บริการข่าวไทยรัฐ

เอกชน 73 ราย แห่ยื่นซองคุณสมบัติประมูลข้าวสต๊อกรัฐ 2.87 ล้านตัน

ภาคเอกชน 73 ราย แห่ยื่นซองคุณสมบัติเสนอซื้อข้าวสต๊อกรัฐ 2.87 ล้านตัน จับตาโรงสีแย่งซื้อข้าวหอมมะลิในโกดังตัวเอง เหตุข้าวที่เก็บไม่ได้มาตรฐาน หวั่นต้องชดเชยส่วนต่างให้ผู้ชนะประมูล หรือถูกรัฐฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ...

วันที่ 14 ก.พ. 60 นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เปิดให้ผู้สนใจยื่นซองตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อเข้าร่วมการประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเพื่อการบริโภคปริมาณ 2.87 ล้านตัน มีผู้สนใจยื่นซอง 73 ราย โดยจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติ วันที่ 16 ก.พ. และจะเปิดให้ผู้ผ่านคุณสมบัติยื่นซองเสนอราคาวันที่ 16 ก.พ. นี้ เช่นกัน

ส่วนสาเหตุที่มีเอกชนจำนวนมาก เพราะข้าวที่นำมาเปิดประมูล 2.87 ล้านตัน เป็นข้าวคุณภาพดีลอตสุดท้ายที่คนสามารถบริโภคได้ หลังจากเปิดซองเสนอราคาแล้ว จะนำผลสรุปเสนอประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เห็นชอบต่อไป

ด้าน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การประมูลข้าวครั้งนี้คึกคักกว่าที่ผ่านมา เพราะข้าวที่เปิดประมูลมีปริมาณมาก อีกทั้งตลาดยังมีความต้องการข้าว โดยเฉพาะข้าวขาว 5% ที่เปิดประมูลครั้งนี้ 500,000 ตัน ซึ่งการระบายจำนวนมาก อาจกระทบต่อจิตวิทยาในระยะสั้น ทำให้ราคาข้าวในตลาดลดลงบ้าง แต่จะส่งผลดีในระยะยาว เพราะส่งสัญญาณไปยังตลาดต่างประเทศว่าข้าวสต๊อกรัฐบาลเหลือน้อยแล้ว และมีผลผลักดันให้ราคาปรับขึ้น ปัจจุบันราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทย (เอฟโอบี) ตันละ 355-360 เหรียญสหรัฐฯ เวียดนาม ตันละ 335-340 เหรียญฯ ซึ่งการที่ได้ข้าวรัฐบาลมาส่งออกจะทำให้ผู้ส่งออกแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าวที่นำมาเปิดประมูลครั้งนี้ เป็นข้าวหอมมะลิ 1.4 ล้านตัน ทำให้มีการแห่ยื่นประมูลจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงสี ที่รัฐเช่าโกดังเพื่อฝากเก็บข้าวในสต๊อก เพราะไม่ต้องการรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเก็บข้าวรัฐไม่ได้คุณภาพ ทำให้ข้าวเสื่อมสภาพมากกว่าที่ควรจะเป็น จึงต้องการประมูลข้าวเอาไว้เอง เพราะหากผู้ชนะการประมูลพบว่า ข้าวเสื่อมมากจนรับมอบไม่ได้ เจ้าของโกดังที่รัฐเช่าฝากเก็บต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ชนะการประมูล หรืออาจถึงขั้นถูกรัฐฟ้องร้องดำเนินคดีได้