บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรองดองทางเลือกที่ 3

วันนี้ วันวาเลนไทน์ หรือ วันแห่งความรัก ทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วย สีชมพู สีแห่งความรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองประธาน ป.ย.ป. หรือคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เลยถือเอา วันแห่งความรัก เป็นฤกษ์ดี เปิดเวทีปรองดอง เป็นวันแรก เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายใน 10 ประเด็น เพื่อปิดจ๊อบสร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้เกิดขึ้นภายในเวลา 90 วัน โลกของท่านสีชมพูจริงๆ

แต่เท่าที่ฟังเสียง แกนนำพรรคการเมืองคู่ขัดแย้ง ที่สร้างปัญหาให้ชาติบ้านเมือง ดูเหมือนจะไม่เป็นสีชมพูสักเท่าไร ทุกฝ่ายยังยึดประโยชน์ของตัวและกลุ่มเป็นที่ตั้ง

การสร้างปรองดอง หมายถึง การจัดการความขัดแย้งของกลุ่มต่างๆในสังคมที่เคยแตกแยกและต่อสู้กัน ทั้งในเรื่องของความคิดเห็นและความรุนแรงอื่นๆ สถาบันส่งเสริมประชาธิปไตยและการเลือกตั้งสากล หรือ IDEA ที่เป็นองค์กรสากล ได้ระบุถึง กระบวนการปรองดอง ว่า ต้องมี 3 ขั้นตอน คือ 1.ตกลงที่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อหยุดยั้งการมีชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัว 2.เมื่อความกลัวหมดไป ให้สร้างความเชื่อมั่นและความเชื่อใจ 3.สร้างสังคมที่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น

กระบวนการทั้ง 3 ข้อ ล้วนเป็นปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทย

วันนี้คนไทยมีชีวิตตกอยู่ภายใต้ความกลัว ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ไม่กล้าพูดความจริง ไม่กล้าพูดเรื่องการเมือง กลัวจะถูกป้ายสีแบ่งฝ่าย สังคมขาดความเชื่อมั่นในอนาคต ขาดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ที่สำคัญ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่สุดโต่ง ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง ทำให้เกิดความไม่เข้าใจในความรู้สึกของคนอื่น เพราะพื้นฐานสังคมที่เหลื่อมล้ำแตกต่างกันมาก เหมือนอยู่กันคนละโลกเดียวกัน

ในความเห็นผม การปรองดองเป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศไม่ใช่แค่พรรคการเมืองคู่ขัดแย้ง ไม่ใช่แค่ 10 คำถาม ทุกวันนี้ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ระหว่าง คนจน คนรวย ในสังคมไทยที่แตกต่างกันมาก ทั้งฐานะ การศึกษา ชีวิตความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมรอบข้าง เอื้อให้เกิดความแตกแยกง่ายมาก เมื่อมีผู้หยิบยื่นประโยชน์ให้ไม่ว่าจะเป็น ประชานิยม หรืออะไรก็ตาม ผู้ยากจนผู้ด้อยโอกาสก็ย่อมจะเกิดความชื่นชม มองเห็นผู้มาช่วยเหลือเป็นคนดีเป็นฮีโร่ โดยไม่มีความคิดทางการเมืองเข้ามาเจือปน แต่กลับตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

ตราบใดที่ความยากจนของคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โอกาสที่สังคมไทยจะเกิดความปรองดอง มีความเชื่อมั่นไว้ใจซึ่งกันและกัน คงเกิดขึ้นยาก

เวทีปรองดองที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จัดขึ้นในกรุงเทพฯ อยู่ที่ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นโต๊ะกลมขนาด 20 ที่นั่ง ฝ่ายแสดงความคิดเห็น 10 ที่นั่ง ฝ่ายรับฟังความคิดเห็น 10 ที่นั่ง (เป็นทหารระดับพลเอกที่รัฐบาลแต่งตั้ง) ส่วนภูมิภาคจะมี แม่ทัพภาคที่ 1–4 ผู้บัญชาการตำรวจภาค 1–9 ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้รับฟังความคิดเห็นเพื่อนำเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาในขั้นสุดท้าย

ประเด็นที่จะพูดคุยกัน คณะกรรมการ ป.ย.ป.กำหนดไว้ 10 ประเด็น ตั้งแต่การเมือง, ความเหลื่อมล้ำ, กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม, สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข, สื่อมวลชน, ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ต่างประเทศ, คอร์รัปชัน, ปฏิรูป, ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เรียกว่าครอบจักรวาลกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจะไปสร้างความปรองดองกันตรงไหน

แนวทางปรองดอง ที่น่าจะเป็นไปได้ ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะหา “ทางเลือกที่ 3” ที่มีประเด็นน้อยที่สุด จะดีกว่าวิธีครอบจักรวาลจนไม่รู้จะทำอะไรก่อนหลัง เช่น การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมให้เร็วที่สุด สร้างกลไกการอยู่ร่วมกันอย่างสันติโดยปราศจากความกลัว สร้างความเชื่อมั่นไว้ใจกัน เหมือนขั้นตอนที่ IDEA แนะนำ ผมคิดว่าน่าจะมีโอกาสมากกว่าไปนั่งพูดแต่เรื่องเก่าที่เป็นความขัดแย้งเดิม แทนที่จะสร้างความปรองดอง กลับเพิ่มคู่ขัดแย้งเพิ่มขึ้นจาก 10 ประเด็นที่เป็นหัวข้อสนทนา.

“ลม เปลี่ยนทิศ”