วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตู้กับข้าวแห่งความรัก MINI COOPER S CLUBMAN HIGHTRIM

ย้อนเวลากลับไปในปี ค.ศ. 1959 เมื่อ MINI Cooper คันแรกปรากฏตัวขึ้นในยุคนั้น ความเร็วไม่ใช่ประเด็นหลักของการสร้างรถเล็กแต่ Cooper ทุกคันมีแฮนด์ลิ่งที่ดี แม้กำลังจากเครื่องตัวจิ๋วจะอยู่ในระดับอนุบาล Cooper รุ่นแรกสุดคันเล็กนิดเดียว ใช้เครื่อง 4 สูบที่ใหญ่กว่าเครื่องรถตัดหญ้าไม่มากนัก ระบบจ่ายเชื้อเพลิงของหนูเล็กเด็กอังกฤษเป็นแบบคาร์บูเรเตอร์คู่ พร้อมความจุ 997 ซีซี 55 แรงม้า หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1963 MINI โฉมใหม่ก็โผล่ตามออกมาด้วยสมรรถนะที่สูสีกับรถโมดิฟาย รุ่น Cooper S มีความจุเครื่องยนต์ 1,071 ซีซี โฉมแรกเป็นรถที่ยอดเยี่ยมและสร้างขึ้นมาสำหรับการขับอย่างแท้จริง ส่วน Cooper รุ่นเครื่องยนต์ 970 ซีซี ที่ผลิตตามกฎการแข่งขันรถยนต์มีความดุดันมากสุดในบรรดา Cooper S ทั้ง 3 รุ่น

Cooper S รุ่นเครื่องยนต์แรงสุดในยุคนั้นมีปริมาตรความจุ 1,275 ซีซี เป็นรถที่นักสะสมต้องการมากที่สุด กำลัง 76 แรงม้า บนเรือนร่างที่เล็กราวกับรถกระป้อสามารถพาคุณไปที่ไหนก็ได้ด้วยความฉับไว MINI Cooper S ในยุคแรกเริ่มยังติดตั้งกันสะเทือนแนวรถโกคาร์ทและระบบเบรกแบบดิสพร้อมคันเร่งแบบสายสลิงที่ตอบสนองได้อย่างเฉียบคม มีรถเล็กเพียงไม่กี่คันที่ทำออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหนึ่งในนั้นก็คือรถยี่ห้อ MINI

อย่างไรก็ตาม มันยังคงเป็นรถเล็กรุ่นแรกๆ จากประเทศอังกฤษที่มีบางจุดบางตำแหน่งจะต้องได้รับการแก้ใข เนื่องจากท่านั่งขับที่ไม่ค่อยจะได้เรื่อง ช่วงล่างแข็งมากและมีอาการสั่นสะท้านเมื่อเจอกับผิวถนนขรุขระ แต่การขับที่ดีของมันทำให้เกิด MINI รุ่นอื่นๆ ตามออกมาอีกเพียบ หลังจากการล่มสลายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศอังกฤษ BMW Group ได้เข้ามาควบรวมกิจการของ MINI โดยซื้อต่อมาจาก Rover Group ในปี 1998 ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในแบบที่ทำให้แฟนคลับ MINI ถึงกับอึ้ง

ปลายปี 2015 MINI ภายใต้ร่มธงของ BMW Group ได้สร้างความตกตะลึงให้กับแฟนคลับรถเล็กด้วยการเปิดตัว Cooper S Clubman รหัส F54 ภายในงานแสดงรถยนต์ โตเกียวมอเตอร์โชว์ ด้วยขนาดตัวถังใหญ่น้องๆ Series-3 Touring!! เป็นรถ MINI ที่มีความยาวมากสุดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท MINI Cooper S Clubman 2015 มาพร้อมกับความโดดเด่น เรือนร่างที่ใหญ่โตมโหระทึก เปิดพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่เคยคับแคบให้กว้างขวางสะดวกสบาย

