'บิ๊กตู่' สั่ง ปปง. สอบเส้นทางการเงิน 'ไซซะนะ' หวั่นโยงป่วนใต้ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'บิ๊กตู่' สั่ง ปปง. สอบเส้นทางการเงิน 'ไซซะนะ' หวั่นโยงป่วนใต้

นายกฯ ชี้ จับเครือข่าย "ไซซะนะ" เป็นผลงานตำรวจ คสช. และรัฐบาล สั่ง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หวั่นเชื่อมโยงกลุ่มค้ายาในจังหวัดภาคใต้ พร้อมเผยสถานการณ์ใต้ดีขึ้น เจรจาได้ข้อยุติหลายราย

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเครือข่ายไซซะนะ มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดภาคใต้ตอนล่างว่า นี่คือผลงานของตำรวจ คสช. และรัฐบาล ในการจับกุมและดำเนินคดี ขอให้เห็นว่านี่คือส่วนที่ดีที่เขาทำ และหากรัฐบาลนี้ไม่เข้ามา ไม่กำชับกำกับดูแลตำรวจ เรื่องนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือระหว่างประเทศตามที่ตนได้มอบหมาย ตามนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างประเทศ ทั้งประเทศจีนและรัสเซีย เราจึงได้ข้อมูลมาสอบสวนดำเนินคดี ส่วนความเชื่อมโยงกับเครือข่ายภาคใต้นั้นมีมานานแล้ว แต่ในเมื่อครั้งนี้มีการจับกุมเครือข่ายขนาดใหญ่ได้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายบุคคลในภาคใต้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ ขอให้ทุกคนรอดูผลงานที่จะออกมาแล้วกัน

"ผมได้ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไปติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเครือข่ายดังกล่าวตรวจสอบได้หลายทาง ทั้งทางตำรวจ เส้นทางการเงิน การสืบสวน เพราะรัฐบาลเอาจริงเอาจังเรื่องพวกนี้ ฉะนั้นขอร้องว่าเมื่อเขาทำมาก็อย่าเพิ่งไปดูถูกว่าสอบสวนอะไรก็ไม่สำเร็จ ทำอะไรก็ออกมาเหมือนเดิม ผมยืนยันว่าไม่ให้เหมือนเดิม เว้นแต่ว่ามันทำอะไรไม่ได้ หากทำได้ก็จะทำหมด ไม่เคยดึงเรื่องอะไรไว้ทั้งสิ้น ทุกอย่างไม่ต้องทำแผนอะไรใหม่เพราะมีอยู่แล้ว เพียงจะทำหรือไม่ทำเท่านั้น ที่ผ่านมาเราไม่เคยให้ความสำคัญ รัฐบาลจึงเข้ามาทำทั้งหมด" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้นมาก และมีความเข้าใจมากขึ้น แต่ที่ผ่านมามีคนบิดเบือนโดยนำศาสนาเข้ามา ขณะเดียวกัน มีภัยแทรกซ้อนทั้งยาเสพติด ค้าน้ำมันเถื่อน ทุจริตผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล ซึ่งได้ปราบปรามทุกเรื่อง แต่บางอย่างเป็นเรื่องครอบครัว จึงมีการให้ข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีการเจรจาจนได้ข้อยุติไปหลายราย ทั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 และคณะทำงานดำเนินการแก้ปัญหาอยู่แล้ว และจะทำทุกอย่างให้สถานการณ์ดีขึ้น 

** ข่าวที่เกี่ยวข้อง คลิกที่นี่ **