บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุวัจน์ถกปรองดอง คิวพรรคชพน.พูดคุย นํ้าตาลปลื้มลุงตู่ตลก

3 พรรคเล็กนำร่องถกปรองดอง “ชิงชัย” ซัดเผด็จการแก้ปัญหาไม่ได้ ต้องเร่งคืนอำนาจอย่างรู้และเข้าใจ “พรรคคนธรรมดา” จี้ปลดล็อกยกเลิกคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมือง “บิ๊กป้อม” หวานวันวาเลนไทน์ชวนคนไทยหัวใจเดียวกัน เปิดกว้างกลุ่มนักศึกษาร่วมวงระดับกองทัพภาค “บิ๊กตู่” ลั่นไม่เกี้ยเซี้ยแลกเปลี่ยนนิรโทษฯ พลิกตำราลุยปฏิรูป ไม่ละเว้นกฎหมาย พท.บี้ผู้มีอำนาจลดอคติ-จริงใจ สหรัฐฯหวังไทยคืนสู่ประชาธิปไตยโดยเร็ว “วิษณุ” ถกพาณิชย์ใส่เกียร์ยึดทรัพย์ “บุญทรง” กับพวก เรืองไกรยื่น สตง.สอบ อผศ.จ้างช่วงงานขุดคลอง ครม.โยก ผวจ. 2 ตำแหน่ง “แมนรัตน์” พ้นมลทินได้คืนเก้าอี้พ่อเมือง “น้องน้ำตาล” เข้าทำเนียบฯกราบขอบคุณ “นายกฯลุงตู่” ปลื้มเป็นคนตลก น่ารัก ไม่ดุ

เวทีรับฟังความคิดเห็นพรรคการเมืองของคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองประเดิมเชิญพรรคการเมืองชุดแรกมาให้ข้อเสนอแนะ โดยพรรคความหวังใหม่เสนอให้เร่งคืนอำนาจ ใช้ประชาธิปไตยเป็นตัวสร้างความสามัคคี ขณะที่พรรคคนธรรมดาเสนอให้ปลดล็อกการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

ถกปรองดองนำร่อง 3 พรรคเล็ก

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 ก.พ.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เป็นประธานรับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนพรรคการเมือง 3 พรรค คือพรรคความหวังใหม่ พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย และพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย การพูดคุยเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00-13.00 น. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้ง 3 พรรคการเมือง ได้เสนอความคิดเห็นใน 10 หัวข้อ ตามที่คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองกำหนด หลังเสร็จสิ้นการหารือ ทั้ง 3พรรค การเมืองได้เดินทางกลับทันที ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ในวันที่ 15 ก.พ. เวลา 13.30-16.30 น.เป็นคิวของพรรคชาติพัฒนา

“คงชีพ” นัดแจงทุกพุธ–ศุกร์ยันไม่มุบมิบ

จากนั้นเวลา 13.00 น. ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองฯ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้มี 10 ประเด็นหลัก โดยจะมีการแถลงข่าวทุกวันพุธและวันศุกร์ สรุปเป็นกรอบกว้างๆ ของการพูดคุย แต่ไม่ลงลึกรายละเอียดทั้งหมด ขอความร่วมมือสื่อมวลชนรอให้คณะอนุกรรมการฯ ได้ทำงานก่อน การรับฟังความคิดเห็นคงต้องฟังจากทุกคนทุกฝ่ายก่อนจึงจะให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนได้ ไม่ได้มุบมิบกับพรรคการเมือง กระบวนการปรองดองเป็นของประชาชนทุกคน เชิญไปทุกพรรคการเมืองและพยายามเร่งดำเนินการ ถ้าพรรคใดพร้อมก็เข้ามาหารือได้ ยืนยันว่าเชิญทุกพรรคการเมืองและมีพรรคการเมืองตอบรับมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้ห้ามพรรคการเมืองให้ข่าวแก่สื่อมวลชน เพียงแต่ว่าการให้ข่าวออกไปก่อนไม่รู้จะดีหรือไม่ แต่ไม่ได้ห้าม เปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้พูดคุย

“ชิงชัย” ชี้เผด็จการแก้ไขปัญหาไม่ได้

ด้านนายชิงชัย มงคลธรรม หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ กล่าวภายหลังการหารือว่า การหารือในวันนี้เป็นไปด้วยดี ทางฝ่ายทหารเข้าใจและพร้อมรับฟัง อย่างไรก็ตาม การปรองดองคือต้องให้เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว และต้องสร้างความสามัคคีในชาติให้ได้ ด้วยการนำประชาธิปไตยมาเป็นตัวสร้าง หากเป็นเผด็จการจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ต้องคืนอำนาจอย่างที่รู้และเข้าใจ ขอย้ำว่าการนิรโทษกรรมไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหา แต่เป็นการกระทำความผิดของเฉพาะคนและเฉพาะกลุ่ม อีกทั้งความผิดทางอาญาไม่สามารถนิรโทษกรรมได้