มิติตัวถังภายนอกมีความยาว 4,253 มิลลิเมตร ยาวกว่า MINI Cooper S รุ่น 5 ประตูถึง 270 มิลลิเมตร! ขนาดความกว้างของตัวถังนั้นมากถึง 1,800 มิลลิเมตร มากกว่ารุ่น 5 ประตู 90 มิลลิเมตร เป็นตัวเลขความกว้างที่ขึ้นไปสูสีกับ BMW Series-3 สัดส่วนความสูงของ Cooper S Clubman รุ่นใหม่อยู่ที่ 1,441 มิลลิเมตร ทำให้พื้นที่เหนือศีรษะโปร่งโล่งในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สำหรับรถที่แอบอิงกับความกะทัดรัดมากเป็นพิเศษอย่าง MINI การออกแบบ Clubman รุ่นใหม่ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย ซึ่งมีทั้งชอบและไม่ชอบ ส่วนจุดเด่นของมันนอกจากขนาดตัวถังที่โตขึ้นทุกสัดส่วนแล้ว พื้นที่เก็บของก็ยังมากกว่า Clubman รุ่นเก่า โดยมีพื้นที่เก็บสัมภาระส่วนท้าย 360 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังลงราบกับพื้น จะมีพื้นที่สำหรับขนของมากถึง 1,250 ลิตร!!

นอกจากขนาดที่โตขึ้นจนทำให้ตกใจแล้ว Cooper S Clubman รุ่นล่าสุดยังมีการปรับหน้าตาภายนอกให้ดูสดใสน่ารักน่าชังเหมือนเดิม โดยมีการเพิ่มเติมรายละเอียดส่วนหน้าคล้ายกับ Cooper S รุ่น 3 ประตู ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าใหม่ทรงรังผึ้งแปะตราสัญลักษณ์รูปตัว S ล้อมกรอบชุดกระจังหน้าด้วยงานพลาสติกโครเมียมสีเงิน  สัญลักษณ์รูปตัว S ยังบ่งบอกถึงการทำตัวเป็นรถรุ่นกลางๆ ที่มีกำลังเหลือเฟือสำหรับสร้างความสนุกหลังพวงมาลัย หากอยากได้รุ่นที่บ้าพลังมากกว่ารุ่น S ก็ต้องตะกายไปที่รุ่น Clubman JCW หรือรุ่น John Cooper Work ที่มีกำลังมากถึง 230 แรงม้า ไฟหน้าแบบใหม่พร้อมไฟ LED Daytime Running Lights ไฟตัดหมอกทรงกลม พร้อมชิ้นงานประดับประดาเพื่อทำให้มันมีความหรูหรา แต่ก็มีราคาแพงมากถึง 3.2 ล้านบาท 

Clubman เวอร์ชั่นล่าสุดมีด้านข้างที่คล้ายคลึงกับรถแวนหรือรถสเตชั่นแวนกอน ซึ่งเป็นตัวถังยอดนิยมในยุโรป สไตล์แบบ 5 ประตูทรงยาวมีขนาดความยาวของฐานล้อ  วัดจากดุมล้อหน้าไปหลัง 2,670 มิลลิเมตร เสาหน้าและแนวผืนหลังคาหนาบึ้ก ทำให้เสากลางและเสาท้ายต้องหนาตามไปด้วยแบบเลี่ยงไม่ได้ กระจกมองข้างทรงกลม แนวด้านข้างของตัวถังไร้เส้นสายรกๆ โดยออกแบบให้มีความไหลลื่นมากกว่าเดิม ซุ้มล้อกรุด้วยพลาสติกกันกระแทกสีดำ ล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ลาย 7 ก้าน ห่อรัดด้วยยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ไซส์ 225/40 R18 92Y เป็นยางรันแฟลตแก้มแข็งที่ไม่ต้องพกยางอะไหล่ให้หนักท้ายรถ

