สารพัดสูตร วาเลนไทน์การเมือง เพื่อเป้าหมาย ปรองดองสร้างชาติ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สารพัดสูตร วาเลนไทน์การเมือง เพื่อเป้าหมาย ปรองดองสร้างชาติ

ขอบันทึกไว้ว่า วันวาเลนไทน์ ปี พ.ศ.2560 จะไม่เป็นเพียงวันแห่งความรักของหนุ่มสาว เหมือนกับหลายๆ ปี ที่ผ่านมา

เพราะประเทศไทยของเรา ที่อยู่ภายใต้ ความเห็นต่าง และขัดแย้ง มายาวนาน กำลังจะเริ่มต้น “นับหนึ่ง” ไปสู่การสร้างความปรองดองในชาติ อย่างจริงจัง ตามคำมั่นสัญญา ของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปฏิรูป ยุทธศาสตร์ ปรองดอง

3 แนวทางหลักๆ ที่ รัฐนาวาลุงตู่ ตั้งเป้าไว้ให้พุ่งชน แต่แน่นอน 3 แนวทางหลักที่ว่า สิ่งแรกที่สำคัญที่สุด และจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้เป็นลำดับแรก เพราะมิเช่นนั้นแล้ว การปฏิรูป หรือการวางยุทธศาสตร์ ก็จะไร้ความหมาย นั่นก็คือ การสร้างความปรองดองในชาติ

ฉะนั้น ในวันวาเลนไทน์การเมือง สร้างปรองดองชาติ ปี 2560 นี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ไปฟังหลากหลายมุมมอง ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ การคืนความรัก ความสามัคคี ให้กับผืนแผ่นดิน ที่เรียกว่า ประเทศไทย มาตุภูมิอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทุกคน

ปรองดอง ในมุมมอง ของรัฐบาล

“ผมเชื่อมั่นว่า ความปรองดอง คือ ความหวังและฝันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ...”

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เริ่มต้นการสนทนาด้วยน้ำเสียงจริงจัง กับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

กระบวนการสร้างความปรองดอง เป็นของ ประชาชนคนไทยทุกคน

จากนั้น พล.ต.คงชีพ ได้กล่าวต่อไปว่า กระบวนการสร้างความปรองดอง ที่กำลังย่างก้าวเริ่มต้นนับหนึ่ง ณ​ เวลา นี้ “เป็นของประชาชนทุกคน” เพราะผมเชื่อมั่นว่า คนไทยไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ล้วนแล้วแต่อยากเห็นสังคม เกิดกระบวนการสร้างความปรองดอง จนนำไปสู่ความสมัครสมานสามัคคี และอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข!

ปรองดอง เป็นจริงได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมแรงร่วมใจ

วันนี้ (14 ก.พ.) เป็นวันสำคัญ สำหรับการเริ่มต้นไปสู่ ความฝันและความหวังของคนไทยทุกคน ส่วนตัวเชื่อมั่นว่า ทุกภาคส่วนรวมถึงทุกพรรคการเมือง มีความยินดีและจะพร้อมแรงพร้อมใจมาร่วมมือกัน เพื่อสร้างอนาคตของ “พวกเรา” ต่อไป

ผม...เชื่อมั่นว่า บรรยากาศการพูดคุยในวันนี้ ทุกฝ่ายที่ตอบรับเข้ามาร่วม จะพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ในส่วนของเราเอง ก็จะเปิดกว้าง รับฟังด้วยความเป็นกลางทุกความคิดเห็น และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

แต่แน่นอน ความฝันและความหวังของคนไทยทั้งประเทศ เรื่อง การสร้างความปรองดอง จะเป็นจริงได้ ก็ต่อเมื่อทุกกลุ่มฝ่ายให้ความร่วมมือ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

พร้อมรับฟังทุกภาคส่วน เพื่อเป้าหมาย พัฒนาสู่ การสร้างสัญญาประชาคม

การเปิดรับฟังความคิดเห็นที่จะเริ่มต้นนับหนึ่งนี้ จะเป็นการรับฟังจากทุกกลุ่มจริงๆ ทั้งในระดับพื้นที่ และในระดับส่วนกลาง โดยในระดับส่วนกลาง จะทำในเชิงของนโยบาย เน้นไปที่กลุ่มฝ่ายและพรรคการเมือง ส่วนในระดับพื้นที่ จะเปิดรับฟังจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด หรือกลุ่มภาค เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้น ไปจัดทำ “ข้อคิดเห็นร่วม” ก่อนจะพัฒนาไปสู่ “ร่างสัญญาประชาคม” ที่ประชาชนทุกภาคส่วน มีความคิดเห็นร่วมกันว่า “เราจะอยู่กันอย่างไร”

ปรองดอง = ความรัก

อะไรคือนิยาม สูตรการสร้างความปรองดอง ...

