วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงื่อนโรงงานน้ำตาล ชุมชนได้ใครเสีย?

รายงานข้อเท็จจริง การก่อตั้ง “โรงงานน้ำตาล” ที่บ้านโคกสะอาด ต.อุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร...กรณีการเข้ามาในพื้นที่เพื่อก่อสร้างโรงงานน้ำตาลของบริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด ตามมติ ครม.เมื่อปี 2554

ปัญหามีว่าเมื่อทางเจ้าหน้าที่โรงงานเข้ามาซื้อที่ดินจากชาวบ้าน และปรับแต่งพื้นที่เพื่อก่อสร้าง แต่มีการคัดค้านจากกลุ่มคนบางกลุ่ม ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการก่อตั้งโรงงาน

สุ้มเสียงสะท้อนที่ดังแว่วๆมาแต่ไกลๆเล่าลือกันว่า...คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มผู้มีอันจะกินในตัวจังหวัด ไม่เห็นด้วยโดยอ้างว่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อม ทั้งๆที่ผ่านการทำประชาพิจารณ์ใหญ่มา 2 ครั้ง

ประชาพิจารณ์ย่อยมา 10 กว่าครั้ง กระทั่งทางโรงงานต้องระงับการก่อสร้างไว้ก่อนโดยไม่อยากให้เป็นข้อพิพาทที่กว้างขึ้น อันจะเกิดการสูญเสียการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ผู้คัดค้านได้ร้องเรียนไปทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จน นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน พร้อมพวก ลงไปตรวจสอบพื้นที่ โดยในวันนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกมายื่นหนังสือสนับสนุนการก่อตั้งโรงงาน แต่หนังสือสนับสนุนดังกล่าว ไม่มีผลต่อกรรมการสิทธิฯแต่อย่างใด

น้ำหนักในเรื่องนี้...ให้ความสำคัญกับฝ่ายผู้ร้องด้านเดียว สื่อมวลชนจากกรุงเทพฯเข้าไปทำข่าวในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีเสียงสะท้อนจากผู้นำท้องที่ ...ชาวบ้านที่มีความต้องการให้ก่อสร้างโรงงานเลย

ผู้คัดค้านยังกล่าวหาด้วยว่า โรงงานทำการบุกรุกป่าชุมชน บุกรุก แหล่งน้ำสาธารณะ บุกรุกลำห้วยสาธารณประโยชน์ และการก่อสร้างโรงงาน จะทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายระบบนิเวศ สร้างมลภาวะปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำอูน ทำลายป่าไม้ ถนนหนทางจะพังเสียหายจากรถบรรทุกอ้อย ฯลฯ

ความจริงสำคัญที่ต้องรับรู้กันในเรื่องนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาฝ่ายโรงงานได้พาเจ้าหน้าที่อำเภอกุสุมาลย์ อบต.อุ่มจาน ฝ่ายความมั่นคง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อมวลชน เข้าตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโรงงานแล้ว

พบว่า...ไม่มีการบุกรุกใดๆ เพราะที่ดินที่ถูกกล่าวหาเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิทุกแปลง ไม่มีการกระทำผิดใดๆ ทุกฝ่ายร่วมลงนามในบันทึกการตรวจสอบ

การกล่าวหาข้อนี้ สะท้อนว่า...ผู้ร้องไม่ได้เข้ามาสอบถามความจริงจากชาวบ้าน ที่เป็นเจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งต่อมาได้ขายให้กับโรงงาน เพื่อก่อสร้างโรงงาน รวมทั้งหมดกว่า 100 แปลง...เนื้อที่กว่า 1,200 ไร่ เพื่อใช้เป็นโรงผลิตน้ำตาล บ่อบำบัดน้ำเสีย ไม่ให้น้ำเสียไหลทิ้งออกจากโรงงานน้ำตาลได้ รวมมูลค่าลงทุนเกือบ 5,000 ล้าน

การตั้งโรงงาน คนในพื้นที่กว่าร้อยละ 90 เห็นด้วย มีการปลูก อ้อยรองรับแล้วหลายหมื่นไร่ นอกจากเศรษฐกิจจะสะพัดแล้ว คนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์อย่างมาก จากการสร้างงานสร้างอาชีพ

กฤต กรเดชากุล ผู้จัดการฝ่ายจัดการประสานงานกฎหมาย บริษัท ไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรมฯ บอกว่า ประเด็นสัญญาซื้อขายกรรมสิทธิ์ ที่ดินมีเอกสารสิทธิทุกแปลง...ไม่มีทางที่จะบุกรุกพื้นที่ป่าสาธารณะ เราไม่มีการบังคับใคร ชาวบ้านพึงพอใจที่จะขายให้โรงงานเพราะรู้ว่าประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์

“โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งผลผลิตซึ่งเกษตรกรในพื้นที่และข้างเคียงต่างรอให้เกิดโรงงานน้ำตาลขึ้นในพื้นที่ เพราะจังหวัดสกลนครไม่มีโรงงานน้ำตาล เกษตรกรต้องขนอ้อยไปขายในจังหวัดข้างเคียง ส่งผลต่อต้นทุน...กำไรที่ได้รับ”

บุญชู อุ่มจันทร์สา กำนันตำบลอุ่มจาน ย้ำว่า การทำการประชาพิจารณ์ที่ผ่านๆมา เสียงส่วนมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยในการก่อตั้งโรงงานน้ำตาล ซึ่งข้อดีมีมหาศาลต่อเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกอ้อยป้อนโรงงาน ซึ่งมีราคาที่ไม่ผันผวน และเป็นพืชที่รัฐบาลประกันราคา