MINI Cooper S Clubman F54 มีฝาท้ายสไตล์ตู้กับข้าวซึ่งเป็นที่มาของจั่วหัวรีวิวทดสอบ ฝาท้ายเปิดออกได้แบบแยกส่วนซ้าย-ขวาออกจากกัน โดยต้องใช้การเปิดฝาท้ายที่ด้านขวาก่อนเสมอ ส่วนการปิดก็ต้องดันมือปิดฝาท้ายด้านซ้ายก่อนทุกครั้ง พอเปิดออกพร้อมๆ กันทั้งสองบาน มันจะมีมุมมองคล้ายการเปิดตู้กับข้าวในสมัยโบราณ ไฟท้ายทรงยาวแปลกตา เป็น MINI รุ่นเดียวที่มีไฟท้ายแตกต่างไปจากพี่น้องร่วมสายพันธุ์ ซึ่งมักใช้ไฟท้ายทรงเหลี่ยมที่มีขนาดเล็ก ไฟท้ายของ Clubman ใช้หลอดไฟแบบ LED ที่มีความคมชัดและสามารถเปลี่ยนสีได้ โดยเฉพาะสีของไฟเลี้ยวและไฟเบรกกับไฟหรี่ตอนกลางคืน มือจับที่เปิดฝาท้ายออกแบบให้มีขนาดความยาวที่มากกว่า Clubman รุ่นเก่า สปอยเลอร์หลังติดตั้งแผ่นพลาสติกสะท้อนแสงสีแดง กระจกบานหลังที่ติดกับฝาท้ายยังมีใบปัดน้ำฝนแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา เสาอากาศทรงครีบปลาฉลามมีไฟกะพริบสีแดงของระบบป้องกันการโจรกรรมติดตั้งอยู่ด้านบน ทำให้ทรงของบั้นท้ายใน New Clubman มีความทันสมัยน่าใช้งาน ผสมกับความแปลกตาจากการออกแบบที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนกับรถยี่ห้อใดทั้งสิ้น!! 

ภายในห้องโดยสารมีกลิ่นของ MINI อยู่ทั่วไปหมด แต่แดชบอร์ดคอนโซลกลางนั้นมีรูปแบบเฉพาะตัวแตกต่างจากพี่น้องร่วมวงตระกูล MINI อย่างชัดเจน ขนาดความกว้างของตัวถังทำให้ต้องดีไซน์แดชบอร์ดให้ใหญ่ตามไปด้วยแบบเลี่ยงไม่ได้ จอแสดงผลกลางคอนโซลขนาด 8.8 นิ้ว ล้อมกรอบจอภาพมอนิเตอร์ด้วยหลอด LED ทรงกลม พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน มีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นใช้สำหรับปรับตั้งระบบต่างๆ เพียบ งานดีไซน์ปุ่มแตรทรงกลมที่สวยงามแต่ใช้งานยาก แดชบอร์ผลิตขึ้นรูปด้วยโฟมหุ้มด้วยงานหนังสังเคราะห์ เป็นคอนโซลแดชบอร์ดที่ใหญ่โตสุดๆ เมื่อเทียบกับ MINI รุ่นอื่นๆ

ความกว้างที่เพิ่มขึ้นของ New Cooper S Clubman F54 มอบพื้นที่กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเบาะนั่งทั้งสี่ตำแหน่ง เบาะที่นั่งด้านหน้าปรับตำแหน่งด้วยไฟฟ้า โดยปรับท่านั่งได้ครอบคลุมสรีระของคนขับมากขึ้น และเพิ่มพื้นที่เบาะโดยสารด้านหลังมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่วางเท้าหรือพื้นที่เหนือศีรษะ เบาะหลังยังสามารถพับแยกได้แบบ 60:40 สำหรับช่องเก็บสัมภาระที่ฝาท้ายเพิ่มความจุมากขึ้นเป็น 360 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะมีพื้นที่มากถึง 1,250 ลิตร เพิ่มพื้นที่เพื่อรองรับการบรรทุกสัมภาระได้ดียิ่งขึ้น

หัวใจสำคัญของการออกแบบใหม่ล่าสุดก็คือ หน้าจอแสดงผลและคอนเซ็ปต์การทำงานรูปแบบใหม่ บนแผงหน้าปัดบริเวณแกนพวงมาลัย ด้วยหน้าปัดดีไซน์วงกลมสไตล์ MINI แสดงผลความเร็ว อัตราเร่ง และปริมาณน้ำมัน โดยหน้าปัดวัดความเร็วแสดงผลในรูปแบบสี ซึ่งบอกสถานะของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

สำหรับหน้าจอแสดงผลส่วนกลางที่เป็นเอกลักษณ์ของ MINI ยังได้รับการออกแบบให้เจ้าของรถเลือกการแสดงผลในฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ MINI Cooper S Clubman F54 มาพร้อมหน้าจอสีขนาด 8.8 นิ้ว รองรับการแสดงผลที่เกี่ยวกับฟังก์ชั่นของรถ สาระความบันเทิง และการเชื่อมต่อ MINI Connected โดยฟังก์ชั่นดังกล่าวมีระบบควบคุม MINI Touch Controller ที่ทำงานพร้อมระบบสัมผัสปลายนิ้ว เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนข้อมูลได้จากการเขียนด้วยนิ้วมือลงบนปุ่ม Controller ได้โดยตรง