พล.ต.คงชีพ ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนตอบคำถามนี้ของทีมข่าวฯ ว่า ...ส่วนตัวคิดว่ายังไม่ควรรีบร้อน สร้างนิยาม หรือคำจำกัดความ ของคำว่า ปรองดอง ในเวลานี้ เพราะจุดเริ่มต้น มันควรที่จะเริ่มต้นจาก เรามานั่งรับฟังกันก่อนดีกว่า

แต่หากจะให้นิยาม จริงๆ ส่วนตัวมองว่า ปรองดอง มันก็คือ ความรักกัน แล้วหากถามต่อไปว่า ความรักคืออะไร ความรักมันก็คือ การให้ ให้กันได้ทุกอย่าง ให้อภัย ให้เกียรติกัน เมื่อมีใจให้แล้ว ทุกอย่างมันก็ทำอะไรได้ง่ายไปหมด

โดยเฉพาะเมื่อทุกฝ่าย เห็นแก่ความรัก เห็นแก่ประเทศชาติ เราต้องถอยตัวเองกันออกมาสักนิดไหม? เพื่อให้ประเทศชาติ สามารถเดินต่อไปได้

เป็นไปได้หรือไม่ ให้คู่ขัดแย้ง ตั้งโต๊ะเปิดหน้า พูดคุยกัน

พล.ต.คงชีพ กล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ว่า กระบวนการของเรา คงไม่นำคู่ขัดแย้งมาเปิดโต๊ะเปิดหน้าพูดคุยกัน แต่จะเน้นไปที่ การเปิดรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และในเมื่อรับฟังความเห็นแล้ว อะไรที่ยังเป็น ความเห็น ที่ต้องการข้อมูล หรือความชัดเจนมากขึ้น อาจจะมีการดึงกลุ่ม ที่มีความเห็นต่างกันเล็กน้อย เข้ามาพูดคุยกันต่อไป

ซึ่งในขั้นตอนนี้ อาจจะเป็น Step ที่ 2 ที่เราจะเชิญกลุ่มที่มีความเห็นต่างกันเล็กน้อย มาให้ข้อมูลให้มันชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อไปสู่การมีความเห็นเดียวกันต่อไปในอนาคต โฆษกกระทรวงกลาโหม ตอบด้วยน้ำเสียงเจือปนความหนักใจเล็กน้อย

ตั้งกรอบ 3 เดือน เดินหน้าลุยคุยทุกฝ่ายให้ได้ข้อยุติ

กรอบระยะเวลา สำหรับ Step ที่ 1 การเปิดรับฟังความคิดเห็น

เบื้องต้น กำหนดไว้คร่าวๆ ว่า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3 เดือน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เราจะพยายามรับฟังความคิดเห็นให้ได้ครอบคลุมทุกกลุ่มฝ่าย ทั้งในระดับ ส่วนกลาง และในระดับพื้นที่ เพื่อจะได้ไม่เกิดการสร้างเงื่อนไขในอนาคต

การตอบรับจาก กลุ่มฝ่ายต่างๆ

เท่าที่ทราบ หลายๆ กลุ่ม พร้อมให้การตอบรับเป็นอย่างดี พล.ต.คงชีพ กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวฯ

เอาล่ะ เมื่อเริ่มต้น การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกกลุ่มทุกฝ่ายเพื่อนับหนึ่ง กระบวนการสร้างความปรองดอง ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงเพียรพยายามต่อสายไปถึงบรรดานักการเมืองฝ่ายต่างๆ เพื่อขอรับฟังความคิดเห็น เกี่ยวกับนิยามในมุมของตัวเอง ในการสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งเท่าที่ทีมข่าวฯ พอจะรวบรวมมาได้ ก็มีดังปรากฏในบรรทัดต่อจากนี้

สารพัด นิยาม ปรองดอง ในมุมนักการเมือง

เราไปเริ่มต้นกันที่

นิรโทษกรรม ให้อภัย ลืมเรื่องเก่ามาเริ่มต้นกันใหม่

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ให้ความเห็นกับทีมข่าวฯว่า ที่ผ่านมา เรามีการตั้งคณะทำงานขึ้นหลายชุดเพื่อศึกษาวิจัยแนวทางการสร้างความปรองดองในชาติ ไม่ว่าจะเป็น ของสถาบันพระปกเกล้า หรือของ อ.คณิต ณ นคร ฉะนั้น ส่วนตัวเชื่อว่า งานวิจัยเหล่านั้น น่าจะนำไปประกอบการพิจารณา และนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป

แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ ก็คือ การสร้างความปรองดองของทุกคณะทำงาน มักจะมีแนวทางหลักเหมือนๆ กันอยู่ ก็คือ การ 1. นิรโทษกรรม 2. การให้อภัย และ 3. การลืมเรื่องเก่าแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ แต่ที่สุดแล้ว ทั้งหมดนี้ จะต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และมีการใช้หลักของนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ มาประกอบกัน เป็นสำคัญ

นิรโทษกรรม หรือ การทำ MOU กลุ่มการเมือง ต้องอยู่ท้ายสุด

ด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวอย่างอารมณ์ดีกับทีมข่าวฯ ว่า เบื้องต้น ส่วนตัวขอสนับสนุนและให้กำลังใจ การเดินหน้าการสร้างความปรองดองในชาติอย่างจริงจัง ของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือ ป.ย.ป. เพราะหากยังมีความขัดแย้งกันอยู่ จะเลือกตั้งช้า หรือเร็ว ประเทศชาติก็คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ที่น่าสนใจในเวลานี้ คือ ป.ย.ป.จะมีแนวคิดหรือตัวแบบอย่างไร มาแชร์กับสังคม แต่ที่ควรระมัดระวัง คือ อย่าพยายามสร้างความปรองดองแบบหักดิบ

สำหรับ สิ่งที่อยากเสนอแนะก็คือ อยากให้มีการเปิดเวที รับฟังเหตุผลจากทุกฝ่ายให้มาก เน้นไปที่ ความพยายามสร้างความชอบธรรม มีเหตุผลเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันทุกภาคส่วน เพื่อนับหนึ่ง การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ มีเวที ที่สามารถทำให้ทุกกลุ่มเชื่อมั่นได้ว่า นี่คือทางออก และคำตอบ ของกระบวนการสร้างความปรองดองในชาติที่แท้จริง ซึ่งหากทำได้ การนับ 2 นับ 3 ก็จะสามารถเดินต่อไปได้

ที่ผ่านมา มีหลากหลายข้อเสนอของคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อพยายามสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งข้อเสนอเหล่านั้น มีหลายข้อเสนอที่น่าสนใจ และหลายฝ่ายเห็นตรงกัน และมีความเป็นไปได้ในเชิงนำมาปฏิบัติ ยกตัวอย่างเช่น 1. เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง 2. นิรโทษกรรม ให้กับผู้กระทำความผิดในคดีเล็กน้อย

แต่แน่นอน กระบวนการนิรโทษกรรม หรือการทำสัญญาประชาคมระหว่างกลุ่มการเมือง หากมีความจำเป็นที่จะต้องทำขึ้นมาจริงๆ มันก็ควรจะเป็นกระบวนการท้ายที่สุด ของการสร้างความปรองดองในชาติ

ปรองดอง = การอยู่ร่วมกันได้ ท่ามกลางความแตกต่าง

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึง แนวความคิดการสร้างความปรองดองในชาติ กับทีมข่าวฯ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และยินดีที่จะส่งบุคลากรที่เหมาะสม ไปให้ข้อมูลและความคิดเห็นตามที่ ป.ย.ป. มีความประสงค์ อย่างไรก็ดี บุคลากรที่ทางพรรคจะส่งไปนั้น จะได้รับหลักคิดในเรื่องการสร้างความปรองดองในทิศทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม

นิยาม สร้างปรองดอง ในมุม ประชาธิปัตย์

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ครุ่นคิดสักครู่ ก่อนกล่าวกับทีมข่าวฯ ว่า เป้าหมายสำคัญที่สุด อยู่ที่การทำให้สังคมยอมรับในความแตกต่างหลากหลาย และสามารถอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่าง...ยอมรับในกระบวนการที่จะทำให้เกิดข้อยุติ ทั้งในเรื่องการเมืองและกฎหมาย และอะไรก็ตามในกระบวนการเหล่านี้ ที่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจได้ เราก็มาร่วมกันแก้ไข ลด หรือป้องกันไม่ให้มีเครื่องมือ ในการสร้างความเกลียดชัง ส่วนเรื่องในอดีต กรณีที่เป็นเรื่องของประชาชนทั่วไป ที่ทำผิดกฎหมายพิเศษ หรือทำความผิดเล็กน้อย ก็สมควรที่จะนิรโทษกรรมให้ ส่วนเรื่องอื่นให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน


advertisement