คนธรรมดาจี้ปลดล็อกชุมนุมการเมือง

ขณะที่นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ได้เสนอว่าการหารือไม่ควรเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือแกนนำ เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อน และอยากสะท้อนปัญหามาถึงรัฐบาล ได้เสนอให้ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองมากกว่า 5 คนขึ้นไป และเสนอให้เปิดเวทีในระดับจังหวัด โดยขอให้ยกเลิกการเชิญคนมาร่วม แต่เปิดให้เป็นการลงทะเบียนเข้ามาโดยสมัครใจ ให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้ และรวบรวมความเห็นทั้งหมดกลับมาให้พรรค การเมือง จัดทำเป็นนโยบายการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากพรรคใดที่ยอมรับ ขอให้ทำเป็นข้อตกลง รวมถึงต้องกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อจะทราบว่าอนาคตจะเดินไปในทิศทางใด ส่วนตัวไม่ค่อยเชื่อมั่นการพูดคุยเช่นนี้ เพราะไม่แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาที่เชิญตัวแทนมาให้ข้อมูลแต่ไม่ได้เกิดผลใดๆ

“สุวัจน์” นำทีม ชพน.ร่วมถกปรองดอง

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า วันที่ 15 ก.พ.ตนพร้อมแกนนำพรรคชาติพัฒนา อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรค นายประพาส ลิมปะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค และนายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา โฆษกพรรค จะเข้าร่วมหารือกับคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พรรคยึดหลักการสามัคคีปรองดอง นับตั้งแต่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้ก่อตั้งพรรคและอดีตหัวหน้าพรรค ขอเป็นกำลังใจให้คณะกรรมการฯ รวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อเสนอรัฐบาลประสบผลสำเร็จ

“อุเทน” ข้องใจไม่ถูกเทียบเชิญ

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นฯ เชิญตัวแทนพรรคการเมืองเรียงตามตัวอักษรเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อสร้างความปรองดองว่า สังคมต้องการเห็นความสามัคคีเกิดขึ้นในบ้านเมือง พรรคคนไทยพร้อมไปร่วมพูดคุยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่สงสัยพรรคนี้ไร้ความหมายในสายตา คสช. จึงไม่เชิญไป ขอเสนอว่าอย่าทำแค่เป็นพิธีกรรม เพราะอาจถูกมองว่าตั้งธงไว้ล่วงหน้า ลดความศักดิ์สิทธิ์น่าเชื่อถือ ควรเปิดเวทีรับฟังและให้น้ำหนักผู้ที่เกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นทุกคนอย่างทั่วถึง ไม่ใช่ฟังหรือให้ความสำคัญเฉพาะพรรคการเมืองใหญ่ จะเป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่เกณฑ์ตัวแทนพรรคการเมืองไปเข้าฉาก พอบทสรุปออกมาก็เป็นไปตามบทที่ผู้กำกับเขียนไว้

“ประวิตร” ลั่นคนไทยหัวใจเดียวกัน

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับฟังความเห็นพรรคการเมืองของคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองว่า มีพรรคการเมืองมาให้ความเห็น 3-4 พรรค ตาม 10 หัวข้อที่ตั้งไว้ แต่เสนอแนะความเห็นเข้ามาเพิ่มเติมได้ เราเชิญไปทั้งหมดประมาณ 70 พรรค และกำหนดวันที่จะให้แต่ละพรรคเข้ามาให้ความเห็นไว้แล้ว เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ตอบรับแสดงความเห็นแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “ผมไม่รู้ แต่ไม่มีใครที่ปฏิเสธ ซึ่งควร จะตอบรับเพราะจะทำให้เกิดความปรองดอง คนไทยหัวใจเดียวกัน และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราช ดำรัสให้รู้รัก สามัคคี ต้องเดินให้ได้” พล.อ.ประวิตร กล่าวพร้อมกับชูมือเป็นสัญลักษณ์มินิฮาร์ทด้วย