New Cooper S Clubman เพิ่มลูกเล่นให้การขับขี่ในทุกเส้นทางได้อย่างเพลิดเพลิน เทคโนโลยี LED ใหม่ล่าสุดที่สามารถเปลี่ยนสีไฟรอบวงแหวนหน้าปัดแสดงผลกลางตามสถานะ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่บนถนน หรือการทำงานของฟังก์ชั่นต่างๆ ตามความพึงพอใจของผู้ขับขี่ เช่น ขณะระบบควบคุมระยะการจอด (PDC) ทำงาน วงแหวนจะแสดงระยะห่างระหว่างรถกับสิ่งกีดขวางด้านหลังรถ ด้วยการแสดงผลในสีต่างๆ ตามระยะความใกล้กับสิ่งกีดขวางหลังรถ ได้แก่ สีเขียว เหลือง หรือแดง นอกเหนือจากการแสดงผลกราฟิกบนหน้าจอ รวมถึงการเปลี่ยนโหมดการขับขี่ที่สามารถเห็นได้จากสีต่างๆ ได้แก่ สีเขียว สีส้ม หรือสีแดง เป็นต้น นอกจากนี้ยังแสดงไฟสถานะสำหรับแนะนำเส้นทางของระบบแผนที่นำทาง MINI Navigation ซึ่งเมื่อรถเข้าใกล้จุดหมายปลายทางมากขึ้นเท่าไร แถบไฟบนวงแหวนก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย

MINI Cooper S Clubman ขับเคลื่อนด้วยพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo เพิ่มความสนุกเต็มสูบขณะขับขี่พร้อมประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้านต่างๆ มอบกำลังสูงสุด แต่สามารถลดช่วงของรอบการหมุนของเครื่องยนต์ลง รวมถึงลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการสิ้นเปลืองพลังงานลงกว่าร้อยละ 27 เมื่อเทียบกับ Clubman รุ่นก่อนหน้า

สัญชาตญาณการตอบสนองอันฉับไวคือการออกแบบที่ดีในเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่จาก MINI แรงบิดที่เป็นเอกลักษณ์และกำลังขับเคลื่อนที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก MINI New Clubman รุ่น Cooper S มาพร้อมพลังขับเคลื่อนถึง 141 กิโลวัตต์หรือ 192 แรงม้า สำหรับเครื่องยนต์ 4 สูบ ที่สามารถสร้างแรงบิดสูงกว่า 280 นิวตันเมตรที่รอบของเครื่องยนต์เท่ากัน โดยจะเพิ่มแรงฉุดลากหรือแรงบิดสูงสุดเป็น 300 นิวตันเมตรด้วยโอเวอร์บูสต์จากชุดอัดอากาศแบบ Twin scroll turbocharger พร้อมด้วยเวสเกตไฟฟ้า ระบบเกียร์อัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ เป็นเกียร์ขับหน้าที่มีอัตราทดมากถึง 8 สปีด พร้อมโหมดเกียร์ธรรมดาสำหรับขาแรงที่ชอบสับเกียร์เอง  มอบประสบการณ์การขับขี่สไตล์ MINI อย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิภาพของเทคโนโลยีของระบบขับเคลื่อนอีกด้วย

เกียร์อัตโนมัติขับหน้ารุ่นใหม่ 8 อัตราทดนี้เชื่อมการทำงานกับระบบเปิด/ปิดการทำงานของเครื่องยนต์ของ MINI โดยอัตโนมัติเป็นครั้งแรก ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในสภาพการจราจรที่แออัด เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยเพิ่มความสามารถของหลักการเทอร์โมไดนามิกส์หรือการเปลี่ยนความร้อนเป็นพลังงาน พร้อมกับระบบคอมมอนเรล ไดเรค อินเจคชั่น ซึ่งสร้างความดันสูงสุดในการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง มอบศักยภาพการฉีดน้ำมันไปยังห้องเผาไหม้ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงาน  

