บริการข่าวไทยรัฐ

จัดหลักสูตรติวเข้มนักศึกษา แก้ปัญหาบุคลากรในตลาดหุ้นขาดแคลน

แห่จัดหลักสูตรติวนักศึกษาเข้ามาทำงานสายหลักทรัพย์ แก้ปัญหาบุคลากรขาดแคลน หลังจำนวนโบรกเกอร์เพิ่มขึ้น บริษัทต่างชาติเข้ามาเปิดกิจการมากขึ้น หวังแบ่งเค้กชิงค่าคอมมิชชั่น หลังมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยสูงสุดในอาเซียนหลายปีติดต่อกัน ขณะที่มีบริษัทใหม่ๆ ระดมทุนเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง ท่ามกลางนักลงทุนหน้าใหม่แห่เข้าตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี เผยหมอ-วิศวะและพนักงานออฟฟิศฮิตเล่นหุ้น

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมฯร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ได้จัดทำหลักสูตรอบรมนักศึกษาที่เรียนสาขาการเงิน การธนาคาร, บัญชี, เศรษฐศาสตร์ และธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับวิชาชีพหลักทรัพย์มากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์ ขาดแคลนบุคลากรรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าว ประกอบกับมีโบรกเกอร์ต่างประเทศเข้ามาทำธุรกิจในไทยต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 100,000 คน

ทั้งนี้ การขาดแคลนบุคลากรในธุรกิจหลักทรัพย์ ทำให้บางบริษัทได้ดึงบุคลากรจากบริษัทอื่นๆเข้ามาเสริมทีม ด้วยการให้ผลตอบแทนที่จูงใจกว่า แม้จะยังไม่ถึงขั้นการแย่งหรือซื้อตัวกันรุนแรงนัก แต่ที่ผ่านมาทางสมาคมฯได้เข้าไปติดตามอย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการโยกย้ายบุคลากรในอุตสาหกรรม เช่น การขอความร่วมมือไม่ให้มีการดึงบุคลากรจากบริษัทใดบริษัทหนึ่งมากเกินไป จนบริษัทนั้นๆไม่สามารถดำเนินกิจการได้ “การโยกย้ายบุคลากรในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์เป็นปัญหาที่แก้ไขจัดการได้ยาก เนื่องจากบุคลากรมีจำนวนจำกัด สวนทางกับผู้ประกอบการรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ทยอยเกษียณอายุ โดยปัจจุบันมีโบรกเกอร์ประมาณ 40 แห่ง และปีนี้จะมีต่างชาติมาเปิดกิจการในไทยเพิ่มอีก 2-3 แห่ง เพราะเห็นศักยภาพตลาดทุนไทยที่มีสภาพคล่องหรือมูลค่าการซื้อขายหุ้นสูงสุดในอาเซียนหลายปีติดต่อกัน ขณะเดียวกันแต่ละปียังมีบริษัทจดทะเบียนรายใหม่ๆเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมากโดยเฉพาะหุ้นไอพีโอ”

นางภัทธีรากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาโบรกเกอร์มีการแข่งขันเรื่องการลดค่าธรรมเนียมหรือค่าคอมมิชชั่นในการเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นที่รุนแรง เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ส่งผลให้หลายโบรกฯประสบปัญหาเรื่องของรายได้ แต่ปัจจุบันบรรดาโบรกฯต่างหันมาใช้กลยุทธ์อื่นๆนอกเหนือจากการลดค่าธรรมเนียม เช่น การพัฒนาเครื่องมือใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายหุ้น, การให้ข้อมูลนักลงทุนเกี่ยวกับหุ้นแต่ละตัวเพื่อให้เกิดการลงทุนระยะยาวและให้นักลงทุนมีกำไรจากการลงทุนมากขึ้น หากนักลงทุนมีกำไรก็จะเป็นลูกค้าโบรกฯนั้นได้นาน

นอกจากนี้ โบรกฯหลายรายยังหันมาทำธุรกิจเสริมเพื่อหารายได้เพิ่ม นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น เช่น การเข้าไปลงทุนในบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์เพื่อพัฒนาให้บริษัทมีความเข้มแข็งแล้วนำเข้ามาระดมทุนในตลาดฯ หรือมีพอร์ตการลงทุนประเภทอื่นๆ เป็นต้น

นางภัทธีรากล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโบรกฯมีการเปิดช่องทางในการหาลูกค้ารายใหม่ๆ เช่น ผ่านระบบแอพพลิเคชัน เพื่อลูกค้ากลุ่มคนทำงานให้เข้ามาลงทุนและออมผ่านตลาดทุน เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยในอนาคต โดยที่ผ่านมากลุ่มอาชีพที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นจำนวนมาก เช่น กลุ่มอาชีพแพทย์และวิศวกร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีพนักงานออฟฟิศจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนและการออมมากขึ้น.