วาเลนไทน์ชวนคนร่วมปรองดอง

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ส่วนการนิรโทษกรรม อภัยโทษ คดีความต้องว่าตามกระบวนการของกฎหมาย ในอนาคตรัฐบาลข้างหน้าเข้ามาก็ว่ากันไป ที่ผมทำเพื่อให้รู้ว่าอนาคตจะอยู่อย่างไรให้เกิดความร่วมมือประเทศเดินหน้าไปได้ เมื่อถามว่าวันนี้วันวาเลนไทน์มีใครให้ดอกไม้บ้างหรือยัง โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ใครจะเอาดอกกุหลาบมาให้ผม เพราะเพิ่งประชุมเสร็จ” และกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า “แล้วคุณหัวใจเดียวกับผมหรือไม่ ในวันวาเลนไทน์ ขอให้ช่วยกันทำให้เกิดความปรองดอง”

เปิดกว้างกลุ่ม นศ.ร่วมเวทีกองทัพภาค

ต่อมาเวลา 13.30 น.ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่าเทศกาลวันวาเลนไทน์ปี 2560 เป็นไปด้วยดี เพราะคนไทยหัวใจเดียวกัน รู้รักสามัคคี และดำเนินการสร้างความปรองดองให้เรียบร้อย เชื่อว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ส่วนกรณีพรรคเพื่อไทยระบุว่าไม่ได้รับหนังสือเชิญ ยืนยันว่าได้ลงนามหนังสือเชิญทุกพรรคการเมืองแล้วกว่า 70 พรรคการเมือง แต่ขั้นตอนอาจช้าเล็กน้อย คณะกรรมการฯ ให้เวลาเต็มที่ แต่ไม่อยากให้นำปัญหาความแตกแยกเกี่ยวกับนิรโทษกรรมและอภัยโทษมาพูดก่อน ตอนนี้เราต้องทำอย่างไรให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติต่อไปในอนาคต ทำให้ประเทศเดินไปได้ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งกระบวนการกฎหมายต่างๆในอนาคต ข้อเสนอแนะของพรรค การเมือง และข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน รวมทั้งผู้สื่อข่าวด้วย ส่วนกลุ่มนักศึกษาหากจะร่วมการปรองดอง ก็ไปแสดงความคิดเห็นได้ในเวทีระดับกองทัพภาคที่มีแม่ทัพภาค และผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจภูธรจังหวัดดูแลอยู่ ขอย้ำเวทีดังกล่าวไม่จำกัดเราเปิดกว้าง

เฟ้นโจทย์คลี่คลายความขัดแย้ง

เมื่อถามว่า หากพูดคุยเสร็จจะมีการพูดคุยกับพรรคการเมืองครั้งใหญ่อีกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรามีคณะอนุกรรมการ 4 คณะ โดยคณะอนุกรรมการที่ 1 จะดำเนินการรับฟัง แล้วคณะอนุกรรมการที่ 2 จะบูรณาการ และคณะอนุกรรมการที่ 3 จะจัดทำข้อตกลง จากนั้นจะดูว่าอาจเชิญตัวแทนพรรค การเมืองมาอีกพรรคละ 1-3 คน มาหารือว่าอะไรคือความขัดแย้งที่ต้องแก้ไข เป็นขั้นตอนประชาสังคม แต่ไม่ได้นำตัวแทนพรรคการเมืองมาเถียงกัน นอกจากนี้จะเชิญตัวแทนภาคธุรกิจ กลุ่มการเมืองทั้งหมดมาพูดคุยกัน โดยคณะอนุกรรมการรับฟังฯ จะพยายามให้ได้มากที่สุดในเวลาที่เรามีอยู่

“บิ๊กตู่” ลั่นไม่เกี้ยเซี้ยแลกนิรโทษฯ

จากนั้นเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) โดยเฉพาะการเตรียมการสร้างความปรองดองว่า สื่อมัวแต่เอาแต่ประเด็นความขัดแย้ง การเมือง นิรโทษกรรมมาพูด ขณะที่ตนยังไม่ได้พูดสักคำ ขออย่าไปหวาดระแวง อย่าถามว่าถ้าตกลงเกี้ยเซ้ียใครจะยอม ยืนยันไปแล้วไม่มีการพูดเรื่องนิรโทษกรรม ฝ่ายการเมืองบอกถ้าไม่พูดเรื่องนิรโทษกรรมก็ปรองดองไม่ได้ สื่อก็คิดว่าจะช่วยใคร หากจะอยู่ข้างฝ่ายการเมืองจนใจ ก็อยู่แบบนี้ไปจนกว่ามันจะไม่มีประเทศอยู่ การทำงานของตนมีหิริโอตตัปปะ ศีลธรรม ไม่ใช่เพียงแต่นับถือศาสนาพุทธ แต่ไม่ปฏิบัติ ต้องปฏิบัติทั้งกาย วาจา และใจ ตนปากกับใจตรงกัน ไม่เคยโกหก วันนี้ประชาธิปไตยถ้าไร้กรอบ ไร้วินัย ถามว่าใช่ประชาธิปไตยหรือไม่ ประเทศมหาอำนาจหากออกมาเดินขบวนโดยกฎหมายไม่อนุญาต เขาจับหรือไม่ มาว่าตนไม่เป็นประชาธิปไตยจับคนสองคนด่ากันทุกวัน ถามว่าคนสองคนทำให้คนอื่นแห่ตามกันออกมาหรือเปล่า ถ้าไม่ปลุกระดมคนก็ปล่อย อยากจะพูดอะไรก็พูด แต่นี่ยุคนอื่นด้วย ทำให้เกิดความไม่มั่นคง

