บริการข่าวไทยรัฐ

เคน เจอ ฌอห์ณ ได้ วอนอย่าทำเรื่องใหญ่ แจงนั่งตักแม่ลูกน่ารักๆ (ชมคลิป)

เคน ภูภูมิ เผยเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นเรื่องเล็กแต่คนรอบข้างมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนตัวร่วมงานกับฌอห์ณได้ ส่วนเอสเธอร์ต้องถามเจ้าตัวเอง บอกไม่อยากให้แบ่งทีมเพราะวันนี้วันวาเลนไทน์ รับรูปนั่งตักเจอกระแสคอมเมนต์แรงมาก สงสารคุณแม่เพราะถูกด่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องด่าแรงขนาดนี้ ให้กำลังใจแม่เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มองเป็นรูปน่ารัก ไม่คิดฟ้องคนด่า ส่วนวันนี้ที่แม่กับเอสเธอร์มาเพราะนัดทานข้าววันวาเลนไทน์ด้วยกัน

หลังจากที่มีข่าวออร์แกไนซ์ออกมาแฉว่า หนุ่ม ฌอห์ณ จินดาโชติ เป็นคนที่ไม่ขอร่วมงานกับอดีตคู่จิ้น เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา ที่งานอีเวนต์งานหนึ่ง งานนี้เลยทำให้หนุ่มเคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ มีเอี่ยวกับเรื่องนี้ไปด้วย เนื่องจากมีรูปหนุ่มเคนร่วมเฟรมกับรูปที่ออร์แกไนซ์ลงแฉด้วย งานนี้เมื่อได้เจอหนุ่มเคนที่งาน ออมสินเปิดตัวบัตรเครดิตบาร์บี้ Barbie's GSB GEN CARD ที่ลานอีเดน 3 เซ็นทรัลเวิลด์ เลยไม่พลาดที่จะสอบถามถึงกระแสข่าวดังกล่าว อีกทั้งยังถามต่อถึงเรื่องดราม่าเคนนั่งตักแม่ของสาวเอสเธอร์ จนทำให้ถูกชาวเน็ตเข้าไปวิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ซึ่งหนุ่มเคนชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า

สภาพจิตใจตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
"โอเคดี ก็ให้กำลังใจน้องอยู่เสมอ ทุกคนก็น่าจะได้เห็นสิ่งที่ชี้แจงไปหมดแล้ว แต่ยังไงรอฟังจากปากน้องเองน่าจะดีกว่า" แต่ตามข่าวเหมือนเอสเธอร์ก็ยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้ไม่อยากร่วมงานกับฌอห์ณ ?"รายละเอียดแต่ละคนเขาก็ออกมาชี้แจงเหตุผลกันแล้ว ก็ตามนั้นแหละครับ แต่ละคนก็ล้วนมีเหตุผล ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ปล่อยให้มันจบๆ ไปไม่ต้องมีอะไรดีกว่า แต่ถ้าคนไม่ชอบหรือไม่สบายใจก็ต้องขอโทษด้วย" เราได้บทเรียนอะไรจากเรื่องนี้บ้าง ? "ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่ต้องมีบทเรียนหรอกมั้งครับ"

ตอนนี้มีคนแบ่งฝ่ายเป็นฝั่งนู้นฝั่งนี้ด้วย เรารู้สึกยังไงบ้าง ? "ไม่ต้องแบ่งหรอกครับเป็นเพื่อนกันดีกว่า ไม่ต้องมีพวกหรอก มีเพื่อนดีกว่า เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักด้วยเรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่าครับ ถามว่าเครียดไหมกับข่าว ก็มีเครียดบ้างครับเป็นธรรมดา แต่ก็ไม่เป็นไร ผมปล่อยให้มันจบๆ ไปดีกว่าอย่าไปทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ คือมันเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน และต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง" อย่างตัวเราเองเวลาโพสต์อะไรลงอินสตาแกรม ก็มีคนเข้ามาโจมตีตลอด ? "แล้วแต่คนจะมองครับ ถ้าหากผมทำอะไรให้ใครไม่สบายใจหรือไม่ชอบก็ต้องขอโทษด้วยครับ" ล่าสุดแม่น้องก็โดนดราม่านี้เข้าไปด้วยเหมือนกัน ? "ก็ให้กำลังใจอย่างเดียวครับ คุณแม่เขาก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดาอยู่แล้ว คนเราถ้าหากโดนมากๆ ก็ต้องรู้สึกเหนื่อยใจ ท้อ แต่ก็คอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่เสมอ แม้แต่ตัวผมกับน้องเองพอโดนมากๆ มันก็มีบั่นทอนเหมือนกัน อย่างที่บอกแหละครับไม่ต้องมีพวกกันหรอก มาเป็นเพื่อนกันดีกว่า อย่าทะเลาะกันเลยมันไร้สาระ"