เจนเนอเรชั่นใหม่ของชุดบังคับเลี้ยวหรือพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า มอบการปรับน้ำหนักพวงมาลัยให้เหมาะสมกับโหมดขับเคลื่อนรวมถึงความเร็ว ช่วยให้ควบคุมพวงมาลัยได้ง่ายและแม่นยำ เทคโนโลยีของระบบเบรกอันล้ำสมัย เพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น  หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างสุนทรียภาพขณะขับขี่เกิดจากการพัฒนาการทำงานและน้ำหนักของระบบเบรก ซึ่งได้รับการออกแบบให้มีความเฉพาะตัวตามแต่ละโมเดลมากยิ่งขึ้น ระบบใหม่นี้มอบความประทับใจในความทนทานยอดเยี่ยมด้วยมวลเฉื่อยนอกสปริงที่มีค่าต่ำ ส่งผลให้ความสะดวกสบายขณะขับขี่เพิ่มขึ้น รวมถึงความแม่นยำของการควบคุมแรงเบรกและอายุการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย

MINI Connected มาพร้อมกับฟังก์ชั่น MINI Visual Boost Radio ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนภายในรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้ฟังก์ชั่นที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การสื่อสารผ่าน Facebook และ Twitter ผ่านหน้าจอแสดงผล และฟังก์ชั่นเพื่อเพิ่มความบันเทิงระหว่างขับขี่ เช่น Dynamic Music ที่ปรับเปลี่ยนโทนช้า/เร็ว ตามอัตราความเร็วของรถได้ ผ่านทางแอปพลิเคชัน MINI Connected บนสมาร์ทโฟนที่ใช้เชื่อมต่อ โดยมีจำนวนฟังก์ชั่นใหม่ที่รองรับการใช้งานผ่าน MINI Connected นี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ Cooper S Clubman MINI Connected ยังเชื่อมต่อการแสดงผลจากกล้อง GoPro มาไว้บนหน้าจอแสดงผลในรถได้เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานการเปิด/ปิดการบันทึกภาพได้จาก MINI Touch Controller ในรถได้โดยตรง

ในช่วงเทศกาลแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์กับการใช้ชีวิตอยู่ในรถ MINI รุ่นที่มีตัวถังใหญ่สุดๆ ซึ่งไม่ได้เป็นรถเล็กพริกขี้หนูอีกต่อไป มันคือ MINI ตัวถังแวนกอนติดเทอร์โบสัญชาติอังกฤษแต่ดันมีเจ้าของเป็นเยอรมัน เป็นรถที่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถของการเร่งความเร็วและมีทรวดทรงองค์เอวราวกับนักกีฬาระดับโลกที่เริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนอ้วนฉุ! ผมมุ่งหน้าไปยังชายทะเลในแถบปึกเตียนต่อเนื่องกับชะอำ นี่คือการสร้างรถที่แปลกประหลากที่สุดของ BMW Group สวนทางกับแนวคิดเล็กกะทัดรัดในอดีตอย่างสิ้นเชิง Cooper S Clubman โลดแล่นไปบนถนนเพชรเกษมอย่างร่าเริง แม้จะผ่านมือผ่านเท้าลูกค้ากับสื่อมวลชนมาถึง 13,000 กิโลเมตร แต่ช่วงล่าง เครื่องยนต์ และรายละเอียดของงานตกแต่งภายในยังคงแน่นหนาไม่มีเสียงดังออกมาให้ได้ยิน MINI รุ่นใหม่ไม่ได้เรียบง่ายเหมือนกับบรรพบุรุษ ภายใต้ร่มเงาของ BMW ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างของมันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น (และแย่ลงในด้านของขนาด) 

เครื่องยนต์เบนซินเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ขนาด 2 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบ Twin scroll turbocharger มีฟังก์ชั่นโอเวอร์บูสช่วยทำให้การเร่งความเร็วบนเรือนร่างที่หนักถึง 1.4 ตัน สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ใน 7.2 วินาที แรงพอที่จะดูดติดท้าย Mercedes Benz A250 AMG Dynamic ราคา 2.4 ล้านบาท (แต่อย่าลืมว่า Cooper S Clubman รุ่น HighTrim นั้นมีค่าตัวถึง 3.2 ล้านบาท) การเร่งความเร็วคือสันดานดิบส่วนตัวของรถรุ่นนี้ คันเร่งที่เชื้อเชิญให้คุณกระทืบมันบ่อยครั้งส่งถ่ายความบันเทิงออกมาอย่างต่อเนื่อง กำลัง 141 กิโลวัตต์ หรือ 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดจากฟังก์ชั่น OverBoost ทะลักเทลงล้อหน้ามากถึง 300 นิวตันเมตร เมื่อออกตัวเร็วๆ จากจุดหยุดนิ่ง อาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัยปรากฏขึ้นทันทีตามประสารถขับหน้าที่มีแรงม้าเกือบ 200 ตัว อาการดังกล่าวไม่ได้รุนแรงหรือดึงจนน่ากลัว แค่คอยประคองพวงมาลัยให้มั่นคงก่อนที่จะระเบิดพลังงานทั้งหมดออกมา คุณก็จะพบกับความบันเทิงได้อย่างง่ายดาย

