บริการข่าวไทยรัฐ

ยกย่องบุคคลทำงานปิดทองหลังพระ

นายพลากร สุวรรณรัฐ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. ร่วมยินดีกับนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2559.

เพื่อยกย่องและเป็นขวัญกำลัง ใจให้กับบุคคลผู้ปิดทองหลังพระ เสียสละอุทิศตนทำงานช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม กระทรวงการพัฒนา สังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับ มูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์ จัดงาน “วันปกรณ์ 60” ประกาศเกียรติคุณนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น เป็นประจำปี 2559 โดยมี นายพลากร สุวรรณรัฐ เป็นประธานในพิธี ที่กระทรวง พม. สะพานขาว เมื่อเร็วๆนี้

โอกาสนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ ได้กล่าวเปิดงานว่า งานสวัสดิการสังคมเป็นงานที่มีคุณค่าและมีความสำคัญต่อสังคมและประเทศชาติ เป็นวิชาชีพที่ต้องช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาตกทุกข์ได้ยาก และความเดือดร้อน เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองและดำรงชีวิตที่ดีขึ้นได้ในสังคม จึงขอชื่นชมกับนักสังคมสงเคราะห์ทุกคนที่ได้รับการประกาศเกียรติคุณกับความเสียสละ อุทิศตนในการทำงาน เพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและผู้ประสบความเดือดร้อนตลอดมา ความมุ่งมั่นของทุกคนส่งผลให้งานสังคมสงเคราะห์ประสบความสำเร็จก้าวหน้าต่อไป

สำหรับนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2559 ที่ได้รับการคัดเลือก แบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ นักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ, ผู้ปฏิบัติงานสังคม สงเคราะห์ และนักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัคร รวมทั้งสิ้น 19 คน อาทิ บังอร วิลาวัลย์ นักสังคมสงเคราะห์อาสาสมัครดีเด่น จ.ปราจีนบุรี ซึ่งกล่าวหลังจากได้รับรางวัลว่า หน้าที่หลักของตนทำงานเป็นนายก อบจ.ปราจีนบุรี ทำมา 4 สมัย 16 ปีแล้ว ด้วยหน้าที่การทำงานก็เป็นงานบริการสาธารณะอยู่แล้ว การทำงานจิตอาสา มาจากการลงพื้นที่ เห็นประชาชนเดือดร้อน จึงเข้าไปช่วย เหลือ ไม่ว่าจะไฟไหม้ น้ำท่วมหรือผู้พิการ ซึ่งตลอดการทำงานจิตอาสาของตน จะน้อมนำคำสั่งสอนของในหลวง ร.9 มาใช้โดยตลอด คือ รู้ตัวตนว่าเราอยู่บทบาทอะไรให้อย่างพอเพียง การช่วยเหลือไม่ใช่เป็นการปอกกล้วยเข้าปากเขา แต่เป็นการส่งเสริมให้เขามีอาชีพ มีรายได้ที่ยั่งยืน นอกจากนี้ที่บ้าน ครอบครัวตนก็ไม่ได้มาจากคนมั่งมี เคยไม่มีมาก่อน เราจะรู้ถึงความยากลำบาก เตี่ยกับแม่ก็สอน ให้รู้จักคำว่า “ให้” อยู่ตลอด งานจิตอาสาต้องทำด้วยใจรัก ถ้าใจไม่รักก็จะรู้สึกเหนื่อย เพราะเมื่อช่วยเหลือเขาแล้วก็ต้องมีการติดตามผลด้วย เห็นคนอื่นมีความสุข เราก็พลอยมีความสุขไปด้วย

ด้านนักสังคมสงเคราะห์อาชีพดีเด่น ที่ได้รับรางวัล “รอมือเลาะ หะยีเด” หัวหน้าฝ่ายสังคม สงเคราะห์ รพ.ปัตตานี กล่าวว่า ได้ทำงานเป็นนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพในสายการแพทย์มานานกว่า 33 ปี โดยเฉพาะการลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือกลุ่มเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ รวมถึงความรุนแรงที่เกิดในครอบครัว วิชาชีพนักสังคมสงเคราะห์เป็นคนทำงานที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งต้องพบปัญหาต่างๆมากมาย สิ่งสำคัญในการทำงาน คือ ความอดทน และการรู้จักประสานความร่วมมือจากเครือข่ายต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือช่วยแก้ปัญหา หลายปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้เพียงวันเดียวเสร็จ บางครั้งต้องนำกลับไปทำเป็นการบ้าน สำหรับแรงบันดาลใจที่ทำงานด้านนี้ถือเป็นบุญกุศลที่ได้ช่วยเหลือผู้คนให้ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับ ดวงเดือน เนตรวงศ์ ผู้ปฏิบัติงานนักสังคมสงเคราะห์ ดีเด่น จาก รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า จากการที่ได้รับผิดชอบงานศูนย์ช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกกระทำความรุนแรง หรือ oscc ประจำโรงพยาบาลฯ พบปัญหามากมาย ในการทำงานหากมีอุปสรรคหรือปัญหาเกิดขึ้นกับการทำงานนั้น ตนจะพยายามคิดบวก และคิดว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ เมื่อเราได้ช่วยเหลือใครให้รอดพ้นจากปัญหาได้ ก็ถือเป็นความสุขที่เราได้รับเช่นกัน.