ล่าหมื่นรายชื่อต่ออายุ BRT - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ล่าหมื่นรายชื่อต่ออายุ BRT

“รายงานวันจันทร์”-ลอยแพผู้โดยสาร-ขสมก.วิ่งแทนไม่ได้

หลังจากที่ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าว กทม.จะยกเลิกโครงการรถโดยสารด่วนพิเศษหรือบีอาร์ที หลังสิ้นสุดสัญญาเดินรถในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ปรากฏว่าเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการตัดสินใจของ กทม.ครั้งนี้อย่างกว้างขวาง

และวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา น.ส.สิริกัญญา กาญจนประกร ได้ตั้งแคมเปญผ่านเว็บไซต์ www.Change.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ใช้สำหรับเข้าลงชื่อรณรงค์ในเรื่องต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความเห็นและลงชื่อสนับสนุนว่า“ปรับขึ้นค่าโดยสารบีอาร์ทีแทนยกเลิกการให้บริการ ก่อนถูกยกเลิก 1 พ.ค.60”

“วัตถุประสงค์ในการตั้งแคมเปญรณรงค์คืออะไร” สิริกัญญาบอกว่า ภายหลังทราบเรื่องที่ กทม.แถลงข่าวจะยกเลิกโครงการบีอาร์ที จึงสร้างแคมเปญนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และร่วมลงชื่อสนับสนุนแนวคิดที่ให้ขึ้นค่าโดยสารแทนการยกเลิกการให้บริการบีอาร์ที โดยการสร้างแคมเปญผ่านไป 2 วัน มีผู้เห็นด้วยร่วมลงชื่อแล้วกว่า 3,300คน ซึ่งตนได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10,000 คนภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ หากครบจะนำรายชื่อพร้อมความคิดเห็นต่างๆเสนอต่อ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. เพื่อขอให้ทบทวนการยกเลิกโครงการเดินรถบีอาร์ที

“ความคิดเห็นจากผู้ร่วมลงชื่อ ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอย่างไร” สิริกัญญา กล่าวว่า ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกโครงการฯและสนับสนุนให้ กทม.เพิ่มค่าโดยสารแทนการยกเลิก เพื่อให้โครงการอยู่ได้ บางรายยอมให้ขึ้นค่าโดยสารสูงสุดที่ 30 บาท เพราะเส้นทางดังกล่าว มีรถเมล์เพียง 2 สายที่ให้บริการ ซึ่งไม่เชื่อมต่อกัน หากใช้รถแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ ค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ที่สำคัญจะเป็นการกระตุ้นให้คนใช้รถส่วนตัวเพิ่มขึ้น เฉลี่ยรถก็จะติดมากขึ้น 20,000 คัน (จากปริมาณผู้ใช้บริการเฉลี่ย 25,000 คนต่อวัน)

“คิดเห็นอย่างไรที่ กทม.จะให้นำรถเมล์ ขสมก.มาให้บริการแทน” สิริกัญญา ตอบว่า กทม.ยังไม่มีแผนรองรับผู้โดยสารอย่างชัดเจน และไม่เคยถามความคิดเห็นผู้ที่ใช้บริการไม่ต่างจากการลอยแพประชาชน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้รถเมล์มาวิ่งแทนโดยใช้สถานีบีอาร์ทีเป็นป้ายรถเมล์ เพราะระดับสถานีกับประตูรถเมล์ต่างกัน อีกทั้งรถบีอาร์ทีประตูรถอยู่ด้านขวา แต่รถเมล์ประตูอยู่ด้านซ้าย นอกจากนี้ การยกเลิกโครงการก็ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณเช่นกัน ทำไม กทม.ไม่พัฒนาให้บีอาร์ทีเชื่อมต่อโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ดียิ่งขึ้นเหมือนประเทศที่เจริญแล้ว ที่ส่วนใหญ่เดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน

“คนไม่เคยใช้งานแต่จะมายกเลิกแบบนี้ไม่ถูก กทม.คิดง่ายๆ คิดแค่มุมของคนใช้รถยนต์ส่วนตัว เรามองว่าบีอาร์ทีตอบโจทย์การเดินทางในเส้นทางดังกล่าว เพราะรถเมล์บริเวณนั้นไม่มีการเชื่อมต่อกันถ้าใช้บริการแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ค่าใช้จ่ายก็สูงขึ้น นอกจากนี้ เลนของบีอาร์ทีซึ่งแยกไว้ชัดเจนแล้วไปเป็นประเด็นว่ากระทบต่อปัญหาการจราจรได้อย่างไร ขณะที่ผู้ใช้รถส่วนตัวเข้าไปขับขี่ในเลนบีอาร์ทีจนเคยชินแล้วมาโยนบาปให้โครงการฯว่าทำให้ปัญหาการจราจรติดขัด จุดนี้ตำรวจควรเข้มงวด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถให้คล่องตัว และป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย” สิริกัญญาระบุ.


advertisement