บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ธุรกิจตั้งใหม่ ม.ค. 6,279 ราย พุ่งสุดรอบ 4 ปี หลังร้านทองแห่เข้าระบบ

ยอดจัดตั้งธุรกิจใหม่ เดือน ม.ค. พุ่งสูงสุดรอบ 4 ปี จำนวน 6,279 ราย โต 9% หลังต้อนร้านทองเข้าระบบได้เพิ่ม ส่วนจดเลิกกิจการลด 21% จำนวน 1,157 ราย คาดทั้งปี จดจัดตั้งใหม่ได้มากกว่า 6.6 หมื่นราย ...

วันที่ 14 ก.พ. 60 นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในเดือน ม.ค. 60 ว่า มีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ทั่วประเทศ 6,279 ราย สูงสุดในรอบ 4 ปี เพิ่มขึ้น 9% เทียบกับ เดือน ม.ค. 59 โดยมีทุนจดทะเบียน 16,492 ล้านบาท ลดลง 42% โดยสาเหตุที่ทุนจดทะเบียนลดลงสวนทางกับยอดจำนวนที่เพิ่มขึ้น เป็นเพราะธุรกิจส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนใหม่เป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มูลค่าการลงทุนไม่สูง แต่แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีได้เข้าสู่ระบบมากขึ้น จากแรงกระตุ้นของมาตรการรัฐในการให้การสนับสนุน

ส่วนจำนวนธุรกิจที่จดทะเบียนสูงสุดรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งมาจากการผลักดันให้ร้านค้าทองเข้ามาในระบบมากขึ้น โดยในเดือน ม.ค. 60 มีร้านค้าทองจดทะเบียน 696 ร้าน คิดเป็นสัดส่วน 11% ของธุรกิจที่จดทะเบียนทั้งหมด ส่งผลให้ล่าสุด มีร้านค้าทองจดทะเบียนแล้ว 5,146 ร้าน คิดเป็น 69% จากร้านทองทั้งหมด 7,500 ร้าน รองลงมา คือ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จดทะเบียน 623 ราย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 282 ราย ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการจัดการ 150 ราย และธุรกิจขายส่งเครื่องจักรและอุปกรณ์ จำนวน 149 ราย

สำหรับยอดการจดทะเบียนเลิกกิจการ เดือน ม.ค. 60 มีจำนวน 1,157 ราย ลดลง 21% เทียบกับเดือน ม.ค. 59 มีทุนจดทะเบียนเลิกกิจการ 2,856 ล้านบาท ลดลง 70% โดยสาเหตุที่ธุรกิจจดทะเบียนเลิกกิจการน้อยลง คาดว่าเป็นผลจากเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ทำให้ธุรกิจยังคงสภาพกิจการได้อยู่ ประกอบกับการสนับสนุนเอสเอ็มอีประกอบธุรกิจ ทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีที่ล้มอาจจะยังไม่จดเลิกกิจการ เพราะมีการฟื้นฟูธุรกิจใหม่

อย่างไรก็ตาม กรมฯ คาดการณ์ว่า ในปีนี้จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ไม่ต่ำกว่า 66,000 ราย เพราะเศรษฐกิจในประเทศ และการจับจ่ายเริ่มฟื้นตัว ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลดีต่อภาคธุรกิจ และการที่รัฐสนับสนุนให้เกิดธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพมากขึ้น ตลอดจนการให้บริการของกรมฯ ผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้มีผู้คนมาใช้บริการ และมายื่นขอจดทะเบียนมากขึ้น เพราะมีความสะดวกมากขึ้น