วอนช่วย หญิงพิการขาขาด ร้อยมาลัยหาเงินเลี้ยงดูลูก-สามีป่วยมะเร็ง - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

วอนช่วย หญิงพิการขาขาด ร้อยมาลัยหาเงินเลี้ยงดูลูก-สามีป่วยมะเร็ง

วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ หญิงพิการขาขาดวัย 40 จ.สมุทรปราการ อดทน สู้ชีวิต ร้อยพวงมาลัยขาย หาเงินเลี้ยงดูลูก-สามีป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ไม่รู้จะจากกันวันไหน เผยทุกวันนี้หาเงินเท่าไรก็ไม่พอจ่าย ได้แต่สงสารลูกที่กำลังเรียนอยู่ กลัวจะเรียนกันไม่จบ ...

วันที่ 14 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายชาญ สกุลสุรจินดา อายุ 51 ปี รองประธานชุมชนศรีสกุลก้าวหน้า ว่า ภายในชุมชน มีหญิงพิการขาขาดต้องดูแลครอบครัวคนเดียว ขณะที่สามีป่วยเป็นโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 385 ม.1 ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยหลังรับแจ้งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ

บ้านหลังดังกล่าว แยกจากถนนปู่เจ้าสมิงพรายเข้าซอยหมู่บ้านศรีสกุลก้าวหน้า ไปประมาณ 300 เมตร ด้านขวามือ พบบ้านไม้สองชั้น โดยชั้นล่างของบ้านพัก พบ นางสาวศิริขวัญ มณี อายุ 40 ปี กำลังร้อยพวงมาลัยเพื่อจะนำไปขายเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ส่วน ด.ญ.วิลาณี พุฒผา อายุ 12 ปี บุตรสาว คอยช่วยแม่อยู่ข้างๆ

นอกจากนี้ ยังพบ นายอุทัย พุฒผา อายุ 46 ปี สามี ซึ่งมีร่างกายซูบผอมเหลือแต่โครงกระดูก ดวงตาเหม่อลอย เกิดจากอาการป่วยเป็นมะเร็งที่ปอดระยะสุดท้าย นอนซมทรมานอยู่บนเตียงนอน ขณะที่ ด.ช.ธีรพัฒน์ พุฒผา อายุ 6 ปี บุตรชายคนเล็กออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ที่นอกบ้าน 

นางสาวศิริขวัญ กล่าวว่า เดิมทีตนเป็นคนจังหวัดพิจิตร พออายุได้ 9 ขวบ ก็มาเกิดอุบัติเหตุถูกรถไฟทับที่ขาขวาใต้หัวเข่า จนต้องตัดขากลายเป็นเด็กพิการ เมื่ออายุ 19 ปี จึงออกจากบ้านเกิดมาหางานทำที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยในเบื้องต้นได้มารับจ้างร้อยพวงมาลัย จนได้พบรักกับนายณรงค์ แสงสกุล และได้มาอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา จนมีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ นายวิศรุต แสงสกุล ปัจจุบันอายุ 20 ปี และ ด.ญ.วิลาณี แสงสกุล โดยระหว่างที่อยู่ด้วยกันมา 10 ปี ก็มีความสุขมาโดยตลอด แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อนายณรงค์ สามีตนได้ล้มป่วยเป็นโรคไตอย่างกะทันหัน เสียชีวิต

ในขณะนั้น ตนต้องแบกภาระครอบครัวทั้งหมด บางวันต้องอดมื้อกินมื้อ แต่ในที่สุดก็ได้มาพบกับ นายอุทัย ซึ่งเป็นคนดี ขยัน และได้คอยช่วยเหลือครอบครัวตนเสมอมา ทั้งคู่จึงได้ชักชวนกันมาอยู่ด้วยกัน จากนั้นก็หาเช่าที่ดินว่างเปล่าเพื่อปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัย จนปัจจุบันมีบุตรด้วยกันกับนายอุทัย คือ ด.ช.ธีรพัฒน์ ซึ่งตนและลูกๆ ก็จะช่วยกันทำพวงมาลัย ส่วนนายอุทัย จะเป็นผู้นำไปขายย่านบางเสาธง ซึ่งขณะนั้นครอบครัวก็พอมีรายได้ และสามารถส่งลูกเล่าเรียนได้

กระทั่ง เมื่อต้นปี 2559 สามีตนได้ล้มป่วย จึงพาสามีไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ โดยแพทย์ระบุว่า สามีตนเป็นโรคมะเร็งที่ปอดระยะสุดท้าย เงินทองที่เก็บไว้ก็หมดไปกับค่ารักษาพยาบาล จนถึงวันนี้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเงินนอกระบบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในครอบครัวและเพื่อส่งเสียลูกได้เล่าเรียน แต่ทุกวันนี้หาเงินเท่าไรก็ไม่พอจ่าย ทุกวันนี้ได้แต่สงสารลูกที่กำลังเรียนอยู่ เกรงว่าจะเรียนกันไม่จบ จึงอยากวอนผู้มีใจเมตตาให้ช่วยเหลือตนและลูกๆ ด้วย เพราะไม่รู้ว่าสามีจะจากกันไปวันไหนก็ไม่รู้

ด้าน นายชาญ กล่าวว่า ตนรู้สึกสงสารและเห็นใจ นางสาวศิริขวัญ มาก ทั้งที่ตัวเองก็พิการแต่อดทนสู้ชีวิตทำงานหนักมาโดยตลอด โดยทุกวันนี้ตนจะบอกชาวบ้านว่า ถ้ามีเศษกระดาษ ขวดพลาสติก ที่พอจะขายได้ก็ขอให้นำมามอบให้ครอบครัวนี้ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวของนางสาวศิริขวัญอีกทางหนึ่งด้วย และอยากจะฝากไปถึงหน่วยงานใดที่พอที่จะช่วยครอบครัวนี้ได้ สามารถมาได้ทุกเวลา หรือโทรมาที่ 099-329-9919 หรือเลขบัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนปู่เจ้าสมิงพราย ชื่อบัญชี น.ส.ศิริขวัญ มณี เลขบัญชี 182-483677-7


advertisement