วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ มั่นใจ ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางการลงทุนของอาเซียน

บิ๊กตู่ มั่นใจศักยภาพไทยสูงพร้อมเป็นแกนกลางการค้าการลงทุนของภูมิภาค เร่งกระจายความเจริญ 6 ภาคเชื่อมอาเซียน-ยุโรป เร่งกระจายความเจริญไปทุกภูมิภาคของประเทศ...

เมื่อวันที่ 15 ก.พ.2560 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “Opportunity Thailand” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0 มั่นใจศักยภาพไทยสูงพร้อมเป็นแกนกลางการค้าการลงทุนของภูมิภาค เร่งกระจายความเจริญ 6 ภาคเชื่อมอาเซียน-ยุโรป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยจะต้องปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งทางสังคม การศึกษา กฎหมาย และความมั่นคง รวมทั้งการรักษาทรัพยากรของประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งอย่างยั่งยืน ดังนั้นการจะก้าวข้ามไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 จะต้องเน้นเศรษฐกิจที่มีคุณค่า ที่สำคัญคนไทยจะต้องมีความพร้อม ซึ่งต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ เพื่อสอดคล้องกับการนำพาเศรษฐกิจไทยแลนด์ 4.0 โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ประชาชน พัฒนาคนไทยให้มีทักษะความรู้ มีความคิดเชิงสร้างสรรค์ รู้เท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ซึ่งเราจะให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ต้องให้ความสำคัญในเรื่องของคน และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด เราจะทำ 3 ส่วนนี้อย่างไร เพื่อที่จะยกระดับรายได้ของคนในประเทศ ให้ก้าวพ้นจากกับดักตัวเอง ดังนั้น วันนี้เราต้องมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงตัวเอง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า การพัฒนาคนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของภาษาถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องให้ความสนใจกับภาษาต่างประเทศให้มากขึ้นเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีโอกาสได้ใช้มากกว่าเรา ดังนั้นขอฝากสถานศึกษาทั้งหมดให้เตรียมการรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องพัฒนาคนไทยให้สามารถใช้ภาษาต่างประเทศให้ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อแรงงาน และสนับสนุนงานของพวกท่านเอง เพื่อความพร้อมรองรับการลงทุนของไทย รัฐบาลนี้ยืนยัน ว่าจะตอบสนองความต้องการการลงทุนให้ได้ โดยยึดหลักการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายสอดคล้องความต้องการ นำไปสู่การปฏิบัติได้จริงเห็นผล และคำนึงถึงส่วนรวมจะต้องมีการสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมในองค์กรด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในบรรดาเพื่อนบ้านในอาเซียน ซึ่งมีความพร้อมและมีศักยภาพสูงพอในการที่จะเป็นแกนกลางในการพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลไทยพยายามผลักดันไทยเป็นศูนย์กลาง ด้านการค้าการลงทุนของภูมิภาค โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง มีแผนพัฒนาที่เรียกว่า ไทยแลนด์ + 1 เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สร้างความร่วมมือระหว่างกันพร้อมเพิ่มการตลาดให้มากขึ้น ดังนั้นไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเรื่องเหล่านี้ แม้ไทยจะมีทรัพยากรสมบูรณ์มีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรม มีธรรมชาติที่สวยงาม สภาพอากาศที่น่าอยู่ น่าอาศัยจนทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีแรงดึงดูดใจของชาวต่างชาติในการเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่เราจะหยุดการหารายได้จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างจำกัดนี้ไม่ได้อีกหรือจะพึ่งสินค้าแบบเดิมๆ ไม่ได้ถือเป็นการจำกัดการเจริญเติบโตเศรษฐกิจของประเทศและการท่องเที่ยวก็คงมีไม่มากไปกว่านี้ ดังนั้นต้องคิดใหม่เปลี่ยนแปลงปฏิรูป ทำอย่างไรกับสิ่งที่มีอยู่ให้มีมูลค่าสูงขึ้น อย่ามัวนั่งรอนอนรอ อย่างเดียว

"รัฐบาลไทยจึงคิดโครงการต่างๆ ขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ขณะเดียวกัน เราจำเป็นต้องส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เข้าถึงโอกาส ถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจากคนรุ่นใหม่ ที่จะใช้ปัญญาในการประกอบการ จึงหวังว่าทุกคนจะร่วมมือกันเดินไปในทิศทางเดียวกันจูงมือเดินเคียงบ่า เคียงไหล่ไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อยกระดับไปทั้งประเทศ ทั้งอาเซียนให้ได้ เพราะเราเป็นประชาคมอาเซียนและเป็นมิตรกับประเทศอื่นๆ และเราอยู่ในโลกใบเดียวกัน เราต้องช่วยกันสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจบนพื้นฐานความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวงและมีส่วนแบ่งผลประโยชน์ที่เป็นธรรมกับทุกประเทศ นี่คือหลักการในการร่วมกันพัฒนาโลกใบนี้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า การพัฒนาจะต้องกระจายความเจริญไปทุกภูมิภาคของประเทศไทยโดยระบบการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจัดทำเป็น 6 ภาคในการพัฒนาอย่างสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแผนงานโครงการลงไปในพื้นที่อย่างสอดคล้องรวมถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงไปด้วย ทั้งหมดเพื่อเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนและยุโรป ต้องสร้างกลไกการเชื่อมโยงให้เป็นรูปธรรมให้มากขึ้นจากชุมชนไปสู่กลุ่มจังหวัดไปสู่ชายแดนไปสู่เพื่อนบ้านอาเซียนและยุโรปตะวันตก ตะวันออก โดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ดังนั้นขอความร่วมมือและขอให้อดทนกับระยะเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้ แต่ไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงได้ภายในวันเดียวอย่างที่กรุงโรมเขาบอกว่าไม่ได้สร้างในวันเดียว.