การควบคุมพวงมาลัยขณะออกตัวอย่างเร็วที่ตามมาด้วยแรงพุ่งทะยานไปข้างหน้าทำให้ประสาทของคนขับต้องนิ่งพอสมควร คุณจะพบเจอกับแรงดึงที่ทำให้รู้สึกสนุก Cooper S Clubman แม้จะมีเรือนร่างแบบสเตชั่นแวนกอน และมีน้ำหนักตัวสูสีกับ BMW Series-3 รุ่น 320i แต่การออกแบบขุมกำลัง การปรับเซตช่วงล่างและการติดตั้งเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ที่มีอัตราทดให้สับมากถึง 8 ตำแหน่ง คือประสิทธิภาพที่ลูกค้าไฮโซต้องการ MID Mode หรือโหมดมาตรฐานเริ่มต้นอาจไม่สาแก่ใจพวกนักขับเงินถุงเงินถัง ให้รีบปรับสวิตช์ปรับตั้งโหมดขับเคลื่อนที่ฐานซุ้มเกียร์โดยดันไปทางซ้าย มันจะเข้าสู่โหมด Sport ที่พร้อมรบและตอบสนองได้ดีกว่าทุกโหมดที่ติดตั้งมาให้ ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่แนะนำให้วิ่งไปถึง เนื่องจากไม่มีถนนที่โล่งมากพอในประเทศไทย แถมยังผิดกฎหมายและเสี่ยงต่อการโดนจับกุมโทษฐานใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 

ไม่ว่าจะเป็น Cooper S Coupe / Cooper S รุ่น 3 ประตู / Cooper JCW / Cooper SD 5 ประตู หรือ Countryman Cooper SD All4 กับ Cooper Paceman ช่วงล่างของหนูเล็กเด็กแสบเหล่านี้ก็แข็งโป๊กทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่รถที่มีเรือนร่างเหมือนกับรถแม่บ้านอย่าง Cooper S Clubman ช่วงล่างของมันก็ยังคงแอบอิงชิดติดกับสไตล์โกคาร์ทชนิดแยกไม่ออก บนถนนเรียบๆ มันจะทะยานอย่างร่าเริงคล้ายเด็กที่มีความแข็งแรงและปราดเปรียว แต่เมื่อพบเจอเข้ากับผิวถนนแย่ๆ ที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงในประเทศไทย อาการกระเด้งกระดอนจะโผล่ออกมาทันที อาการดังกล่าวอาจทำให้คนขับวัยรุ่นรู้สึกสาแก่ใจ แต่ไม่เหมาะกับพวกสูงวัยที่ชอบความนิ่มนวลเป็นหลัก  ความมาดมั่นของช่วงล่างที่ถูกจูนมาให้ขับแบบเร็วๆ กลายเป็นเรื่องที่ต้องปรับความรู้สึกกันใหม่ทั้งหมดเมื่อผมขับผ่านผิวถนนที่ขรุขระไม่มีความสม่ำเสมอ การเทน้ำหนักในโค้งเต็มไปด้วยความมั่นคง พวงมาลัยไวแต่ไม่มีอาการวอกแวก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเมื่อคุณเป็นคนเท้าหนักมาแต่กำเนิด

เกียร์ 8 สปีดในโหมด Sport พยายามคาเกียร์ 3-4 เพื่อเรียกแรงบิด เสียงเครื่องยนต์เร้าใจมากๆ เมื่อเริ่มต้นการขับแบบซิ่ง เสียงดูดอากาศดังวีดๆ จากท่อไอดีที่รับอากาศมาจากการอัดของเทอร์โบแปรผันประสิทธิภาพสูง Cooper S Clubman ไม่มีเสียงระเบิดดังปุๆ ที่ปลายท่อระบายท้ายเหมือนกับ Cooper S Convertible รุ่นเปิดประทุนที่ผมเคยรีวิวไปเมื่อ 2 เดือนก่อน เป็นเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ในรอบสูงที่ดังแบบหนักแน่นแต่ไม่ได้ดังสนั่นแบบแสบแก้วหู เหมาะกับสไตล์ของตัวรถที่มักถูกใช้เป็นรถจ่ายกับข้าวหรือรับส่งลูกๆ ไปโรงเรียนของแม่บ้านไฮโซไฮซ้อ เสียงท่อท้ายที่หนักแน่นราวกับเครื่อง 6 สูบ ถูกปรับจูนให้มีความแตกต่างจาก Cooper S 3 ประตู หรือแม้แต่ Cooper S Convertible โดยออกมาในแบบสุภาพแต่พร้อมที่จะโวยวายทันทีที่คนขับกระทืบลงไปบนคันเร่ง 

