ฝันขึ้นแท่นศูนย์กลางดิจิทัล “ฐากร” ชู 4 ปัจจัยหนุนไทยแลนด์ 4.0 - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ฝันขึ้นแท่นศูนย์กลางดิจิทัล “ฐากร” ชู 4 ปัจจัยหนุนไทยแลนด์ 4.0

“ฐากร” ชู 4 ปัจจัย “คลื่นความถี่-โครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง-ความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล-การสร้างเนื้อหา” ร่วมขับเคลื่อนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เดินหน้าเปิดประมูลคลื่น คาดสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 539,035 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายปี 2563 ประเทศไทยยืนแถวหน้าภูมิภาคอาเซียนแน่

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ยุค 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น กสทช.ได้พิจารณาและวิเคราะห์ในรายละเอียดแล้ว พบว่า การจะทำให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ประสบความสำเร็จได้นั้น กสทช.ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้สำเร็จได้

สำหรับปัจจัยที่จะสนับสนุนให้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ประสบผลสำเร็จนั้น ประกอบด้วย 1.การเปิดประมูลคลื่นความถี่ เพื่อขยายโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่ง กสทช.ได้เตรียมการที่จะเปิดประมูลคลื่นเหล่านี้ อาทิ คลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ จะเปิดประมูลในปี 2560 จำนวน 3-4 ใบอนุญาต คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3 ใบอนุญาต คลื่น 850 จำนวน 1 ใบอนุญาต จะประมูลในปี 2561 คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 3 ใบอนุญาต จะเปิดประมูลในปี 2563

ทั้งนี้ การเปิดประมูลคลื่นดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้ราว 539,035 ล้านบาท และจะทำให้ประเทศไทยมีคลื่นความถี่เพื่อใช้งานด้านโทรคมนาคมมากกว่า 800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสูงกว่าคำแนะนำของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ที่กำหนดไว้ไม่ต่ำว่า 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะถือว่าประเทศไทยมีความพร้อมด้านดิจิทัลมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนอย่างแน่นอน 2.การลงทุนโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของประเทศ โดยประเทศไทยมี 74,965 หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้

ผู้ประกอบการโทรคมนาคมได้ลงทุนสร้างโครงข่ายและให้บริการแล้ว 30,613 หมู่บ้าน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อยู่ระหว่างติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตอีก 24,700 หมู่บ้าน และรัฐบาลได้มอบหมายให้ กสทช.ติดตั้งอุปกรณ์และวางโครงข่ายอินเตอร์เน็ตอีก 19,625 หมู่บ้าน โดย กสทช.จะทยอยเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค.2560 และจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน มิ.ย.2561 ซึ่ง

คาดว่าไม่เกินปี 2561 ทุกหมู่บ้านของประเทศไทย จะมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงทุกหมู่บ้าน และ กสทช.จะกำกับดูแลทั้งคุณภาพการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ราคาเป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ต

3.การสร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล โดย กสทช.ได้ดำเนินการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์มือถือ เพื่อแสดงตัวตน การสแกนลายนิ้วมือเพื่อพิสูจน์ตัวตน การลงทะเบียนใส่รหัส เพื่อยืนยันตัวตนในการใช้อินเตอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) ผ่านโทรศัพท์มือถือ การแชร์ข้อมูลของผู้ประกอบการโทรคมนาคมให้กับสถาบันการเงิน เพื่อยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมออนไลน์ ทั้งบริการโมบายแบงก์กิ้ง บริการพร้อมเพย์

4.การส่งเสริมด้านเนื้อหา (คอนเทนต์) โดย กสทช.จะสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนมีองค์ความรู้ต่างๆ รวมถึงการพัฒนา และการสร้างคอนเทนต์ เพื่อนำไปสู่การเกิดธุรกิจใหม่ๆหรือสตาร์ตอัพ เช่น ประชาชนอยากจะขายสินค้าในท้องถิ่น กสทช.ก็จะเข้าไปช่วยพัฒนา เพื่อให้ประชาชนสามารถขายสินค้าออนไลน์ได้ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การทำธุรกิจโฮม สเตย์ ธุรกิจฟินเทค และอื่นๆ กสทช. ก็จะเข้าไปช่วยสนับสนุนขับเคลื่อน ผ่านโครงข่ายโทรคมนาคม

“ผมขอย้ำว่า ถ้าขาด 4 ปัจจัยเหล่านี้ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่ยุค 4.0 จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ซึ่งเหมือนที่หลายๆคนชอบพูดว่า ถ้าไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็ไม่มีการค้าขายออนไลน์ ไม่มีธุรกิจฟินเทค ดังนั้นกสทช.จะพยายามทำให้ประเทศไทยมีโครงข่ายอินเตอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านให้ได้ เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในอาเซียน”.


advertisement