รองอธิบดีฉกภาพที่ญี่ปุ่น เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว คาดต้น มี.ค.รู้ผล - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

รองอธิบดีฉกภาพที่ญี่ปุ่น เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว คาดต้น มี.ค.รู้ผล

นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ มารับทราบข้อกล่าวหา ผิดวินัยร้ายแรงแล้ว เจ้าตัวขอแจงเป็นลายลักษณ์อักษร 20 ก.พ.นี้ คาดทราบผลปลดออก หรือไล่ออกไม่เกินต้น มี.ค.นี้

จากกรณี นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ก่อเหตุขโมยภาพเขียนในโรงแรมที่พักแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น กระทั่งล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานการประชุมพิจารณาความผิดทางวินัย และเรียกให้นายสุภัฒมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 15 ก.พ.นี้

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุภัฒ สงวนดีกุล รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาความผิดทางวินัย กรณีนายสุภัฒก่อเหตุขโมยภาพเขียน 3 รูป ในโรงแรมที่พักแห่งหนึ่งที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง โดยใช้เวลาในการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 20 นาที ก่อนจะเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้คณะกรรมการแจ้งให้นายสุภัฒมารับทราบข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง ซึ่งนายสุภัฒขอทำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นลายลักษณ์อักษรให้คณะกรรมการภายใน 5 วัน โดยจะส่งกลับมาให้คณะกรรมการในวันที่ 20 ก.พ.นี้ ซึ่งนายสุภัฒสามารถมาส่งเอกสารด้วยตัวเองหรือให้ตัวแทนมาส่งเอกสารให้ทางเลขาฯ คณะกรรมการก็ได้ และหลังจากได้เอกสารชี้แจงแล้วคณะกรรมการจะพิจารณาก่อนสรุปผล คาดว่าไม่เกินต้นเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายสุภัฒในการชี้แจงข้อเท็จจริงด้วย

"ในการพิจารณาคดีผิดวินัยร้ายแรงของนายสุภัฒนั้น จะนำกรณีตัวอย่างที่ข้าราชการระดับสูงกระทรวงพาณิชย์เคยกระทำผิดนำสินค้าเข้าประเทศเกาหลี มาเทียบเคียงใช้เป็นบรรทัดฐานในการพิจารณาคดี โดยต้องดูว่ากระทบชื่อเสียงกระทรวงพาณิชย์มากน้อยแค่ไหน อีกทั้งต้องพิจารณาคุณงามความดีที่ท่านได้เคยสั่งสมมาร่วมพิจารณาด้วย" รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าว

พ.ต.อ.ดุษฎี เผยต่อว่า เบื้องต้นในการตัดสินผิดวินัยจะมีโทษ 2 ลักษณะ คือ 1.โทษเบาสุด คือ ปลดออก และ 2.หนักสุด คือ การไล่ออกจากราชการ อย่างไรก็ตาม หลังจากรวบรวมผลสอบเสร็จหมดแล้วทางคณะกรรมการพิจารณาจะนำผลทั้งหมดส่งให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) กระทรวงพาณิชย์ ให้พิจารณาอีกครั้งตามขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โทษทางวินัยตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มี 5 สถาน คือ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน และลดเงินเดือน ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยเล็กน้อย ส่วนความผิดวินัยร้ายแรง มี 2 สถาน คือ ปลดออก เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนผู้นั้นลาออกจากราชการ และไล่ออก เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการโดยไม่ได้รับบำเหน็จบำนาญ.


advertisement