ขอสื่ออย่าเป็นปากเสียงให้คนไม่หวังดี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอสื่ออย่าไปเป็นปากเป็นเสียงให้กับคนที่ไม่ได้หวังดีกับชาติบ้านเมืองได้ไหม ถ้าทำได้คงไม่ต้องไปคิดกฎหมายอะไรออกมา และสื่อคุมกันได้หรือไม่ ไปหาวิธีการเสนอมา ไม่เสนอจะคุมกันเองแต่คุมไม่ได้ พอมีปัญหาขึ้นมารัฐบาลรับผิดชอบอีก วันหน้าก็ไล่รัฐบาลอีก ทหารก็ออกมาควบคุมอำนาจอีก มันวนอยู่แค่นี้แหละประเทศไทย ปัญหาทุกอย่างของประเทศคือรัฐบาลแก้ปัญหาได้ไหม ถ้ารัฐบาลทำได้จบ เมื่อแก้ไม่ได้กลายเป็นแหกกฎหมายทุกฉบับ ถ้าทำไม่ได้กลับมาสู่ทหารอีก จึงไม่ต้องมาจับทหารไปทำสัญญาอะไรกับใคร ให้ทำสัญญากับตัวเองและประชาชนให้ได้ว่าจะไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหายอีก ตนยืนยันว่าไม่มีใครอยากทำ เสี่ยงอันตรายทุกอย่าง ถ้าไม่สำเร็จเดือดร้อนกันหมด

พลิกตำราปฏิรูป โดยไม่ละเว้น ก.ม.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนอ่านหนังสือหลักคิดการปฏิรูปประเทศไทยของ ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร ราชบัณฑิต ที่เขียนเหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2553 รวมถึงงานของหมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส นายคณิต ณ นคร นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เขาเห็นว่าเราบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การปรองดองทำได้ยาก แต่ตนจะทำให้ได้โดยไม่ละเว้นกฎหมาย หรือทุกคนอยากให้ปรองดองโดยการละเว้นกฎหมาย ถ้าทำอย่างนั้นกฎหมายจะเสียหายหลายฉบับ คนอื่นจะรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

พิมพ์หลักคิดปฏิรูป–ปรองดองแจก ครม.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ช่วงท้ายของการแถลง ข่าว พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำเอกสารหัวข้อหลักคิดในการปฏิรูปประเทศไทยเป็นกระดาษเอ 4 จำนวน 9 แผ่น ที่แจกให้ ครม.อ่านในที่ประชุม ครม. เนื้อหาระบุถึงปัญหาระหว่างปี 53-57 ที่สั่งสมมานาน ไม่ได้รับการแก้ไขทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ถึงเวลาต้องปฏิรูปประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปฏิรูปกับการปรองดองเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่อาจเกิดความสับสนว่าจะปฏิรูปและปรองดองได้อย่างไร ขณะที่มีการบังคับกฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง ต้องยอมรับว่าปัญหาเศรษฐกิจ สังคมเป็นที่มาของความขัดแย้ง ถูกนำมาใช้ปลุกระดมทางการเมือง ความหมายของการปรองดองต้องระงับความขัดแย้งด้วยความรอมชอมประนีประนอมระหว่างคู่ขัดแย้ง แต่ไม่ใช่ในกรณีของการปฏิรูป เพราะยังคงต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีประเด็นสำคัญ 3 เรื่อง 1.บทบาทและขอบเขตของประชาธิปไตย 2.ความไม่เป็นธรรมของเศรษฐกิจ และ 3.การศึกษา และจำแนกปัญหาความบกพร่องที่เกิดขึ้นให้เข้าใจง่ายๆ 3 ข้อได้แก่ 1.ความสับสนในประชาธิปไตย 2.การเยียวยาแก้ปัญหาอาจจะไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ-สังคม และ 3.การปฏิรูปการศึกษาของชาติโดยการปลุกจิตสำนึกและหลักคิดที่ถูกต้อง ใช้คำสั่งสอนของศาสนาเป็นกรอบ และมีข้อสรุปหลักคิดการปฏิรูปประเทศไทยที่ถูกต้องอีก 13 ข้อ

