บริการข่าวไทยรัฐ

ยอมออกแล้ว! ที่ปรึกษาทรัมป์แอบคุยรัสเซียเรื่องคว่ำบาตร

เมื่อ 13 ก.พ. ไมเคิล ฟลินน์ ทหารยศ พล.ท.วัยเกษียณ ผู้เป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลาออกแล้วจากกรณีถูกกล่าวหาคุยเรื่องการคว่ำบาตรรัสเซียขณะสนทนาทางโทรศัพท์กับนายเซอร์เก คิสล์ยัก ทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ ก่อนทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำ หลังฟลินน์ปฏิเสธมาตลอดและถูกหลายฝ่ายกดดันให้ลาออก รวมทั้งต้องการให้สอบสวน เหตุที่ขณะนั้นฟลินน์ยังไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นทางการ โดยฟลินน์ระบุในจดหมายลาออกว่าไม่มีเจตนาปกปิด ขอโทษประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีที่แจ้งรายละเอียดไม่ครบหมด

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงว่าฟลินน์และทูตรัสเซียไม่ได้คุยเรื่องการยกเลิกการคว่ำบาตรแต่อย่างใดด้านนายคอนสแตนติน โคซาเชฟ และนายอเล็กเซ พุชคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์วุฒิสภาและสภาผู้แทนฯรัสเซีย ตามลำดับ ระบุว่าการปลดนายฟลินน์เพราะติดต่อกับรัสเซียไม่ใช่แค่อาการหวาดผวาแต่เป็นอะไรที่เลวร้ายกว่า และไม่ใช่ฟลินน์ที่เป็นเป้าหมายแต่เพื่อมุ่งทำลายความสัมพันธ์กับรัสเซีย

สำหรับฟลินน์ เคยถูกอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา สั่งปลดมาแล้วในปี 2557 จากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาโหมเพราะกระด้าง กระเดื่อง ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ก่อนกลายมาเป็นผู้สนับสนุนตัวยงของนายทรัมป์ช่วงหาเสียงเลือกตั้งและใกล้ชิดกับทั้งนายทรัมป์และสตีฟ แบนนอน หัวหน้านักวางกลยุทธ์ของทรัมป์

การลาออกของฟลินน์ยังเป็นการโหมกระพือกระแสเรียกร้องให้ทำการสอบสวนอิสระกรณีรัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเมืองสหรัฐฯช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยทำการเจาะระบบล้วงข้อมูลพรรคเดโม-แครตเพื่อช่วยให้นายทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ซึ่งทั้งรัสเซียและนายทรัมป์ต่างปฏิเสธแล้ว

วันเดียวกัน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) แถลงประณามการทดลองยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ เรียกร้องสมาชิกยูเอ็นเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าเพื่อบังคับมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ แต่ไม่ระบุชัดถึงมาตรการที่อาจนำมาใช้เล่นงาน

ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯประกาศคว่ำบาตร อายัดทรัพย์สินและห้ามนายทาเร็ค เอลไอส์ซามี รองประธานาธิบดีคนใหม่ของเวเนซุเอลา เข้าสหรัฐฯ พร้อมนายซามาร์ก เบลโล นักธุรกิจคนสนิท ในข้อกล่าวหาพัวพันกระบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติซึ่งนายทาเร็คเคยปฏิเสธแล้ว.