“สำหรับผู้คัดค้านนั้น...ส่วนมากมาจากกลุ่มบุคคลที่มีฐานะดีจากภายนอกพื้นที่ ซึ่งไม่มองถึงความต้องการของคนในพื้นที่ และที่มีข่าวว่าโรงงานรุกพื้นที่ป่านั้นก็ไม่เป็นข้อเท็จจริง”

นิตยา แก่นจำปา ชาวบ้านบ้านหนองลาด ต.หนองลาด อ.เมือง จ.สกลนคร เจ้าของที่ดินที่ขายให้กับโรงงาน เล่าให้ฟังว่า ที่ดินผืนนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ มีเอกสารสิทธิและทำการขายให้กับโรงงานแล้ว ในส่วนของห้วยเตยที่มีการกล่าวอ้างว่าโรงงานบุกรุกพื้นที่ห้วยนั้น ยิ่งไม่เป็นความจริง

“...ที่จริงแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ใช่หนองน้ำสาธารณะแต่อย่างใด ในขณะที่ลำห้วยเตยที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน กลุ่มผู้ร้องเรียนก็ระบุว่าโรงงานได้รุกล้ำนั้น เจ้าของที่ดินที่ขายให้กับโรงงานไป 15 ไร่ และยังเหลืออีก 33 ไร่ ได้ขุดลอกห้วยเตยตั้งแต่ก่อนที่จะขายที่ให้กับโรงงาน โดยใช้งบประมาณส่วนตัว เพื่อขุดลอกลำห้วยให้ลึกขึ้น รองรับมวลน้ำในฤดูน้ำหลาก เพราะปัจจุบันน้ำจะเอ่อท่วมไร่นาบริเวณนั้นเป็นวงกว้าง...”

ชัยมงคล ไชยรบ นายก อบจ.สกลนคร มองว่า ทุกวันนี้...ประเทศเรามีพื้นที่ปลูกข้าวค่อนประเทศ แต่ก็ประสบปัญหาจิปาถะ เช่น ราคาข้าวที่ตกต่ำ ปัญหาภัยแล้ง แน่นอนว่าวันนี้เราใช้พื้นที่ในการเกษตร จำนวนมาก แต่ได้ผลผลิตจำนวนน้อย เมื่อจะมีการลงทุนทำโรงงาน น้ำตาลในพื้นที่ ซึ่งต้องการปริมาณอ้อยปีละสี่แสนตัน

ชัดเจนว่า...จะเป็นตัวแปรสำคัญที่พี่น้องประชาชนจะได้เปลี่ยนจากชีวิต “ชาวนา” มาเป็น “ชาวไร่”...แบ่งพื้นที่ทางการเกษตรได้อย่างหลากหลาย

“พี่น้องประชาชนในสกลนครย่ำอยู่กับความยากจนมาตลอด ทางเลือกใหม่ชาวไร่อ้อย จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่ดีของพี่น้องประชาชน นอกจากจะปลูกอ้อยแล้ว ยังส่งเสริมเรื่องการส่งออกน้ำตาลอุตสาหกรรมต่างๆ...ผมอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของพี่น้องประชาชนไปในทางที่ดีขึ้น”

พี่น้องชาวสกลนครจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ถ้าหากว่าโรงงานน้ำตาลมาจริง...ด้วยเม็ดเงินลงทุนเกือบๆห้าพันล้านบาท น่าจะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนของสกลนครดีขึ้น มีการสร้างงาน สร้างอาชีพ แล้วรายได้เกษตรกรจะเพิ่มขึ้น ถือว่า...เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญ

“ผมเชื่อว่าโรงงานสมัยใหม่สามารถจัดการกับเรื่องมลภาวะเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ ผมเชื่อ...ในความเป็นข้าราชการไทย เพราะในการตั้งโรงงาน ข้าราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องได้กำกับดูแลเพื่อไม่ให้เกิดเภทภัยกับประชาชน เชื่อมั่นต่อไปว่าโดยแผ่นดินที่แห้งแล้งที่กุสุมาลย์ ถ้าโรงงานน้ำตาลไปตั้งอยู่จะสามารถพลิกฟื้นชีวิตของพี่น้องชาวกุสุมาลย์ให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น”

ในส่วนของ อบจ.เรา ก็ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน วันนี้...ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยน วันนี้...สิบประเทศอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวไร้พรมแดนการค้าขายเสรีการไปมาหาสู่สะดวกรวดเร็วฉับไว เราจำเป็นต้องปรับตัว

“น้ำตาล”...เป็นสินค้าส่งออกที่ดี ถ้าทำสกลนครให้เป็นจุดศูนย์รวม ในการขนส่งการค้ากับ 10 ประเทศ โดยเริ่มจากโรงงานน้ำตาลก็ดี โรงงานยางก็ดี อนาคตจังหวัดสกลนครจะเป็นศูนย์รวมทางเศรษฐกิจ

“แม้ว่าเราจะไม่เป็นพื้นที่ติดชายแดน ไม่มีสะพานเชื่อมไปยังต่างประเทศ แต่ก็ยังสร้างประโยชน์จากสะพานไปสู่อาเซียนสิบประเทศได้...ถ้าเราทำดีๆสักวันหนึ่งจะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้”

เงื่อนปัญหายืดเยื้อที่เกิดขึ้นนี้มองอีกมุมหนึ่งอาจมีมือที่มองไม่เห็นพยายามที่จะล้มประมูลนี้ให้ได้ เพื่อเป้าหมายสำคัญจะได้เข้ามาเสียบแทนที่? ใต้เงาธุรกิจก็เป็นเช่นนี้...มีได้ มีเสีย อยากได้... อยากมี หรือถ้ากูไม่ได้...มึงก็ต้องไม่ได้ ถ้ามึงได้...มึงก็ไปลำบาก ประเทศชาติต้องพัฒนา...จะฝากความหวังไว้กับใครดี.