เหมือนเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมานะครับ สื่อทุกสื่อ ประชาชนหลายคนก็เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แปลกดีเหมือนกันที่หาพยานยาก วันนี้ก็เห็นว่าเอาเรื่องในอดีตมาเขียนให้ทะเลาะกันอีก ก็ไปไม่ได้ทั้งหมด วันนี้กำลังพูดไปข้างหน้า การแก้ปัญหาต้องแก้วันนี้ให้ได้ แล้วเดินหน้าต่อไปข้างหน้า ที่ผ่านมาแล้วก็ใช้กฎหมายแก้ไป มีการทำร้ายประชาชน ทำลายประชาธิปไตย ใช้ความรุนแรง แล้วไปดูอีกฝ่ายเขาใช้อะไร เริ่มต้นจาก 2 กลุ่มทั้งสิ้นที่ผ่านมา จึงอย่าลืมสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาแล้ว เป็นบทเรียนราคาแพง เพราะมีคนบาดเจ็บสูญเสียจำนวนมาก" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว