กรมประมงประกาศปิดอ่าวไทย 3 จว. นาน 3 เดือน ให้สัตว์น้ำวางไข่ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

กรมประมงประกาศปิดอ่าวไทย 3 จว. นาน 3 เดือน ให้สัตว์น้ำวางไข่

กรมประมงใช้วันวาเลนไทน์ ประกาศปิดทะเลอ่าวไทยรวมพื้นที่ 16.5 ล้านไร่ กินอาณาเขต 3 จังหวัด ในห้วงเวลา 3 เดือน ให้สัตว์น้ำวางไข่ แพร่ขยายพันธุ์ เผยสถิติปลาเพิ่มมากขึ้นกว่า 3 เท่า มีมูลค่าเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท...

เมื่อวันที่ 14 ก.พ.60 ที่ท่าเทียบเรือเทศบาลตำบลปากน้ำชุมพร อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร พล.อ.ปัฐมพงศ์ ประถมภัฏ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีประกาศปิดอ่าวประจำปี 2560 ในท้องทะเลอ่าวไทยพื้นที่ 3 จังหวัด ตั้งแต่เขาตาม่องล่าย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพรเต็มพื้นที่ ไปจนถึงอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี รวมพื้นที่ 26,400 ตร.กม. หรือประมาณ 16.5 ล้านไร่ ไว้เป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำ โดยเฉพาะปลาทูที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับทะเลอ่าวไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดดังกล่าว ถือเป็นครัวไทยครัวโลก ที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แพร่ขยายพันธุ์สัตว์น้ำที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยห้ามทำการประมงจับสัตว์น้ำด้วยเครื่องมือบางชนิด ตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ - 15 พฤษภาคม ของทุกปี โดยมี นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รอง ผวจ.ชุมพร พร้อมหน่วยราชการ นักการเมือง ผู้นำชุมชน กลุ่มพลังมวลชนกว่าพันคน ให้การต้อนรับและร่วมชมกิจกรรม นิทรรศการเกี่ยวกับวงจรชีวิตของสัตว์น้ำช่วงผสมพันธุ์ วางไข่ แพร่ขยายพันธุ์ เลี้ยงตัวอ่อน จนเติบโตกระทั่งชาวประมงจับมาบริโภคและส่งขายทั้งในประเทศและส่งออกต่างประเทศ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละนับแสนล้านบาท

นายมีศักดิ์ ภักดีคง รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า จากสถิติเก็บข้อมูลเมื่อปี 2559 ก่อนช่วงประกาศปิดอ่าว ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้ 29,765 ตัน แต่หลังจากประกาศปิดอ่าวผ่านไป 3 เดือน ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้มากถึง 38,695.84 ตัน ถือว่ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น 3.3 เท่า สำหรับมาตรการประกาศปิดอ่าวในปีนี้มีการทำแผนการใช้เรือตรวจการณ์ลาดตระเวนครอบคลุมทุกพื้นที่ร่วมกับศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ประกอบด้วย 6 หน่วยงานหลักคือ กรมประมง กองทัพเรือภาคที่ 1 ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกรมศุลกากร พร้อมใช้เทคโนโลยี VMS ติดตามความเคลื่อนไหวประกอบข้อมูลจากศูนย์แจ้งเข้า-ออกเรือประมง หรือ PIPO ในการเฝ้าระวัง หากพบมีเรือประมงกระทำความผิดในพื้นที่ประกาศปิดอ่าวจะทราบทันที และจะเข้าจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่งมีโทษปรับสูง ทั้งยึดเครื่องมือประมง และเพิกถอนใบอนุญาตห้ามทำการประมงอีกต่อไป.