ผมลองผลักคันเกียร์ไปทางซ้ายเพื่อเข้าสู่โหมดแมนนวลหรือโหมดที่ต้องชิฟเกียร์เอง การตอบสนองของเกียร์ออโต 8 อัตราทดมีความกระชับเอามากๆ เซ็นเซอร์ป้องกันการเปลี่ยนเกียร์ที่ไม่สัมพันธ์กับความเร็ว ช่วยป้องกันไม่ให้เกียร์กระจายไวเกินกำหนด การทำงานของเกียร์อัตโนมัติลูกใหม่ล่าสุดหากคาไว้ที่โหมด ECO หรือโหมดประหยัด  เกียร์แสนรู้ของมันจะดันตัวเองขึ้นไปสู่เกียร์สูงอย่างรวดเร็ว เพื่อลดการใช้รอบสูงๆ ที่ทำให้กินเชื้อเพลิง รอบคงที่ 1,200-1,600 รอบต่อนาที เมื่อขับใช้งานแบบปกติในเมืองทำให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ไม่ทำตัวเป็นพวกกินจุแต่อย่างใดทั้งสิ้น

สิ่งที่ทำให้ Clubman แตกต่างจาก MINI ทั่วไปก็คือเรือนร่างที่ใหญ่โต นอกจากนั้น สไตล์การขับและความรู้สึกที่ส่งถ่ายออกมาแสดงออกถึงความเป็น MINI อย่างครบถ้วนกระบวนความ เครื่องยนต์มีเสียงเดินเบาที่ไม่ดัง แต่การเก็บเสียงในห้องโดยสารยังคงไม่ได้โดดเด่นเหมือนเดิม เสียงยางรันแฟลตดังเข้ามาให้ได้ยินอย่างชัดเจนเมื่อความเร็วทะยานผ่าน 80 กิโลเมตร และจะดังขึ้นเรื่อยๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นเมื่อคุณขับมันเร็วขึ้น การทรงตัวที่ย่านความเร็วสูงมีความเสถียร ช่วยทำให้รู้สึกมั่นใจและพร้อมที่จะขับมันเร็วขึ้นไปอีก!! ยาง Pirelli รุ่น Cinturato P7 ขนาด 225/40R18 92Y ทำหน้าที่ในการยึดเกาะกับผิวถนนได้ดี แม้บางช่วงบางตอนจะวิ่งผ่านทางลูกรังก็ยังไม่ใช่ปัญหาของยางราคาแพงจากอิตาลี แต่เสียงที่ดังสนั่นจนได้ยินอย่างชัดเจนของยางเมื่อถูกบดลงไปบนพื้นเกิดจากแก้มแบบรันแฟลตที่แข็งราวกับหินผาจนต้องทำใจแบบได้อย่างเสียอย่าง

MINI Cooper S Clubman รุ่น Hightrim มีราคา 3,288,000 บาท แพงแสบไส้แสบพุงกันเลยทีเดียว มันเป็นรถที่ขับสนุกและมีพื้นที่เหลือๆ สำหรับผู้โดยสารกับสัมภาระ เร่งความเร็วได้อย่างทันอกทันใจ ทรงตัวและเบรกได้อย่างเฉียบคมแถมยังมีเรือนร่างที่โตสุดในกลุ่มพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์ MINI พวงมาลัยกับช่วงล่างที่มาดมั่นคือจุดเด่นของมัน ส่วนสไตล์แวนกอนนั้นก็อยู่ที่ความชอบของคุณเอง แต่รับรองได้เลยว่าไม่มีใครเหมือนอย่างแน่นอน ความซับซ้อนของเกียร์ออโต 8 สปีดช่วยทำให้อัตราสิ้นเปลืองโดยรวมดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ประหยัดเหมือน Cooper D Clubman เครื่องดีเซลที่มีราคาถูกกว่า การเสริมความแข็งแกร่งของตัวถังด้วยเทคโนโลยีใหม่ทำให้เฟรมของมันแข็งขึ้น ฐานล้อยาวเหยียดช่วยในเรื่องของการทรงตัวเมื่อใช้ความเร็ว รวมถึงการเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ ก็ยังดีกว่ารุ่น 3 ประตูอีกด้วย แต่ราคาค่าตัวขนาดนี้แม้แต่คนรวยก็ยังต้องคิดหนักอยู่เหมือนกัน หรือคุณว่าไม่จริง. 


