วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฐมโอวาทของพระสังฆราช ทรงขอให้คนไทย ‘สามัคคี’ มีศีล สมาธิ ปัญญา

สมเด็จพระสังฆราชเสด็จประทับหน้าพระอุโบสถวัดราชบพิธฯประทานพระโอวาท ขอให้ทุกคนยึดหลักธรรม “ศีล สมาธิ ปัญญา” และความสามัคคี ด้าน “พระพรหมมุนี” เผยสมเด็จพระสังฆราชมีพระประสงค์งดการถวายปัจจัย รวมทั้งขอเจ้าหน้าที่ห้ามไล่ และใช้คำ สุภาพกับพุทธศาสนิกชน ตลอดทั้งสามวันที่เปิดให้เข้าถวายสักการะ

พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลมากราบสักการะสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 จนแน่นวัด โดยเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ซึ่งเป็นวันแรกที่ทางวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก หลังจากได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยตั้งแต่เวลา 04.30 น. มีพุทธศาสนิกชนมาต่อแถวเข้าคิวรอสักการะสมเด็จพระสังฆราช ที่ทางวัดเปิดให้เข้าถวายสักการะสองรอบคือ ช่วงเวลา 09.00-10.30 น. และช่วงเวลา 14.00-16.00 น. แต่เนื่องจากมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้แถวของพุทธศาสนิกชนยาวจนเต็มพื้นที่หน้าพระอุโบสถ ออกไปจนถึงบริเวณถนนราชบพิธ

จากนั้นเวลา 09.10 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหา สังฆปริณายก เสด็จจากตำหนักอรุณ มายังพระอุโบสถ ซึ่งตลอดสองข้างทางที่พระองค์เสด็จมีพุทธศาสนิกชน มานั่งรอรับเสด็จอย่างหนาแน่น และต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงสาธุเมื่อพระองค์เสด็จผ่าน เมื่อเสด็จถึงพระอุโบสถ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส ประธาน พระอุโบสถ เสด็จขึ้นประทับพระอาสน์ และประทานโอกาสให้พุทธศาสนิกชนเฝ้าถวายสักการะ ทั้งนี้ผู้ที่เข้าถวายสักการะจะได้รับหนังสือพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช และเหรียญตราสัญลักษณ์อักษรย่อ ออป ประจำพระองค์ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 กลับไปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีพุทธศาสนิกชน เดินทางมายังวัดราชบพิธฯ อย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ส่งผลให้เมื่อทางวัดปิดการเข้าสักการะในรอบเช้า จึงมีพุทธศาสนิกชนต่อแถวสะสมกันมากขึ้นกว่าช่วงเช้า ทางวัดจึงต้องมีการนำเต็นท์ขนาดใหญ่มาตั้งให้บริเวณริมถนนราชบพิธ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่มาต่อแถวในช่วงบ่ายได้มีที่หลบแดด อย่างไรก็ตามด้วยคลื่นพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่เข้าเฝ้าถวายสักการะ ทำให้หนังสือพระประวัติ และเหรียญ ออป ที่เตรียมไว้แจกในวันแรก หมดลงก่อนที่จะปิดให้เข้าถวายสักการะ

อีกทั้งเมื่อใกล้เวลา 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ทางวัดกำหนดปิดให้เข้าถวายสักการะในแต่ละวัน ยังคงมีพุทธศาสนิกชนรอต่อคิวอยู่จำนวนมาก กระทั่งถึงเวลา 16.00 น. จำนวนพุทธศาสนิกชนไม่มีทีท่าที่จะลดจำนวนลงแม้แต่น้อย พระราชมงคลดิลก (ประกอบ สุภากโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ จึงได้ออกมาประกาศต่อพุทธศาสนิกชนว่า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระประสงค์ที่จะออกมาประทานพระโอวาทด้านหน้าพระอุโบสถ พร้อมทั้งเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบถวายสักการะอย่างทั่วถึง ขอให้ทุกคนนั่งพับเพียบ สร้างความปีติให้กับพุทธศาสนิกชนที่ยืนรออยู่เป็นอย่างมาก

