ปส.โชว์ผลงานจับยาบ้ากว่า 1. 5ล้านเม็ด ซิวต่างชาติซุกโคเคนในครีมทาผิว - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ปส.โชว์ผลงานจับยาบ้ากว่า 1. 5ล้านเม็ด ซิวต่างชาติซุกโคเคนในครีมทาผิว

รอง ผบ.ตร.นำทีมแถลงข่าว บช.ปส. โชว์ผลงานกวาดล้างแก๊งยาเสพติด 3 คดีรวด ยึดของกลางยาบ้ากว่า 1.5 ล้านเม็ด พร้อมรวบ 2 ชาวต่างชาติคาสนามบินสุวรรณภูมิ แอบซุกโคเคนในครีมบำรุงผิว เตรียมส่งต่อลูกค้ารัสเชียที่โรงแรมย่านบางนา

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 ก.พ. 60 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด ผบก.ปส. 3 ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี ดังนี้

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด (บก.สกส.บช.ปส.) บก.ปส.4 และ บก.ขส.บช.ปส. ร่วมกันจับกุม นายอาแว สาแล๊ะ อายุ 29 ปี, นายก่อเส็ม เอียดขาว อายุ 40 ปี, น.ส.อภิญญา หมัดจันทร์ อายุ 28 ปี และ น.ส.นูรไอนี สาแหละ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 988,000 รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 8802 นราธิวาส โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง อาวุธปืนพกขนาด .45 มม. 1 กระบอก พร้อมกระสุน 7 นัด สามารถจับกุมได้ที่บ้านใน ต.คลองทรายขาว อ.กงหรา จ.พัทลุง

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ บก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปแหล่งพักยา จึงได้เฝ้าติดตาม จนพบรถยนต์เก๋งมิตซูบิชิ สีขาว หมายทะเบียน กง 8802 นราธิวาส ซึ่งเป็นเป้าหมาย เดินทางเข้ามาจอดที่บ้านหลังดังกล่าว ชุดจับกุมจึงแสดงตัวและขอตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ด้านหลังพนักพิงเบาะด้านหลัง ซึ่งดัดแปลงเป็นที่ซุกซ่อน จำนวน 724,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบยาบ้าซุกซ่อนไว้อีก จำนวน 264,000 เม็ด ถูกฝังไว้ใต้พื้นห้องน้ำหลังบ้าน รวมยาบ้าทั้งหมด 988,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมด

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้เก็บพักยาและลำเลียงไปส่งยัง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลการจับกุมบุคคลในเครือข่าย และยึดทรัพย์ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ต่อไป

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2 บก.ปส.4 เจ้าหน้าที่ ตชด.414 สภ.ท่าแซะ จับกุมตัว นายสุริยันต์ แก้วศรีจันทร์ อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า จำนวน 300,000 เม็ด รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฎจ 3767 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 1 เครื่อง จับกุมได้ที่บริเวณที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) ม.2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 9 ก.พ.

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2 บก.ปส.4 ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตชด.414, สภ.ท่าแซะ, สภ.บ้านมาบอำมฤต, สภ.ปะทิว, สภ.สลุย, และ กก.ปพ.บก.สส.ภ.8 ตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หน้าที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ขณะปฏิบัติหน้าที่พบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ขับผ่านมาตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้า จ.ชุมพร มีท่าทีพิรุธต้องสงสัย จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจค้น พบ นายสุริยันต์ เป็นผู้ขับ ผลการตรวจพบยาบ้า 10 ถุง มัดรวมเป็นก้อนห่อด้วยกระดาษสา แล้วพันด้วยพลาสติกใสอีกชั้นหนึ่ง จำนวน 150 ก้อน รวมยาบ้า 300,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่บริเวณด้านหลังเบาะที่นั่งผู้โดยสารของรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว จึงยึดยาบ้าที่พบเป็นของกลาง และจับกุมนายสุริยันต์ไว้ เบื้องต้น แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี และขยายผลต่อไป

คดีที่ 3 เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 ร่วมกับ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกันจับกุม นายคมกริช จันทร์ลือชัย อายุ 42 ปี, นายภูสิทธิ์ ชัยบุรีโอภาส อายุ 27 ปี , นายอลงกรณ์ คงธนะ อายุ 36 ปี  และนายจุลพงศ์ แซ่ลี้ อายุ 43 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้าจำนวน 227,400 เม็ด รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีเทา ทะเบียน 1กฬ 691 กทม. รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรล่า ทะเบียน 7ฐ 4627 กทม. และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับรายงานจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ นำมาเก็บพักไว้ในพื้นที่ จ.นนทบุรี โดยมี นายคมกริชขับรถยนต์ฮอนด้าแจ๊สเข้ามาพบ นายภูสิทธิ์ ที่อาคารนนท์ซิตี้ ทาวเวอร์ ซ.นนทบุรี 14 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จากนั้น นายภูสิทธิ์ ได้เข้ามาเปิดท้ายรถของนายคมกริช แล้วหยิบยาบ้าที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกสีส้มออกไป จากนั้นนายคมกริชได้ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเห็นจึงเชื่อว่าทั้งคู่ได้ลำเลียงยาเสพติดกันเรียบร้อยแล้ว จึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น พบยาบ้าดังกล่าวจำนวน 56,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง และทำการจับกุมนายคมกริช พร้อมทั้งทำการตรวจค้นพบยาบ้าอีก 30,000 เม็ด

“จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่ารับยาบ้าดังกล่าวจะนำไปส่งมอบให้ลูกค้าตามคำสั่งนายจ้าง ต่อจากนั้นทั้งสองได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายคมกริชนำเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผล ติดต่อและจับกุมนายอลงกรณ์ได้ขณะเข้ารับยาบ้าจำนวน 30,000 เม็ด ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ ส่วนนายภูสิทธิ์ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจขยายผล ติดต่อ และจับกุมนายจุลพงศ์ได้ขณะเข้ารับยาบ้าจำนวน 56,000 เม็ด ที่ได้ยึดเป็นของกลางไปก่อนหน้านี้เช่นกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องพักของนายคมคริช พบยาบ้าจำนวน 132,000 เม็ด และเข้าค้นบ้านของนายภูสิทธิ์พบยาบ้าอีกจำนวน 9,400 เม็ด เบื้องต้น แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดี” พล.ต.ท.สมหมาย กล่าว

คดีที่ 4 พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด ผบก.ปส. 3 แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา น.ส.เจนนี่ คาร์เมน เดล์ โนซิโอ อาคูญ่า ปาเช็คโก ชาวเอกวาดอร์ อายุ 55 ปี และ นายมิคาเอล ชาบานอฟ อายุ 31 ปี ชาวรัสเซีย โดยจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางนา พร้อมของกลางเป็นโคเคน บรรจุอยู่ในครีมบำรุงผิว จำนวน 7 รายการ น้ำหนัก 2350 กรัม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดซุกซ่อนมากับผลิตภัณฑ์เสริมความงาม จำพวกครีมบำรุงผิวจากประเทศเปรู มาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อที่จะส่งต่อให้กับลูกค้าชาวรัสเซียในประเทศไทย กระทั่งวานนี้ชุดสืบสวนพบผู้ต้องหาคือ น.ส.เจนนี่ อยู่ในท่าทีมีพิรุธขณะที่ทำการตรวจสัมภาระ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวทำการตรวจค้น กระทั่งพบครีมบำรุงผิวจำนวน 7 กระปุก อยู่ในกระเป๋าเดินทาง จากการตรวจสอบด้วยสารเคมีและเครื่องตรวจยาเสพติด พบว่าครีมดังกล่าวมีการผสมโคเคน จึงได้ทำการจับกุม ซึ่ง น.ส.เจนนี่ รับสารภาพว่าขนยาดังกล่าวมายังประเทศไทย เพื่อส่งต่อให้กับชาวรัสเซียคือ นายมิคาเอล ชาบานอฟ อายุ 31 ปี ชาวรัสเซีย ที่จะมารอรับที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางนา ตำรวจจึงขยายผลกระทั่งสามารถจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดดังกล่าวรับมาจากประเทศเปรู เพื่อที่จะนำมาส่งต่อให้กับลูกค้าชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่ายลูกค้าของขบวนการยาเสพติดกลุ่มนี้ ทั้งนี้วิธีการแอบผสมยาโคเคนมากับครีมต่างๆ ถือเป็นวิธีการใหม่ ที่ใช้ในการตบตาเจ้าหน้าที่เพื่อให้ยากต่อการจับกุม ซึ่งหากดูผิวเผินมีลักษณะคล้ายครีมบำรุงผิวทั่วไป ก่อนนำไปสกัดสารแยกตัวครีมกับสารเสพติดและนำไปจำหน่าย ต่างจากวิธีการเดิมที่ส่วนใหญ่จะนำเข้าเป็นผงซุกซ่อนตามช่องกระเป๋า หรือนำมาซักผสมใส่ในผ้าก่อนที่จะละลายกับน้ำ และรอสกัดจนเป็นผงยา สำหรับกลุ่มลูกค้านั้นจะเป็นกลุ่มนักเที่ยวราตรีตามสถานบันเทิงต่างๆ อย่างไรก็ตาม อยู่ระหว่างการขยายผลเชื่อมโยงเครือข่ายและกลุ่มลูกค้าต่อไป

"สำหรับโคเคน ถือเป็นยาเสพติดที่ออกฤทธิ์ โดยเป็นที่นิยมในประเทศแถบอเมริกากลาง เช่น บราซิล เม็กซิโก ส่วนใหญ่ประเทศมีผู้นิยมทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยกลุ่มชาวต่างชาติที่พบส่วนใหญ่จะเป็นชาวรัสเซีย และกลุ่มคนผิวดำ ในส่วนของพิรุธที่พบนั้น ก็คือส่วนใหญ่กลุ่มต่างชาติที่ลำเลียงยาเสพติดจะมีผู้อื่นซื้อตั๋วเครื่องบิน จัดแจงเรื่องที่พักให้ ทั้งหมด อีกทั้ง จะมีการเส้นทางการเดินทางหลายประเทศเพื่อให้ดูเหมือนว่าเป็นนักท่องเที่ยว" พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 2 (โคเคน) เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย", "ร่วมกันนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.