Introduction

The MINI Cooper S Clubman is a front wheel drive automobile, with its engine placed in the front, and a 5 door estate/station wagon bodyshell

It is powered by a turbocharged engine of 2 litre capacity This powerplant features double overhead camshaft valve gear, 4 cylinder layout, and 4 valves per cylinder

It produces 189.5 bhp (192 PS/141 kW) of power at 5,000 rpm, and maximum torque of 300 N·m (221 lb·ft/30.6 kgm) at 1,250 rpm.

The engine delivers its power through to the wheels via a 8 speed auto with manual mode

The quoted weight at the kerb is 1435 kg.

Its maximum speed claimed is 228 km/h (142 mph), officially stated fuel consumption is 7.9/5.2/6.2 l/100km urban/extra-urban/combined, and carbon dioxide emissions are 144.0 g/km.

2015 MINI Cooper S Clubman data

MINI COOPER S CLUBMAN HIGHTRIM F54 3,288,000 บาท
Engine
engine type...............................................turbocharged petrol
Engine manufacturer................................BMW
Engine code
Cylinders Straight ....................................4
Capacity...................................................2 litre 1,998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke............................................82.0mm × 94.6 mm 3.23 × 3.72 in
Bore/stroke ratio........................................0.87
valves........................................................double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 16 valves in total
maximum power output.........................192 PS (189.5 bhp) (141 kW) at 5000 rpm
Specific output...........................................94.8 bhp/litre 1.55 bhp/cu in
maximum torque......................................300 Nm (221 ft·lb) (30.6 kgm) at 1250 rpm
Specific torque...........................................150.15 Nm/litre 1.81 ft·lb/cu3
Engine construction
sump...........................................................wet sumped
compression ratio.......................................11.0 :1
Fuel system................................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure)1886.8 kPa (273.7 psi)
Maximum RPM
crankshaft bearings
Engine coolant............................................Water
Unitary capacity..........................................499.5 cc
Aspiration....................................................Turbo
Compressor..................................................n
Intercooler....................................................Y
Catalytic converter.......................................Y
Acceleration 0-100km/h.............................7.2 s
Maximum speed..........................................228 km/h (142 mph)
Power-to-weight ratio.................................133.89 PS/g 98.47 kW/g 132.06 bhp/ton 0.06 bhp/lb
Weight-to-power ratio.................................10.15 kg/kW 16.96 lb/bhp

Engine position............................................front
Engine layout...............................................transverse
Drive wheels................................................front wheel drive
Torque split..................................................N/A
Steering........................................................rack & pinion EPAS

Front suspension...........................................struts
Rear suspension............................................multi link
Wheel size front..........................................7½J x 18
Wheel size rear............................................7½J x 18
Tyres front...................................................225/40 R 18 92Y
Tyres rear.....................................................225/45 R 18 92Y 
Brakes F/R...................................................VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter....................................260 mm
Rear brake diameter.....................................230 mm
Gearbox.....................................................8 speed auto with manual mode

bodywork
Body type...................................................4/5 seater estate/station wagon
Number of doors........................................5
Designer....................................................Anders Warming

dimensions & weights
Wheelbase................................................2,670 mm
Track/tread (front).....................................1,560 mm
Track/tread (rear).......................................1,561 mm
Length.......................................................4,253 mm
Width.........................................................1,800 mm
Height........................................................1,441 mm
Ground clearance.......................................141 mm
length:wheelbase ratio................................1.59
Kerb weight................................................1,435 kg 3,164 lb
Weight distribution
fuel tank capacity........................................48 litres 10.6 UK Gal 12.7 US Gal

aerodynamics
Drag coefficient........................................0.34
Frontal area................................................2.21 m²
CdA.........................................................0.75

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th

Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/