บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อเมืองน้ำดำ ตั้งคณะทำงานสอบ ปมชาวบ้านท่าคันโท ถูกหลอกกู้เงินลงทุน

ชาวบ้านท่าคันโท เมืองกาฬสินธุ์ อ้างถูกสถาบันการเงินในหมู่บ้านหลอกให้กู้ธ.ออมสินเพื่อลงทุนมีปันผลแต่ได้เงินไม่ครบ ซ้ำโดนหนังสือทวงหนี้ พ่อเมือง เรียกถกตั้งคณะทำงานสอบ เร่งแก้ปัญหา ขณะที่ศธ.จังหวัด สอบข้อเท็จจริงอีกทาง ผอ.โรงเรียน ทำหน้าที่ปธ.สถาบันการเงิน...

วันที่ 17 ก.พ.2560 มีความคืบหน้า กรณีชาวบ้านอ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ร้อง คสช. ว่า ถูกสถาบันการเงินในหมู่บ้านหลอกให้กู้เงินผ่านโครงการธนาคารออมสิน รายละ 200,000 บาท แต่ให้มอบอำนาจการถอนเงินเพื่อลงทุนรายละ 190,000 บาท เพื่อสร้างกำไรปันผลสารพัดโครงการชวนเชื่อ โดยผ่านไปไม่ถึงปีได้มีหนังสือทวงเงิน คาดเสียหายเบื้องต้นกว่า 60 ล้านบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ พร้อมทหาร ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบ

ล่าสุดนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายพลานุภาพ ธนพร คำแพทย์ นายอำเภอท่าคันโท ร.ท.จักรภัทร ตระการไทย หน.ชุดปฏิบัติการกองร้อยรักษาความสงบเรียบร้อย กองพันทหารม้าที่ 14 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ นายจารึก ตันเจริญ พัฒนาการอำเภอท่าคันโท และ น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาทันคันโท และตัวแทนชาวบ้าน จำนวน 50 คน ได้ประชุมชี้แจงปัญหาเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา โดยมี นายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.ร.ร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ในฐานะประธานสถาบันการเงิน หมู่ที่ 9 ตำบลท่าคันโท ซึ่งเป็นคู่กรณีเข้าร่วม

ด้านนางวิไลวรรณ มณีจันทร์ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 บ้านท่าคันโท หมู่ 2 อ.ท่าคันโท ต.ท่าคันโท  กล่าวว่า ตนเป็นผู้หนึ่งที่ถูกชักชวนโดยสถาบันการเงินชุมชน ในช่วงปลายปี 2558 โดยได้เข้าร่วมกู้เงินในครอบครัว 3 คน ประกอบด้วยตนและสามีและลูก รวมเป็นเงิน 600,000 บาท โดยให้ไปเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท แล้วจะให้เงินคนละ 10,000 บาท ต่อสมุดบัญชีหนึ่งเล่ม ซึ่งเมื่อไปเปิดบัญชี ทางสถาบันการเงินฯ ก็ได้นำเงินสด จำนวน 30,000 บาท มาให้จริง แต่ก็ได้เก็บสมุดบัญชีไป จนต่อมามีหนังสือทวงเงินจากธนาคารออมสิน รายละ 200,000 บาท และมีการส่งหนังสือจากทนายความของธนาคาร จึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อนบ้าน ก็ปรากฏว่า มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงได้รวมตัวกันไปแจ้งความไว้ในช่วงต้นปี 2560 และมีการร้องทุกข์เรื่อยมา ซึ่งตนและครอบครัวไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงได้มาขอความเป็นธรรมเพราะไม่เคยได้ใช้เงิน จำนวน 570,000 บาท อีกทั้งมีฐานะยากจน จึงขอความเป็นธรรม

ด้าน น.ส.เนาวรัตน์ สวัสดี ผู้ช่วย ผจก.ธนาคารออมสิน สาขา อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับสินเชื่อ ที่ทางธนาคารปล่อยกู้ในครั้งนี้ เป็นสินเชื่อองค์กรชุมชนรายย่อยอเนกประสงค์ ทั้งนี้ องค์กรชุมชนนั้นหมายถึงกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมทางด้านเศรษฐกิจ ส่วนกรณีที่มีปัญหาครั้งนี้นั้น ทางสถาบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท หมู่ 9 เป็นผู้รวบรวมสมาชิกที่ประสงค์จะกู้เงิน เพื่อไปใช้ในการอุปโค บริโภค หรือทำกิจกรรมกรรมอะไรก็ได้ในชีวิตประจำวัน โดยทางองค์กรสถาบันจะตรวจสอบและดูแลข้อมูลคุณสมบัติเบื้องต้น ซึ่งผู้ที่จะกู้เงินได้ต้องเป็นสมาชิกขององค์กร และทางคณะกรรมการจะเป็นผู้เซ็นรับรอง และรวบรวมส่งมายังธนาคาร จากนั้นทางธนาคารจะตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งหากไม่มีปัญหาก็จะนัดทำสัญญา

“ส่วนขั้นตอนการชำระนั้น หากค้างภายใน 1-3 เดือน ซึ่งทางธนาคารออมสินสาขา อ.ท่าคันโท จะเป็นผู้ออกหนังสือติดตามทวงถาม และหากยังไม่มีการชำระล่วงเลยไปถึง 4 เดือน ทางธนาคารออมสินเขต ก็จะเป็นผู้ติดตามเอง"

สำหรับกลุ่มผู้กู้เงินที่เกิดปัญหาครั้งนี้ ทางธนาคารออมสิน ได้สอบถามไปยังประธานสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นทางสถาบันจะให้สมาชิกทำการปรับปรุงโครงการหนี้ ซึ่งจะทำให้ยอดเงินในการผ่อนชำระน้อยลง และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระออกไปเท่านั้น แต่ยอดเงินกู้ และสัญญากู้ยังคงเป็นชื่อผู้กู้เดิมตั้งแต่แรก

ขณะที่นายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.ร.ร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ประธานสถาบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท หมู่ 9 ยอมรับว่า ได้ให้ชาวบ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกร่วมกันกู้เงินจริง โดยมีทั้งหมด 265 ราย ซึ่งแต่ละรายจะสามารถกู้ได้ 200,000 บาท โดยหลังจากทำสัญญากู้เงิน และทางธนาคารอนุมัติแล้ว ทางสถาบันจะให้เงินสมาชิกรายละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าเซ็นสัญญา และถือว่าเป็นค่าปันผล ส่วนที่เหลือรายละ 190,000 บาท ทางสถาบันได้นำเงินทั้งหมดไปปล่อยเงินกู้ ร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งมีผู้กู้เงินไปแล้วประมาณ 1,000 ราย แต่ขณะนี้กลับเกิดปัญหาเนื่องจากทางสถาบัน ไม่สามารถตามเก็บดอกเบี้ยและเงินต้นจากผู้กู้ได้ จึงทำให้ไม่มีเงินไปจ่ายคืนให้กับทางธนาคาร จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า หนี้สินของชาวบ้านทั้งหมด ทางสถาบันจะเป็นผู้จ่ายเอง แต่จะต้องทำเรื่องปรับปรุงโครงการสร้างหนี้ เพื่อลดยอดการชำระและขยายเวลาออกไป เพื่อที่ทางสถาบันจะได้มีเวลาติดตามทวงหนี้จากผู้กู้ แล้วนำไปส่งธนาคาร

ขณะที่ นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว หลังจากมีชาวบ้านเข้ามาร้องทุกข์ก็ได้สั่งให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง พร้อมกับตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา 1 ชุด เบื้องต้นได้ให้ชาวบ้านเข้าไปปรับปรุงโครงการสร้างหนี้กับธนาคาร เพื่อลดยอดเงินการจ่ายและขยายระยะเวลา ซึ่งทางประธานสถาบันเองก็ยินยอมที่จะจ่ายเงินคืนทั้งหมด แต่ต้องเก็บเงินจากผู้กู้ได้เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะต้องตรวจสอบบัญชีของสถาบันการเงินแห่งนี้อย่างละเอียดว่า ได้ให้สมาชิกที่เป็นชาวบ้านไปกู้ทั้งหมดกี่ราย เป็นยอดเงินเท่าไร และเงินที่ได้ไปนั้น ไปปล่อยกู้จริงหรือไม่ ปล่อยกู้กี่ราย จำนวนเงินเท่าไร พร้อมทั้งตรวจสอบว่า ทางสถาบันขออนุญาตจัดตั้งถูกต้องหรือไม่ และเพื่อป้องกันปัญหาด้านอายุความหากเข้าข่ายฉ้อโกง ได้แนะนำให้ประชาชนผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าคันโท เป็นรายๆ ไป

มีรายงานว่า คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงนายไกรสวัสดิ์ แก้วคำหาญ ผอ.ร.ร.โนนสำราญวิทย์ อำเภอท่าคันโท ประธานสถาบันการเงินชุมชนบ้านท่าคันโท หมู่ 9 เนื่องจากเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งหากมีมูลการทุจริตโทษสูงสุดจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ขณะที่มีรายงานว่า ยังมี ตำบลกรุงเก่า ตำบลนาตาล ตำบลยางอุ้ม และตำบลกุดจิก ที่มีชาวบ้านเริ่มทยอยเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีผู้เสียหายในเรื่องนี้มากกว่า 800 ราย ทั้งนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง จะทำการแยกประเภทปัญหาว่า มีความเกี่ยวข้องกับการกู้เงินจากธนาคารออมสิน สาขาท่าคันโท หรือไม่.