จากนั้นเวลา 16.09 น. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จประทับยังพระอาสนะด้านหน้าพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงสาธุ แล้วทรงประทานพระโอวาทว่า ขออำนวยพรแก่สาธุชนทุกคน ที่มีความศรัทธาเชื่อในพระรัตนตรัย และมายังที่นี้ด้วยจิตใจที่เปี่ยมกุศล ขออนุโมทนาท่านทั้งหลายมาเพื่อถวายมุทิตาสักการะอาตมา ส่วนจะเป็นอะไร เนื่องในโอกาสอะไรนั้น ทราบกันดีอยู่แล้ว ก็ขอขอบใจ ท่านอุบาสกอุบาสิกาทุกท่าน ท่านทั้งหลายมีธรรมะ ซึ่งคือความดีอยู่ในใจอยู่แล้ว ขอให้รักษาความดีนี้ตลอดไป

เมื่อพระองค์ทรงกล่าวพระโอวาทช่วงดังกล่าวจบ พุทธศาสนิกชนต่างพากันเปล่งเสียงสาธุ สมเด็จพระสังฆราช มีพระดำรัส ตอบไปว่า “เรายังไม่ได้พูดอะไรมาก ขออย่าเพิ่งสาธุเร็วนัก” ทำให้เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ จากพุทธศาสนิกชนที่มาเฝ้ารอถวายสักการะโดยรอบพระอุโบสถ

จากนั้น ทรงประทานพระโอวาทต่อไปว่า เราทั้งหลายเป็นอุบาสก อุบาสิกา ขอให้รักษาจิตใจในรัตนตรัยให้คงที่ไว้ ยึดหลักธรรม ศีล สมาธิ ปัญญา ในทุกวัน จะมีความสุขใจ ทุกท่านที่มาประชุมที่วัดนี้ ซึ่งเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างขึ้น และในสมัยพระองค์มีภาษิตหนึ่ง จึงอยากมอบให้ไปปฏิบัติ ภาษิตดังกล่าวมีภาษาบาลีคือ “สัพเพสัง สังฆะภูตานัง สามัคคี วุฑฒิ สาธิกา” หมายถึง “ความพร้อมเพรียงแห่งชนผู้อยู่รวมกันเป็นหมู่ นำความเจริญวัฒนาสถาพรให้สำเร็จได้” จึงขอให้นำภาษิตนี้ และหลักธรรมข้างต้นไปปฏิบัติ ซึ่งความสามัคคีจะทำให้ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คงอยู่ต่อไปได้อย่างสถาพร

เมื่อสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทเสร็จ พุทธศาสนิกชนต่างเปล่งเสียงสาธุ 3 ครั้ง จากนั้นพระองค์เสด็จลงยังด้านหน้าพระอุโบสถ ลงไปทางซ้ายของพระอุโบสถ และออกประตูไปยังถนนราชบพิธ ซึ่งมีเต็นท์ของพุทธศาสนิกชนตั้งอยู่ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่ต่อคิวอยู่ด้านนอกวัดได้กราบสักการะ จากนั้นเสด็จเข้าวัดทางประตูหน้าพระอุโบสถฝั่งขวาของพระอุโบสถ และเสด็จกลับยังตำหนักอรุณ

ด้านพระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า ในการเข้าถวายสักการะทั้ง 3 วัน สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระประสงค์ให้งดการถวายปัจจัย ขอให้มีเพียงผ้าไตรจีวร ดอกไม้ พวงมาลัย พระองค์มีพระประสงค์ให้การจัดงานทั้งสามวันเป็นไปอย่างเรียบง่าย ขอให้เจ้าหน้าที่ใช้คำสุภาพกับพุทธศาสนิกชนที่มาถวายสักการะ ทั้งห้ามไล่ และขอให้เจ้าหน้าที่เข้าใจพุทธศาสนิกชนด้วยว่า ทุกคนที่มาต่างต้องการที่จะมาถวายสักการะพระองค์ท่าน และพระองค์มีพระประสงค์ที่จะให้ทุกคนที่มาได้เข้ากราบถวายสักการะทุกคน และหลังจากวันที่ 15 ก.พ. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าถวายสักการะแล้ว พระองค์มีกำหนดการที่จะเสด็จเข้าสักการะพระอัฐิอดีตสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 19 พระองค์ด้วย