พท.จี้ผู้มีอำนาจต้องจริงใจ ลดอคติ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าความปรองดองจะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มต้นอย่างถูกวิธี และมีจิตใจที่ยอมรับความแตกต่าง พร้อมอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจและเคารพกัน ต้องสร้างความรัก ความสามัคคีที่ทุกฝ่ายยอมรับ ความคิดเห็นที่หลากหลายจะส่งผลให้เกิดทางออก ลดอคติในการอยู่ร่วมกัน ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรมและมีฉันทามติร่วมกัน ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่เกิดขึ้นในสังคมที่ใช้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่จะบังคับหรือสั่งการให้คนรักกันและปรองดองกัน ขณะที่บาดแผลจากการเลือกปฏิบัติยังไม่คลายจางลง ต้องให้อภัยแต่ต้องพร้อมคืนความเป็นธรรมให้ทุกคนอย่างเสมอภาคและครบถ้วน อย่าติดความเคยชินแบบอำนาจนิยม คิดเองเออเองฝ่ายเดียว อยากเสนอแนะให้ผู้มีอำนาจจริงใจและเริ่มต้นกระบวนการปรองดองแบบที่เป็นสากล กล้าหาญที่จะค้นหาสาเหตุของความขัดแย้งหรือค้นหาความจริง ลดความหวาดกลัวจากการข่มขู่ของกลไกทุกฝ่าย และพร้อมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างมีเหตุผล

แนะแก้ตัวคืนความเป็นธรรม

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระ สังฆราช องค์พระประมุขสงฆ์ ทรงยกคุณธรรมมาเตือน สติคนไทยได้สอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมือง คือความสามัคคี และก่อนหน้านั้น รัชกาลที่ 10 ทรงอยากเห็นประเทศสงบ ร่มเย็น มีความรัก สามัคคี จากพระราชดำรัสของทั้งสองประมุขสำคัญ จะเตือนสติให้ทุกคนน้อมนำมาเป็นหลักคิด เป็นแนวทางปฏิบัติแก้ความขัดแย้ง โดยเฉพาะรัฐบาลจะมีความเป็นธรรม จริงใจและจริงจังในการปรองดองหรือไม่ ครั้งนี้จึงเหมือนการทำงานแก้ตัวกับการละเลยในสิ่งที่ไม่ควรละเลยไป ขอให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอดทนต่อความเห็นต่าง เพื่อหาจุดลงตัวอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และขอฝากข้อสังเกตไปยังรัฐบาลให้ย้อนกลับไปดูผลงานของรุ่นพ่อรุ่นพี่ว่ามีหลักคิดอย่างไร ถึงแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้สำเร็จ ควรนำมาปรับใช้ ถ้าทำงานสำคัญสำเร็จถึงจะพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า กตัญญูต่อแผ่นดิน

สหรัฐฯหวังไทยกลับคืนสู่ ปชต.โดยไว

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ลานอเนกประสงค์หน้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด นายกลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศ ไทย ได้ร่วมพิธีเปิดการฝึกคอบร้าโกลด์ 2017 โดยนายกลิน ที. เดวีส์กล่าวว่า ขอบคุณการเป็นเจ้าภาพของไทยและขอบคุณการเยือนไทยของ พล.ร.อ.แฮร์รี่ บีแฮร์ริส จูเนียร์ ผบ.กองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญระหว่างไทยกับสหรัฐฯในการฝึกครั้งนี้

ด้าน พล.ร.อ.แฮร์รี่ ได้กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการทหารระหว่างไทยกับสหรัฐฯยังแข็งแกร่ง ปีหน้าจะครบรอบ 200 ปี ความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ จะจัดงานยิ่งใหญ่ของรัฐบาล 2 ประเทศ ส่วนสถานการณ์การเมืองไทย เชื่อว่าพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นและหวังว่าจะเดินกลับสู่ประชาธิปไตย ตามที่นายกฯได้วางไว้โดยเร็ว นโยบายความสัมพันธ์ในภูมิภาคกับสหรัฐฯยังคงเหมือนเดิม หลังการเข้ามาดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมุ่งหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

คุยมะกันเข้าใจ คสช.ขอมี ลต.สุจริต

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้หารือกับ ผบ.กองกำลังสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิก จากนั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า สหรัฐฯให้ความสำคัญกับไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการศึกษาและการแลกเปลี่ยนทางทหาร สหรัฐฯมีกฎหมายของเขา แต่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลและ คสช.

