วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรงให้กำลังใจบิ๊กตู่ ขออย่าประมาท

นำ‘ครม.-คสช.’เข้าเฝ้าสังฆราชคิวสักการะแน่น

พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลเข้ากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราชจนแน่นวัด ต่อคิวยาวไปถึงปากคลองตลาดประทานพระโอวาท โดยยกภาษิตที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานไว้เกี่ยวกับความสามัคคีและความพร้อมเพรียง ทรงแนะให้ยึดไว้ประจำใจ ขณะที่นายกฯ นำ ครม.-คสช. เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช เผยทรงเตือนสติให้กำลังใจ ไม่ตกอยู่ในความประมาท มีสติสัมปชัญญะ ด้าน รมว.วัฒนธรรม ระบุสมเด็จพระสังฆราช มีรับสั่งให้สืบค้น 4 เรื่อง “วัฒนธรรม-ศีลธรรม-คุณธรรม-จริยธรรม” เรื่องศาสนาและวัฒนธรรมต้องดำเนินการไปพร้อมๆกัน

วันที่สองของการเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของวันที่ 13 ก.พ. เพื่อจะได้เข้าสักการะในรอบเช้าเวลา 09.00 น. ซึ่งยิ่งเมื่อใกล้เวลาเปิดให้เข้าถวายสักการะ ก็ยิ่งมีพุทธศาสนิกชนมารอต่อคิวมากขึ้น จนแถวยาวจากบริเวณถนนราชบพิธ ทอดยาวไปทางถนนอัษฎางค์ จนเกือบถึงปากคลองตลาด จากนั้นเวลา 08.15 น.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จจากตำหนักอรุณ มายังพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ ต่อมาเวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา นำคณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าถวายสักการะ เป็นเวลาประมาณเกือบ 20 นาที จึงเดินทางกลับ

จากนั้นเวลา 09.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานวโรกาสให้พุทธศาสนิกชนเข้าถวายสักการะ โดยมีคณะสงฆ์วัดโฝวกวงซัน ประเทศไต้หวัน และพุทธศาสนิกชนจากประเทศออสเตรเลียเข้าถวายสักการะด้วย ทั้งนี้การจัดระเบียบในวันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีการจัดเต็นท์ให้พุทธศาสนิกชนนั่งพักรอเข้าสักการะบริเวณด้านถนนราชบพิธ เช่นเดียวกับโรงทานมีการย้ายไปตั้งบริเวณถนนราชบพิธ ซึ่งพุทธศาสนิกชนที่เข้าถวายสักการะในวันที่ 14 ก.พ.ได้รับหนังสือพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชกลับไปเป็นที่ระลึก แต่ด้วยจำนวนพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ทำให้จำนวนหนังสือพระประวัติหมดลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่ในรอบเช้า ทั้งนี้ ก่อนที่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะเสด็จกลับยังตำหนักอรุณ ในเวลา 10.00 น.พระองค์ได้เสด็จออกจากพระอุโบสถ ไปยังเต็นท์พักรอของพุทธศาสนิกชน เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่รอคิวเข้าสักการะได้กราบสักการะอย่างใกล้ชิดด้วย

ต่อมาเวลา 14.00 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จยังพระอุโบสถ ประทานวโรกาสให้พุทธศาสนิกชนเข้าถวายสักการะ โดยพุทธศาสนิกชนที่เข้าสักการะในรอบบ่ายนี้ ทางวัดได้นำพระรูปของสมเด็จพระ อริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชฯ มาแจกให้แทนหนังสือพระประวัติ และเหรียญตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ออป ที่หมดไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งในช่วงบ่ายมีบุคคลสำคัญทยอยเข้ากราบสักการะ อาทิ เวลา 14.10 น. ผู้แทนพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ อัญเชิญแจกันดอกบัวและผ้าไตร ประทานถวายแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จากนั้นสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย นำโดยพระคาร์ดินัล ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช ประธานสภาประมุขฯ เข้าถวายสักการะ เวลา 15.30 น. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และเวลา 16.00 น.สมเด็จ พระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เข้าถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นเวลาการเปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะแล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงเห็นว่ายังมีพุทธศาสนิกชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าถวายสักการะ จึงเสด็จออกมาประทับยังหน้าพระอุโบสถ ให้พุทธศาสนิกชนที่รอคิวอยู่ด้านนอกวัด เข้ามาภายในพื้นที่หน้าพระอุโบสถ ได้ถวายสักการะโดยพร้อมเพรียงกัน และประทานพระโอวาท โดยทรงชื่นชมพุทธศาสนิกชนที่มานั้นแสดงถึงขันติ ความอดทน เชื่อมั่น ศรัทธาในพระรัตนตรัย พร้อมกันนี้ ทรงย้ำภาษิตที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 พระราชทานไว้ และยังอยู่ในตราประจำพระองค์ที่ติดไว้ยังพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ คือ สัพเพสังฆะภูตานัง สามัคคี วุฒิสาธิกา แปลว่า ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้อยู่ร่วมกันเป็นหมู่ ยังความเจริญรุ่งเรืองให้เกิดขึ้น โดยขอให้ทุกท่านยึดไว้ประจำใจ คนกลุ่มน้อยกลุ่มใหญ่ทั้งประเทศให้นำภาษิตนี้ไปใช้ปฏิบัติ เพราะหากเราแตกแยกกันอะไรจะเกิดขึ้น เช่น การพายเรือหากต่างคนต่างพายเรือจะหมุนไปทางไหนก็ไม่รู้ เป็นต้น หรือหากอยากกินขนม อยากได้สตางค์ แต่ไม่ทำงานจะได้หรือไม่ ขอให้นำไปคิด อย่าเพิ่งเชื่อ ขอให้นำไปคิดก่อน

