บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีเยอะพวกไม่“อิน”ด้วย

บันทึกไว้ในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ประเทศไทย กับฉากอันงดงามในพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 20 ของกรุงรัตนโกสินทร์

เสียงสวดชัยมงคล ย่ำระฆังดังกังวาน ท่ามกลางเสียงสาธุ สาธุ สาธุ ด้วยความศรัทธา “สังฆราชา” องค์ใหม่

บางคนอาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิต ที่ได้อยู่ร่วมบรรยากาศขลังและศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนิกชนไทย

ในอารมณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช.ให้นิยามเลยว่า

ถือเป็นพลังของชาติที่ไม่มีตัวตน แต่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าพลังอำนาจทางทหารหรือทางเศรษฐกิจ พร้อมแสดงความหวังว่า เรื่องนี้จะเป็นสิริมงคลเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่จะช่วยทำนุบำรุงขวัญและกำลังใจให้กับคนไทยทั้งชาติ

ในบรรยากาศการเปลี่ยนผ่านประเทศที่มาถึงจังหวะสำคัญในหลายจุด

ล่าสุดพิธีสถาปนา “สังฆราช” ผ่านพ้นไปด้วยดี ในสถานการณ์ที่ความปั่นป่วนวุ่นวาย ปมขัดแย้งที่แฝงอยู่ในวงสงฆ์ที่ลากโยงมาเกี่ยวพันกับปมแตกแยกทางการเมืองก็คงจะลดดีกรีความร้อนแรงลงไป หมดเงื่อนไขให้จุดไฟ

เหมือนถอนฟืนออกจากกองเพลิงวิกฤติขัดแย้งได้ท่อนหนึ่ง

มาถึงตรงนี้สถานการณ์ก็คงจะจับตาไปที่ปมแตกแยกคาราคาซังในส่วนของฆราวาส

ตามปรากฏการณ์แบบที่ “นายกฯลุงตู่” ต้องออกหน้ามาประกาศความเชื่อมั่นในตัวของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้รับมอบธงให้เป็นหัวหอกในการเดินหน้ากระบวนการปรองดอง เตือนอย่ากดดันมาก เดี๋ยวจะหมดกำลังใจ

นั่นก็เป็นอะไรที่สะท้อนภาวะลึกๆในทีมหัวขบวนอำนาจ คสช. ที่เริ่มจะออกอาการฝ่อเหมือนกัน

เพราะมันทั้ง “เหนื่อย” ทั้ง “เสี่ยง”

อย่างที่เห็นๆ จากช่วงปีใหม่ที่เริ่มเทกแอ็กชั่นกัน เจออาการยื้อดึงดัน “ไอ้เข้ขวางคลอง” ท่านั้นท่านี้ กว่าจะปักหลักสรรหาทีมงาน จีบคนดังเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการให้ครบทุกชุด ประกาศฤกษ์ดีเดย์คิกออฟแคมเปญกันในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์ มันก็ปาเข้าไปเดือนครึ่ง

คลานกระเตาะกระแตะแทบจะไม่เดินหน้า

ตรงกันข้ามกับแรงปะทะที่พุ่งเข้าใส่ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร กลายเป็นตำบลกระสุนตกตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดไอเดีย “เอ็มโอยูปรองดอง” กวักมือเรียกทุกขั้วขัดแย้งมาทำสัญญาสงบศึกก่อนเปิดสนามเลือกตั้ง

เจอเสียงโห่ฮา จนเจ้าตัวก็ออกอาการเสียความตั้งใจไม่น้อย

อะไรไม่ท้าทายเท่ากับสถานการณ์กระตุ้นแรงเสียดทาน เงื่อนไขต่อต้านการปรองดองที่อยู่ตรงหน้า

ในจังหวะที่การเดินหน้ายึดทรัพย์เครือข่ายอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทยในคดีทุจริตขายข้าวแบบจีทูจีในโครงการรับจำนำข้าวกำลังเข้าสู่จุดแตกหัก หลังศาลปกครองไม่สั่งคุ้มครอง

แน่นอนงานนี้ยี่ห้อ “ทักษิณ” ต้องดิ้นสู้ ไม่ยอมง่ายๆ

แต่นั่นก็เป็นอะไรที่คาดการณ์ได้ล่วงหน้าอยู่แล้วกับแนวรบด้าน “นายใหญ่” ที่เลี่ยงไม่พ้น

และที่ละสายตาไม่ได้กลับเป็นขบวนการของ “คนโซเชียลฯ” ที่เริ่มปฏิบัติการขุดประจาน แชร์ ไลค์ ปมร้อนๆประเด็นด้านลบของรัฐบาลทหาร คสช. ทั้งเรื่องลูกชาย “บิ๊กติ๊ก” หลาน “ลุงตู่” ขาดคุณสมบัติเป็นคู่สัญญาประมูลงานจากกองทัพ หรือการเปรียบเทียบงบฯจัดซื้อเรือดำน้ำของทหารกับเงินช่วยเหลือชาวนาในโครงการรับจำนำข้าว ฯลฯ

ทอนเครดิต ทุบศรัทธารัฐบาล “ลุงตู่” เทียบกับรัฐบาลนักการเมือง พฤติการณ์ไม่ได้แตกต่างกัน

ไม่นับขบวนการ “ค้าความขัดแย้ง” ที่แฝงตัวหาผลประโยชน์จากการเกาะขบวน “อำนาจพิเศษ” ที่ยังไงก็ไม่ต้องการให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ที่จะทำให้ตัวเองหมดความหมาย

ในบรรยากาศสถานการณ์แบบที่แนวร่วมฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ก็เริ่มมีการแชร์ช็อตเด็ดๆที่ “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกระตุกเตือนรัฐบาลทหาร คสช.ไว้เป็นนัย อย่ายืดเวลาให้ตัวเอง ยึดอำนาจแล้วต้องทำจริง อย่าปิดปากประชาชน

ชัดเจนว่ามีคนอีกเยอะที่ไม่ “อิน” ไร้อารมณ์ร่วมกับการปรองดองโดยทหาร.


ทีมข่าวการเมือง