จากนั้นเวลา 15.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.แฮร์รี่ได้เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนพบปะว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกคนทราบดีว่าตนมาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร การเมืองเป็นเรื่องของเราที่ต้องเดินหน้าตามกระบวนการประชาธิปไตยของเรา วันนี้กำลังเดินไปสู่เรื่องความปรองดอง การปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ เป็นการมองอนาคต ทั้งสหรัฐฯและประเทศอื่นได้ให้ข้อมูลไปหมดว่าเรามีแผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติอย่างไร เขาก็รับได้คือขอให้มีการเลือกตั้งที่สุจริต เป็นธรรม ปลอดภัย

“เรืองไกร” ร้องสอบ อผศ.จ้างช่วงงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึงนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง.ผ่านเจ้าหน้าที่ สตง. ขอให้ตรวจสอบการจ้างช่วงขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหาร ผ่านศึก (อผศ.) โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า ตั้งแต่ คสช.เข้ามา อผศ.ได้รับสิทธิรับงานขุดลอกคูคลองโดยวิธีพิเศษ แต่ต้องทำเอง ไม่สามารถจ้างช่วงต่อได้ แต่ อผศ.กลับจ้างช่วงต่อให้กับกลุ่มห้างหุ้นส่วนจำกัดสุรัสวดี 98 ในโครงการขุดลอกคูคลอง จ.มหาสารคาม และร้อยเอ็ด แต่ไม่ยอมจ่ายเงินจนเรื่องแดงออกมา จึงมายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานให้ สตง.ตรวจสอบการจ้างช่วงต่อดังกล่าว

ดีเอสไอจ่อฟ้องฟอกเงิน ธ.กรุงไทย

สำหรับกรณีการตรวจสอบคดีฟอกเงินการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กับกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร เมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ท.บัณฑูร ฉิมกรา ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้สอบสวนจนแล้วเสร็จ โดยในวันที่ 15 ก.พ.นี้ เวลา 10.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษคณะพนักงานสอบสวนจะประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ และอัยการ เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานว่าจะมีเพียงพอและมีความเห็นควรสั่งฟ้องใครบ้าง หรือที่ประชุมจะมีความเห็นให้ไปตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมในส่วนอื่นอีกหรือไม่ โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และสรุปสำนวนความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาบางส่วนที่พบพยานหลักฐานชัดเจน ในข้อหาฟอกเงินบ้างแล้ว 5-6 ราย รวมถึงแจ้งข้อกล่าวหากับอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ซึ่งถูกศาลตัดสินพิพากษาจำคุกไปก่อนหน้านี้ ส่วนกลุ่มการเมือง อาทิ นายพานทองแท้ ชินวัตร นางกาญจนาภา หงษ์เหิน นั้น ในการประชุมวันที่ 15 ก.พ.นี้ คาดว่าจะมีความชัดเจน

คกก.ตีกรอบสางสินบน สธ.

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิด้านเวชกรรมป้องกัน และรักษาราชการแทนหัวหน้าส่วนปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยแพร่กรณีมีการจ่ายสินบนประเทศไทย กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนัดแรกว่า ที่ประชุมกำหนดขอบเขตในการตรวจสอบ 2 เรื่อง คือ 1.การตรวจสอบสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ สธ.ทั้ง 17 สัญญา อาทิ ขั้นตอนการได้งบประมาณ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การลงนามในสัญญา การรับมอบสิ่งของทั้งหมด 2.กำหนดระยะเวลาการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยคณะกรรมการฯได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ สธ.ส่งเอกสารทั้งหมดให้กับคณะกรรมการฯภายในวันที่ 17 ก.พ.

