บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภูมิธรรม ชี้ ปรองดองต้องยอมรับความแตกต่าง

"ภูมิธรรม" ชี้ ปรองดองต้องยอมรับความแตกต่าง อย่าสั่งการให้รักกันขณะบาดแผลยังไม่จาง อัด ผู้มีอำนาจเคยชินคิดเองเออเอง แนะ ต้องกล้าหาสาเหตุขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ความปรองดอง จะประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มต้นอย่างถูกวิธี และมีจิตใจที่ยอมรับความแตกต่าง พร้อมอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และเคารพกัน การเริ่มต้นด้วยแนวคิดเช่นนี้ จะอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นแก่ทุกฝ่ายต้องสร้างความรัก ความสามัคคีที่ทุกฝ่ายยอมรับ ความคิดเห็นที่หลากหลายจะส่งผลให้เกิดทางออกที่รับฟังจากทุกฝ่าย เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดอคติในการอยู่ร่วมกัน บนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายอยู่ภายใต้กติกาที่เป็นธรรม และมีฉันทามติร่วมกันความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่เกิดขึ้นในสังคมที่ใช้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ที่จะบังคับหรือสั่งการให้คนรักกันและปรองดองกัน ขณะที่บาดแผลจากการเลือกปฏิบัติยังไม่คลายจางลง

นายภูมิธรรม ระบุว่า สังคมไทยจมอยู่กับปลักของความขัดแย้งมานานนับสิบๆ ปี  ประชาชนทุกฝ่ายล้วนอยากเห็นความปรองดองเกิดขึ้น แต่ต้องเป็นความปรองดองที่ยึดหลักสากลบนหลักการที่เคารพหลักนิติธรรม ใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม อำนวยความเป็นธรรมโดยพิจารณาจากปัญหาในอดีตที่เชื่อมโยงมาถึงปัจจุบันและอนาคต การปรองดอง คือ การให้อภัยแต่ต้องพร้อมคืนความเป็นธรรมให้ทุกคนอย่างเสมอภาคและครบถ้วน ขออย่าได้ติดความเคยชินแบบอำนาจนิยม ที่คิดเองเออเองฝ่ายเดียว การเริ่มต้นจากความคิดที่เคารพผู้อื่นให้มาก พร้อมรับฟังฝ่ายผู้มีความเห็นต่าง ด้วยจิตใจที่มุ่งหวังจะสร้างสันติที่แท้จริง แสดงการให้เกียรติระหว่างกัน เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของกันอย่างแท้จริง ความปรองดองจึงจะเกิดขึ้น และเห็นโอกาสพร้อมหนทางแห่งความสำเร็จ

นายภูมิธรรม ระบุด้วยว่า อยากเสนอแนะให้ผู้มีอำนาจจริงใจและเริ่มต้นกระบวนการปรองดองแบบที่เป็นสากล โดยการตระหนักถึงโอกาสแห่งอนาคตของประเทศ และคืนความหวังให้แก่ประชาชน เริ่มต้นด้วยความกล้าหาญที่จะค้นหาสาเหตุของความขัดแย้ง หรืออีกนัยหนึ่งคือการค้นหาความจริง รับฟังคู่ขัดแย้งทุกๆ ฝ่าย สร้างสรรค์แนวทางที่เป็นอิสระอย่างมีส่วนร่วม ลดความหวาดกลัวจากการข่มขู่ของกลไกทุกฝ่ายและพร้อมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างมีเหตุผล กำหนดจังหวะก้าวบนเส้นทางแห่งความปรองดองที่นำไปสู่สันติและประชาธิปไตยร่วมกัน ในที่สุดหนทางแห่งความปรองดองจึงจะมองเห็นอนาคต.