กับภาพดราม่าที่เรานั่งตักคุณแม่ เรารู้สึกยังไงบ้าง ? "ผมรักแม่น้องเหมือนแม่ผมครับ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่จิตใจคนมากกว่า คนที่มองแบบนั้นผมคิดว่าจิตใจไม่ค่อยดีนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ารักออก น่ารักจะตาย แต่คุณแม่ก็เครียดมากเหมือนกัน ผมเองก็เป็นห่วง กลัวท่านจะคิดมาก แต่ก็อย่างที่บอกไม่เห็นเป็นอะไรเลยใครๆ ก็นั่งตักแม่ทั้งนั้น และเราเองก็แค่เล่นๆ กันเพราะเราสนิทกันมาก ไม่ได้นั่งทั้งวัน นั่งแค่ 1-2 วินาทีเท่านั้นเอง" คอมเมนต์ประเด็นนี้ค่อนข้างรุนแรงเราได้อ่านไหม ? "ก็ค่อนข้างที่จะล้ำเส้นเหมือนกันนะครับ แต่ก็อย่างที่บอกคนเราคิดไม่เหมือนกัน เขาอาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ผมเป็นห่วงความรู้สึกของแม่เหมือนกัน ผมมองว่าเป็นเรื่องน่ารักลูกนั่งตักแม่มันก็ธรรมดานะครับ"

อยากจะบอกคนพวกนี้ยังไงบ้าง ? "ไม่รู้จะบอกอะไรเขาดี ผมว่าให้เขาไปคิดใหม่เถอะครับ ผมไม่ได้ไปนั่งตักสาวที่ไหน แต่ผมนั่งตักแม่" หลังจากนี้เราจะต้องระมัดระวังมากขึ้นไหม ในการโพสต์ภาพหรือการลงรูปกับแม่ เพราะคนก็มีหลายความเห็น ? "ให้คนพวกนี้ไปคิดใหม่ดีกว่า เราก็อยู่ในโลกของเราที่คิดว่าน่ารักดี" จะมีการฟ้องร้องไหมเพราะกรณีแบบนี้สามารถฟ้องร้องได้ ? "ไม่ฟ้องหรอกครับ อาจจะเป็นช่วงๆ ผมลงตอนแรกๆ ไม่เห็นจะมีใครว่าอะไรเลย" ถ้าวันหนึ่งต้องร่วมงานกับฌอห์ณเราจะโอเคไหม ? "ไม่มีปัญหาครับ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ และมันก็ไม่ควรจะเป็นเรื่องเลยด้วยซ้ำ แต่ตั้งแต่เกิดเรื่องเราก็ยังไม่ได้มีการเคลียร์กันหรือคุยอะไรกัน เพราะอย่างที่บอกมันไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่เราต้องอะไรขนาดนั้น แค่คนทำให้เรื่องมันใหญ่ไปเองมากกว่า" เรารู้สึกยังไงบ้างที่ทางออร์แกไนซ์อ้างว่าฌอห์ณไม่อยากร่วมงานกับเอสเธอร์ ? "อันนี้ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ละคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง ก็ไม่เป็นไรครับแต่ผมร่วมงานกับเขาได้" เราให้กำลังใจเอสเธอร์ยังไงบ้าง ?"ก็พาเขาไปกินข้าว"

วันวาเลนไทน์มีอะไรพิเศษให้เอสเธอร์บ้างไหม ?
"ก็พาไปกินข้าวครับ เดี๋ยวก็จะมีของขวัญให้เขาด้วยเหมือนกัน เพราะว่าเป็นวันวาเลนไทน์แรกของเรา แต่ไม่ได้ไปกันสองคนนะเพราะว่ามีคุณแม่ไปด้วย ซึ่งผมเองก็คิดว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกันที่คุณแม่ไปด้วย เพราะจะได้มีคนช่วยถ่ายรูปคู่ให้ ส่วนน้องเขาจะให้อะไรผมอันนี้ผมไม่ได้คาดหวัง ไม่ต้องให้ก็ได้ครับ" เราเจอเรื่องดราม่าร่วมกันค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะครั้งนี้ เราถือว่ามันเป็นบททดสอบสำหรับเราทั้งคู่ได้เลยไหม ? "ไม่ต้องพิสูจน์หรอกครับ ให้มันไปเรื่อยๆ ของมันดีกว่า" ณ ตอนนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยัง ? "โอ้โห (อึ้งไปประมาณ 10 วินาที) ก็พิสูจน์ได้ว่า เราก็ถือว่าเป็นคนพิเศษกันครับ (หัวเราะ) เป็นคนพิเศษสำหรับผม ผมอยู่ด้วยและมีความสุข" ทำไมถึงใช้คำว่าคนพิเศษไม่ใช้คำว่าแฟน ? "ไม่รู้สิ ก็มันพิเศษกว่าไง จะเรียกยังไงก็ได้มันแล้วแต่เราสองคน"

"สุดท้ายนี้ผมขอฝากโฟโต้บุ๊กหน่อยครับ ซึ่งโฟโต้บุ๊กเล่มนี้ มีผม มีพี่เวียร์ มีพี่โอ้ ถ่ายร่วมกัน ซึ่งอาเล็กเป็นคนถ่ายให้ ส่วนจะเซ็กซี่ไหม อยากให้ตามไปซื้อดูกันเอาเอง รายได้ทั้งหมดจะนำไปบริจาคให้กับทางสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ และก็จะมีการจับสลากผู้โชคดีที่ซื้อโฟโต้บุ๊กเล่มนี้ 250 คน มาร่วมงานมีตติ้งกับพวกเราด้วย"