บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาระแห่งชาติใหม่สุด “ปั๊มลูก” เพื่อประเทศไทย

โดย ซูม

จะเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของผมก็ไม่รู้ซี ที่มีอายุยืนยาวมาถึงวันนี้ และได้มีโอกาสรับรู้รับทราบนโยบายแห่งชาตินโยบายใหม่ ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเทียบกับนโยบายแห่งชาติในยุคที่ผมยังหนุ่มแน่น และได้เข้าร่วมปฏิบัติในนโยบายที่ว่านี้มาแล้ว

นโยบายประชากรแห่งชาติ ไงครับ...ผมขออนุญาตเติมคำว่าแห่งชาติ เอาไว้ด้วย เพราะเห็นว่าเป็นนโยบายสำคัญมากของประเทศไทย

คงจะจำกันได้ในช่วงเวลาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 3 พ.ศ.2515-2519 เป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ นโยบายประชากร อย่างเป็นทางการครั้งแรกของประเทศไทย

มีการประกาศเป้าหมาย แผนการและวิธีดำเนินการเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ภาครัฐของไทยจะมุ่งหน้าส่งเสริมนโยบายวางแผนครอบครัวอย่างขนานใหญ่ เพื่อลดอัตราเพิ่มของประชากรที่สูงถึงเกือบร้อยละ 3 ในช่วง เวลาดังกล่าวลงให้เหลือร้อยละ 2 กว่าๆ และจะให้ลดลงไปเรื่อยๆตามลำดับ

มีการใช้คำขวัญว่า “ลูกมาก จะยากจน” เพื่อเป็นการเตือนประชาชนมิให้ขยันผลิตลูกจนเกินไป เพราะจะทำให้ประสบกับปัญหาความยากจนจากการเลี้ยงลูกเพื่อส่งลูกเข้าเรียนในอนาคต

ส่งผลให้คุณ มีชัย วีระไวทยะ เพื่อนข้าราชการสภาพัฒน์ของผมตัดสินใจลาออกจากราชการมาร่วมขบวนการรณรงค์ จนเกิดคำว่า “ถุงยางมีชัย” และ “มีชัยสีประกายรุ้ง” ขึ้น พร้อมๆกับความสำเร็จในการลดอัตราเพิ่มของประชากรไทยในโอกาสต่อมา

45 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก อัตราเพิ่มประชากรของประเทศไทยน่าจะเหลือเพียงร้อยละ 0.4 เท่านั้นในปัจจุบันนี้

สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่คนเกิดน้อยลง คนตายก็น้อยลง เพราะเริ่มมีการสาธารณสุขที่ดี คนอายุยืนขึ้น จึงมีคนแก่มากขึ้น

กลายเป็นปัญหาใหม่ของประเทศไทยที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและขาดแคลนคนหนุ่มคนสาวที่จะมาทำงานเพื่อประเทศชาติ หากปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปดังเช่นที่เป็นอยู่ขณะนี้

ดังนั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง กระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรัฐมนตรี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร จึงได้ออกมาแถลงข่าวในโครงการใหม่เอี่ยมของกระทรวง

ได้แก่ “โครงการส่งเสริมสาวไทยแก้มแดงมีลูกเพื่อชาติด้วยวิตามินแสนวิเศษ” ซึ่งจะเป็นการปฏิบัติตาม “นโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนา เจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2560-2569” ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ ดังนี้

1.เพื่อเพิ่มจำนวนการเกิดเพื่อทดแทนจำนวนประชากร โดยส่งเสริมการเกิดในหญิงอายุ 20-34 ปี ที่มีความพร้อมและตั้งใจที่จะมีครรภ์

2.การเกิดทุกรายมีความพร้อมมีการวางแผนและได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร

3.ทารกเกิดมาอย่างแข็งแรงพร้อมที่จะเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้ลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี

จากนโยบายและแนวทางข้างต้นจะมีการดำเนินการที่สำคัญๆ เพื่อให้บรรลุผล เช่น พัฒนาระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระยะก่อนสมรส ก่อนมีบุตร ตั้งครรภ์และหลังคลอด

จัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนไทยมีลูก รวมไปถึงการปรับปรุงแก้ไขสิทธิในการลาคลอดเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูลูก และมาตรการทางด้านการภาษี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร เป็นต้น

กิจกรรมแรกที่กระทรวงสาธารณสุขจัดขึ้นและที่ท่านรัฐมนตรีนำมาแถลงก็คือกิจกรรมแจกวิตามิน “แสนวิเศษ” ซึ่งจะประกอบด้วยธาตุเหล็กและโฟลิกให้แก่หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 20-34 ปีทุกคนที่พร้อมจะมีลูกเพื่อที่จะช่วยลดภาระพิการแต่กำเนิดของทารกลงได้

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์หรือวันวาเลนไทน์วันพรุ่งนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการแจกกล่องวิตามินวิเศษ “สาวไทยแก้มแดงพัฒนาสมองและการเรียนรู้ด้วยเหล็กและโฟลิก” ให้แก่คู่รักทุกคู่ที่มาจดทะเบียนถือเป็น การเริ่มต้นคิกออฟของการรณรงค์ให้คนไทย หันมาปั๊มลูกเพื่อชาติดังกล่าว

สรุปว่าทั้งหมดที่ผมเขียนมาวันนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่หลวงของนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศหลังจากที่เราใช้นโยบาย “ลูกมากยากจน” ไม่อยากให้คนเกิดมาหลายสิบปี

ผมยังนึกน้อยใจที่หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ลงเป็นข่าวเล็กๆหรือไม่ก็ซุกไว้หน้าในกันหมด ทั้งๆที่เป็นโครงการเพื่อชาติที่ยิ่งใหญ่มาก... ประเทศไทยในอนาคตจะเป็น 4.0 หรือ 5.0 (ทันสมัยขึ้นไปอีก) ก็ด้วย เด็กไทยยุคใหม่ที่พ่อแม่หนุ่มสาวกำลังจะช่วยกันปั๊มนี่ล่ะครับ.

“ซูม”