ใส่เกียร์ยึดทรัพย์คดีจำนำข้าว

เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือร่วมกับกรมบังคับคดี และกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการดำเนินการยึดทรัพย์นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวกรวม 6 คน กรณีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาทว่า แม้เรื่องนี้จะเป็นคดีทางปกครอง แต่ได้นำกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยอนุโลม ทำให้การบังคับคดีมีอายุความ 10 ปีนับแต่วันที่มีคำสั่งทางปกครอง ระหว่างนี้หากพบทรัพย์สินสามารถตามยึดหรืออายัดได้ กรณีนายบุญทรงและพวก กระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้นำสืบทรัพย์ และกรมบังคับคดีเป็นผู้ยึดหรืออายัด สืบได้แค่ไหนก็นำยึดแค่นั้น ถ้าทรัพย์ไม่พอก็ยึดเท่าที่มี ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีกระบวนการเดียวกัน ส่วนที่มีการยื่นขอทุเลาการบังคับคดีไว้ ศาลยังไม่มีคำสั่ง ระหว่างนี้สามารถยึดหรืออายัดได้

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าจะจัดส่งเอกสารใดเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งวันที่ 14 ก.พ. กรมการค้าต่างประเทศได้จัดทำเอกสารบางส่วนให้กรมบังคับคดีไปบ้างแล้ว

“น้ำตาล” ปลื้ม “ลุงตู่” เป็นคนตลก

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องรับรองใต้ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้การต้อนรับ น.ส.ชลิตา ส่วนเสน่ห์ หรือน้องน้ำตาล มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ที่เข้ารอบ 6 คนสุดท้ายจากการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ฟิลิปปินส์ ที่ขอเข้าพบเพื่อขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นกำลังใจเชียร์ในการประกวด จากนั้น น.ส.ชลิตา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พบกับนายกฯ เพราะพบนายกฯครั้งแรก นายกฯเป็นคนตลก น่ารักใจดีอารมณ์ดี ตัวจริงน่ารักมาก ชอบเล่นตลกตลอดเวลาไม่ดุเหมือนในทีวี ตนชื่อน้ำตาลจึงได้มอบตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลและช่อดอกกุหลาบให้กับนายกฯ นายกฯได้มอบของที่ระลึกให้ ยังไม่ได้เปิดดูไม่ทราบว่าเป็นอะไร นายกฯแซวว่าใส่แหวนนิ้วนางทั้ง 2 ข้าง มีแฟนแล้วหรือ เลยตอบว่ายังโสด นายกฯยังบอกว่าตนอยู่ปี 3 ไม่อยากให้ทิ้งการเรียน เพราะตำแหน่งนางงามอยู่เพียงระยะหนึ่งก็หมดไป แต่การศึกษาจะช่วยเลี้ยงชีพได้ตลอดชีวิต

นายกฯทาบให้เป็นทูตจริยธรรม

น.ส.ชลิตา กล่าวถึงกรณีที่พูดถึงพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2016 ว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นตัวแทนและทำให้คนไทยเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกัน ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรักกัน นอกจากนี้นายกฯได้อวยพรวันวาเลนไทน์ ขอให้มีความสุขในความรัก และอยากให้ตนช่วยเป็นทูตจริยธรรมทางพุทธศาสนา ใช้ความน่ารักมาช่วยส่งเสริมศีลธรรม โดยนายกฯได้ยกตัวอย่างเรื่องจริยธรรมการเข้าวัด อยากให้ทุกคนหันมามีจริยธรรมมากขึ้น ไม่ใช่ทำบุญแล้วก็จบไป ทั้งนี้ “น้องน้ำตาล” ได้ร่วมถ่ายรูปกับสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง

ครม.เห็นชอบโยกสลับ 2 ผวจ.

เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สมุทรสาคร เป็น ผวจ.อุทัยธานี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.อุทัยธานีเป็น ผวจ.สมุทรสาคร

“แมนรัตน์” พ้นบ่วงคืนเก้าอี้พ่อเมือง

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยเสนอ ให้ย้ายนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผวจ.สมุทรสาคร ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผวจ.อุทัยธานี ขณะที่นายประภัสสร์ มาลา–กาญจน์ ผวจ.อุทัยธานี ให้มาดำรงตำแหน่ง ผวจ.สมุทรสาครแทนว่า สืบเนื่องจากประกาศคำสั่ง คสช.ที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น ซึ่งขณะนั้นนายแมนรัตน์ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเรื่องค้ามนุษย์ จึงถูกคำสั่ง คสช.ให้ย้ายไปปฏิบัติราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย จากนั้น คสช.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและพบว่าไม่มีความผิด จึงให้กลับมาดำรงตำแหน่ง ผวจ.ในระนาบเดียวกัน แต่ห้ามอยู่จังหวัดเดิมเท่านั้น ซึ่งกระทรวงได้ทำตามคำสั่ง คสช. และย้ายสลับเพียงคู่เดียว

“ประยุทธ์” เชิญสอบไม่ป้อง “น้องชาย”