ด้านพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า ทางวัดจะไม่ขยายวันเข้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องจากพระองค์ท่านมีพระศาสนกิจจะต้องปฏิบัติหลังจากนี้อีกมาก โดยในสัปดาห์หน้าจะเริ่มเสด็จไปสักการะพระอัฐิอดีตสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 19 พระองค์ ยังวัดต่างๆ ทั้งจะเสด็จไปถวายสักการะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ด้วย ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคณะสงฆ์ที่ปฏิบัติสืบกันมา ในส่วนของหนังสือพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช และเหรียญตราสัญลักษณ์ ออป นั้นหมดแล้ว จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนสิ่งของที่จะแจกให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาถวายสักการะในวันต่อไป

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุม ครม.ถึงการนำ ครม.และ คสช.เข้ากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราชว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงให้กำลังใจรัฐบาล และ คสช. ในการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติต่อไปด้วยความระมัดระวัง ไม่ตกอยู่ในความประมาทพร้อมมีพระดำรัสในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องศาสนา ทรงสอนเกี่ยวกับเรื่องการมีสติสัมปชัญญะ รู้คิด รู้ตัว รู้ปฏิบัติ ทุกคนคงเข้าใจอยู่แล้วว่า มีลาภก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ ดังนั้นอย่าไปผูกติดลุ่มหลง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว ตนเองก็ไม่เคยคิดที่จะอยู่ไปตลอดนานเท่านาน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ทูลว่า คงต้องให้คำแนะนำกับประชาชนคนไทยให้หันกลับมาดูในเรื่องของศีลธรรม พระองค์มีรับสั่งถึงหน้าที่พลเมือง ศีลธรรม ซึ่งตนกล่าวถวายว่า วันนี้คนเราที่นับถือศาสนาพุทธ มีศีลธรรม แต่พอถึงเวลาปฏิบัติก็ลืมหมด สิ่งที่รัฐบาลทำวันนี้คือทำอย่างไรให้สังคมไทย ข้าราชการใช้ศีลธรรมนำการทำงาน คือ หิริโอตตัปปะ ความละอาย และเกรงกลัวต่อบาป หลายคนอาจจะลืม แต่ตนได้รับการสั่งสอนมาตั้งแต่เด็ก ถ้าทำอะไรผิดจะรู้สึกเกรงกลัวและละอาย ไม่รู้ว่าทุกวันนี้ยังมีอยู่หรือไม่ เวลาที่จะพูดหรือทำอะไรออกมาถ้าไม่ใช่ ตนก็ไม่สามารถที่จะโกหกหรือบิดเบือนได้เพราะละอายแก่ใจตัวเอง จะพูดจากเลวให้เป็นดีก็ไม่ได้ วันนี้ปัญหาหลักของบ้านเรามีอยู่ 3 อย่าง ประกอบด้วย ประชาธิปไตย ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม และการศึกษา ซึ่งต้องมีหลักคิดหลักการปฏิบัติให้ถูกต้อง ถึงจะคิดถูกเราจะต้องทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น

ด้านนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าสักการะสมเด็จพระสังฆราชว่า สมเด็จพระสังฆราชมีรับสั่งเรื่องศาสนาและวัฒนธรรมต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมไปสืบค้นใน 4 เรื่อง คือ วัฒนธรรม ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม เพื่อใช้เป็นแนวทางขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรมให้ชัดเจน พร้อมกันนี้ได้กราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ขอพระราชทานแนวทางการดำเนินงานจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชาที่จะถึงนี้ รวมทั้งกิจกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ตลอดจนกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ส่วนกรณีไฟไหม้ประตูวิหารวัดราชบพิธฯ ตนได้รายงานความเสียหายให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว พร้อมสั่งการให้อธิบดีกรมศิลปากรเข้ามาดูแลและร่วมดำเนินการบูรณะซ่อมแซมให้กลับมางดงามเช่นเดิม