บริการข่าวไทยรัฐ

นายกฯ เผย ศก.ไทยมีโอกาสรุ่ง ความมั่นคงต้องดี การเมืองมีเสถียรภาพ

นายกรัฐมนตรี ขอคนไทยภาคภูมิใจที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นแบบอย่างของการพัฒนา จนทั่วโลกนำไปประยุกต์ใช้ ชี้ เศรษฐกิจจะดีได้เสถียรภาพทางการเมือง และความมั่นคงต้องดีด้วย ระบุ ไทยมีการวางแผนไว้แล้วด้วยแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 2560 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนา “Opportunity Thailand” ที่มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ เข้าร่วมสัมมนากว่าพันคน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสกับประเทศไทย 4.0” ตอนหนึ่งว่า โอกาสมีทุกวัน ซึ่งเราต้องใช้โอกาสเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และโลกทุกคนต้องช่วยกันทำโอกาสให้เป็นโอกาส ทราบกันดีว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งสถานการณ์ และเหตุการณ์ ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจของทุกประเทศในประชาคมโลก ดังนั้น ความมั่นคงทางเศรษฐกิจนั้นขึ้นอยู่กับความมีเสถียรภาพทางการเมือง และความมั่นคงเป็นหลักที่จะทำให้ทุกอย่างก้าวหน้าไปได้ด้วยดี วันนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์นี้มีเสถียรภาพ ความมั่นคง มีการวางแผนระยะยาว มีการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์โลก ทุกประเทศมีการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งเราต้องดูปัจจัยทั้งหมดว่ามีผลกระทบกับเราในด้านใดบ้าง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ทุกประเทศจำเป็นต้องคิดกลยุทธ์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อรักษาระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะมีผลกระทบโดยรวม เช่นเดียวกันประเทศไทยก็ต้องมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลง รับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับประเทศในทุกด้าน ในระยะเวลา 20 ปี คือการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางด้านการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มีนโยบายขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในทุกมิติ ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการพึ่งพา นวัตกรรม หรือองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และศักยภาพการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว และก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนา และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความสมดุล และความยั่งยืนใน 4 มิติ ทั้งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างสังคมอยู่ดีมีสุข และเสริมสร้างภูมิปัญญาของมนุษย์ ไม่ใช่แค่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้น้อมนำแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นหลักคิดที่สอดคล้องกับโมเดลประเทศไทย 4.0 มาเป็นแนวทางในการพัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ 70 ปี ซึ่งทุกคนสามารถนำสิ่งต่างๆ ที่พระองค์ท่านทรงมีกระแสรับสั่งมาปรับ ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ตลอดเวลา 70 ปี ของการครองราชย์ พระองค์ทรงวางรากฐานการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้กับประเทศรอบด้าน ซึ่งปัจจุบันมีการนำโครงการพระราชดำริต่างๆ ไปใช้อย่างกว้างขวาง จนมีการถวายรางวัลระดับโลกให้กับพระองค์ท่านในหลายรางวัล ผลงานของพระองค์ท่านสร้างประโยชน์ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทย และเผยแพร่ไปยังนานาประเทศ และนำไปประยุกต์ใช้กว่า 100 ประเทศ เราต้องภาคภูมิใจที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ และสิ่งสำคัญ เราต้องนำศาสตร์พระราชามาใช้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญอีกประการที่ทรงมีกระแสรับสั่งไว้ คือ การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ท้องถิ่น ถือเป็นการสร้างรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจึงได้เร่งแก้ไขปัญหา และสร้างความเข้มแข็งจากภายในให้แก่ชุมชนในลักษณะการพึ่งตนเอง คือ ทำให้ชุมชน หมู่บ้าน มีพื้นฐานที่มั่นคงพอสมควร แล้วจึงสร้างความเจริญ และยกระดับเศรษฐกิจให้สูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป รัฐบาลมุ่งสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสืบสานพระราชปณิธานที่ได้ทรงวางรากฐานไว้ เพื่อสร้างประโยชน์ และความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ให้แก่ประชาชนไทย และเผื่อแผ่ไปยังเพื่อนบ้าน และนานาประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยเสมอมา ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนไทย โดยทรงรับสั่งขอให้ใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไปปฏิบัติ และเป็นหลักคิดในการพัฒนาประเทศต่อไป

ลั่นไทยแลนด์ 4.0 ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สร้างรายได้ให้ประเทศ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ว่า ไทยแลนด์ 4.0 จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอย่างแท้จริง ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตามแนวทางประชารัฐ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและประชาสังคม โดยหัวใจหลักที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จ คือการลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง เพื่อการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0

"ขอบคุณนักธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ช่วยกันทำให้ประเทศไทยมีบรรยากาศที่น่าลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า และพัฒนาไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน รวมทั้งเพื่อให้นักลงทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ มีความเชื่อมั่นว่าประเทศไทย 4.0 จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการทำธุรกิจในโลกอนาคต ที่มุ่งไปสู่ความร่วมมือและแบ่งปันระหว่างกัน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทางธุรกิจมากขึ้นต่อไป" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.