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีไอลอว์เปิดเผยผลสำรวจการเข้าประชุมของ สนช. พบว่า มีชื่อ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายนายกฯ เป็น 1 ใน 7 คนที่ขาดประชุม พร้อมข้อสังเกตมีบางคนรับเงินเดือนสองทางด้วยว่า ไม่เป็นไร กติกาว่าอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น ไปตรวจสอบกันมา ถ้าไม่ครบจริงต้องตัดชื่อออกและพ้นหน้าที่ไปก็เท่านั้น ไม่ใช่ พล.อ.ปรีชาไม่มาประชุม สนช.เลย จะครบหรือไม่เป็นเรื่องของการตรวจสอบ อย่าเอามาพันกัน ส่วนที่ติงว่ารับเงินสองทาง ที่จริงเขามีเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่เกษียณอายุ ถ้าไม่ได้เป็น สนช. ไม่ได้รับเงิน สนช.ตามกฎหมาย จะเหลือแค่เงินบำเหน็จบำนาญ ทุกคนอยู่ในกติกานี้

“พรเพชร” ชี้ 7 สนช.ไม่พ้นสมาชิกภาพ

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.แถลงว่า ตามที่โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ เปิดเผยผลการตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์เกี่ยวกับการขาดประชุม สนช.ของสมาชิก สนช. 7 คน จนอาจขาดความเป็นสมาชิกภาพนั้น ยืนยันว่าสมาชิก สนช.ทั้ง 7 คน ไม่ได้มีปัญหา ข้อบังคับการประชุม สนช.ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 กำหนดให้สมาชิก สนช.ต้องลงมติในการประชุมอย่างน้อย 1 ใน 3 ของทุกรอบ 90 วัน สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาตรวจสอบแล้วพบว่าการลาประชุมถูกต้องถามข้อบังคับ ทั้ง 7 คนไม่น่าจะขาดสมาชิกภาพ สำหรับเงื่อนไขการลาประชุม สนช. มี 2 ประเภท คือ 1.ลาป่วย สามารถลาย้อนหลังได้ แต่ต้องมีใบรับรองแพทย์ 2.ลากิจ จะอนุญาตต่อเมื่อไปปฏิบัติราชการของสภาหรือส่วนราชการอื่น การลาทั้งสองกรณีในข้อบังคับไม่ได้กำหนดว่าใน 1 ปีลาได้กี่ครั้ง ไม่มีข้อจำกัดเพียงแต่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของสภาเท่านั้น

นายกฯติงม็อบต้านโรงไฟฟ้าอย่าบุกกรุง

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.จังหวัดกระบี่ เตรียมเคลื่อนไหวเข้า กทม.ในวันที่ 17 ก.พ. ว่า ขอร้องว่าอย่าเข้ามา กทม. เดี๋ยวผิดกฎหมาย และถูกดำเนินคดี เพราะมีคำสั่ง คสช.และกฎหมายห้ามเคลื่อนไหวลักษณะนี้ มีอะไรให้พูดคุยกันในพื้นที่ ทั้งนี้ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานประชุมในวันที่ 17 ก.พ.เพื่อตัดสินใจว่าจะทำต่อหรือไม่ ถ้าไม่ทำแล้วจะทำอย่างไรต่อ และหากทำจะทำลักษณะใด ยืนยันวันที่ 17 ก.พ.ได้คำตอบ ขอร้องว่าอย่าเดินขบวนในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามถ้ามันสร้างไม่ได้แล้วพลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ไม่พอใช้จะทำอย่างไร ที่ผ่านมาการทำโรงไฟฟ้าถ่านหินมีแผนทีพีพีเดิมตั้งไว้อยู่แล้ว รัฐบาลนี้แค่ปรับแผนให้ดีขึ้นในเรื่องการใช้พลังงานทดแทน

คาใจ “มาร์ค–กรณ์” สวนกระแสคนพื้นที่

วันเดียวกัน นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ 2 ข้อความ โดยข้อความแรกระบุถึงผู้คัดค้านที่มาชุมนุมกันใน จ.กระบี่ ที่มีทั้งเอ็นจีโอ ผู้คัดค้าน มืออาชีพ ไทยมุง และนักท่องเที่ยว ส่วนข้อความหลังระบุถึงจำนวนชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมรายชื่อ 6,350 คน ยื่นหนังสือสนับสนุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ พร้อมระบุอีกว่า “คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณกรณ์ จาติกวณิช ออกมาพูดอะไร พูดในฐานะส่วนตัว หรือฐานะพรรคประชาธิปัตย์ หรือท่านต้องการให้ ส.ส.ปชป. จังหวัดกระบี่ ไม่เหลือเลยสักคนเดียว”