วัฒนา เย้ย ยิ่งกว่าถังแตก นักลงทุน-ปชช.เงินฝากแบงก์ไม่กล้าใช้ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

วัฒนา เย้ย ยิ่งกว่าถังแตก นักลงทุน-ปชช.เงินฝากแบงก์ไม่กล้าใช้

"วัฒนา" เย้ย รัฐบาลยิ่งกว่าถังแตก นักลงทุน-ปชช.ฝากแบงก์ไม่กล้าใช้ ชี้ สัญญาณร้ายชัดเจน เปรียบทีม "เชลซี" ต้องรีบตะเพิดผู้จัดการทีมก่อนเจ๊ง

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า หนักกว่า "ถังแตก" รัฐบาล คสช. จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลสูงกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ปี 2558 ขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ปี 2559 ขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท และล่าสุดปี 2560 ขาดดุลสูงถึง 5.5 แสนล้านบาท โดยงบกลางปี เงินกู้ 1.62 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการขาดดุลที่มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีการกำหนดกรอบการขาดดุลให้ชัดเจน จะเป็นภาระแก่ประชาชนในอนาคต แต่การใช้เงินจำนวนมหาศาลกลับไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ตัวเลขเงินคงคลังที่เหลือน้อย ฟ้องว่ารัฐจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งสาเหตุเพราะไม่มีการลงทุน และประชาชนไม่กล้าใช้เงิน เงินฝากล้นระบบที่ธนาคารพาณิชย์ต้องนำไปฝากไว้ที่ ธปท.สูงถึงหนึ่งล้านล้านบาท แสดงว่านักลงทุนไม่กล้าลงทุน ส่วนประชาชนที่ไม่กล้าใช้เงิน เพราะไม่มีเงินและไม่มั่นใจในอนาคต ทั้งหมดคือสัญญาณร้ายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากรัฐบาลไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับนักลงทุนและประชาชนของตัวเองได้

นายวัฒนาระบุว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยคล้ายกับที่เกิดกับทีมฟุตบอลเชลซี เมื่อปี 2014-2015 มูรินโญกลับมาเป็นผู้จัดการทีมและทำทีมจนได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลถัดมา 2015-2016 นักเตะชุดเดิมมีปัญหากับมูรินโญ ทำให้ทีมแพ้และอันดับตกต่ำ เจ้าของทีมจึงตัดสินใจปลดมูรินโญ ผลคือฤดูกาล 2016-2017 นักเตะชุดเดิมภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่กลับชนะจนขึ้นมาอยู่อันดับที่ 1 รัฐบาลกับประชาชนก็เปรียบเสมือนผู้จัดการทีมกับผู้เล่น รัฐบาลอยากให้เศรษฐกิจดี ส่วนผู้จัดการทีมอยากให้ทีมชนะ แต่หากผู้จัดการทีมไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่น เจ้าของทีมก็ต้องรีบจัดการ เพราะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปฟุตบอลก็ตกชั้น ส่วนรัฐบาลหากไม่สามารถทำให้ประชาชนของตัวเองเกิดความเชื่อมั่นทั้งที่ได้ดำเนินทุกมาตรการแล้ว ประชาชนก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เพราะปล่อยยืดเยื้อต่อไปประเทศจะล้มละลายไม่เหลืออะไรเช่นกัน.