วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่า 4 คนร้ายยิงถล่มดับ1 เจ็บ 2 พนง.โรงแรมดังปมแก้แค้น

กระหน่ำยิงหนุ่มพนักงานโรงแรมชื่อดัง ย่านแจ้งวัฒนะ ดับคาซอย เพื่อนบาดเจ็บ 2 ขณะจับกลุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือที่โต๊ะม้าหินอ่อนกับอดีตเพื่อนร่วมคณะนิเทศศาสตร์ ภายในซอยสายไหม 34 คนร้าย 4 คน ใช้รถ จยย. 2 คัน สวมหมวกกันน็อกปิดบังใบหน้าขี่วนผ่าน คนร้ายที่ซ้อนท้ายใช้ปืนพกกระหน่ำยิงอย่างเหี้ยมโหด ตำรวจคาดคนร้ายใช้ทูตมรณะไม่ต่ำกว่า 2 กระบอก สาเหตุอาจมาจากเรื่องผู้ตายไปทำร้ายคู่กรณีบาดเจ็บสาหัสและตกลงค่าเสียหายไม่ได้ตามมายิงล้างแค้น

แก๊งคนร้ายเหิมใช้รถ จยย.2 คัน และปืนไม่ต่ำกว่า 2 กระบอก กระหน่ำยิงคู่อริบาดเจ็บ 2 ดับคาซอย 1 เปิดเผยเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 12 ก.พ. ร.ต.อ.วิษณุ แท่นทอง รอง สว. (สอบสวน) สน.สายไหม รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 138/13 ซอยสายไหม 34 แขวงและเขตสายไหม กทม. รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม พ.ต.ท.นริศ ปรารถนาพร รอง ผกก.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่าย สส.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชฯ รพ.ภูมิพลฯ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบนพื้นปูนพบศพนายณัฎฐนัย หรือต้น บุนนาค อายุ 21 ปี สวมเสื้อยืดโปโล สีเทา กางเกงผ้าขายาว สีน้ำตาล ถูกยิงด้วยปืน ขนาด 9 มม. ที่ขมับขวา คาง และอก รวม 3 นัด ใกล้กันพบปลอกกระสุนขนาดเดียวกัน รวม 8 ปลอก ตกกระจายเกลื่อนพื้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บ 2 ราย ถูกยิงด้วยปืนขนาดเดียวกัน คือ นายณัฐนัย ทินสา อายุ 21 ปี ที่หน้าอก ไหปลาร้าซ้าย รวม 2 นัด และนายพจน์ พิมพ์ใส อายุ 20 ปี ถูกยิงที่แขนขวาและข้อเท้าขวา นำส่ง รพ.ภูมิพล รักษาตัวอาการปลอดภัย

นายณัฐดนัย ลำพูนน้อย อายุ 22 ปี ให้การว่า ขณะที่พวกตน 7 คน รวมทั้งคนเจ็บคนตาย มีทั้งเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง เรียนที่เดียวกันคณะนิเทศศาสตร์ สาขาภาพยนตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ยกเว้นผู้ตายเข้ามาเรียนได้ไม่นาน ลาออกไปเกือบ 2 ปี เนื่องจากมีปัญหาส่วนตัว ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ย่านแจ้งวัฒนะ ส่วนคนเจ็บนายณัฐนัย เรียนปี 2 นายพจน์เรียนปีหนึ่ง ทั้งหมดนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม โดยตรงนี้เป็นที่นั่งพูดคุยพบปะกันเป็นประจำ ผู้ตายมาถึงประมาณ 22.00 น. วันที่ 11 ก.พ. หลังจากไปทำบุญครบรอบวันเสียชีวิตของพ่อผู้ตาย กระทั่งก่อนเกิดเหตุมีคนร้าย 4 คน สาวหมวกกันน็อก ใช้รถ จยย. 2 คัน คล้ายรถยามาฮ่า ฟีโน่ สีม่วง และฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียนทั้งสองคัน ขี่ผ่านพวกตนที่นั่งเล่นกันเข้าไปในซอยแล้ววนรถออกมาชะลอผ่านพวกตนอีกครั้ง จากนั้นคนซ้อนท้ายรถ จยย.ชักปืน ออกมากระหน่ำยิงพวกตนเสียงดังสนั่น จึงวิ่งหลบหนีกันชุลมุน ทำให้กระสุนถูกคนเจ็บและคนตาย

ต่อมาบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.น.2 เดินทางมาที่ สน.สายไหม เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ใช้เวลาประมาณ 30 นาที พล.ต.ต.ภาณุมาศกล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล ขณะนี้ได้ภาพกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายกำลังกลับรถ จยย. ทั้ง 2 คัน ภายในซอย ก่อนจะก่อเหตุคนร้ายน่าจะเตรียมการมาอย่างดี ใช้ปืนไม่ต่ำกว่า 2 กระบอกก่อเหตุ จากการตรวจสอบประวัติผู้ตายทราบว่าเคยมีคดีอาวุธปืน คดียาเสพติด และเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา ได้มีเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านชิลล์บาร์ ย่านสายไหม ทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ตาย 150,000 บาท แต่ผู้ตายขอต่อรองเหลือ 10,000 บาท ผู้เสียหายไม่ยินยอม จะเชิญคู่กรณีที่ทะเลาะกับผู้ตายมาสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงกันครั้งนี้หรือไม่ เบื้องต้นได้ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 3 ประเด็น คือ เรื่องชู้สาว สิ่งผิดกฎหมายต่างๆ และปัญหาส่วนตัว จะเร่งติดตามกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป