บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัตถุอันตรายทางการเกษตร

โดย หมัดเหล็ก

หนังสือชี้แจงจาก เสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการ แทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กรณี กรมวิชาการเกษตรลักไก่ขึ้นทะเบียน 50 สารพิษภาคเกษตร จากที่มีผู้ขอมาถึง 4,000 คำขอ ซึ่งเป็นการสวนทางกับนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ที่เน้นให้ประเทศไทยทำการเกษตร แบบเกษตรอินทรีย์ นั้น อนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ได้มีการประชุมตามวาระปกติเพื่อพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกลุ่มวัตถุอันตรายที่มีความปลอดภัยได้แก่ สารสกัดจากธรรมชาติ สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชที่มีความเป็นพิษน้อยตามองค์การอนามัยโลก มีการประเมินความเสี่ยงและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว

ผลการประชุมคือ รับขึ้นทะเบียน จำนวน 9 รายการ ชะลอการขึ้นทะเบียน 5 รายการ ผ่านความเห็นในหลักวิชาการ 36 รายการ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ลงนามในคำสั่งให้ย้าย ธรรมนูญ แก้วคงคา ผอ.กลุ่มวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรออกจากตำแหน่งและให้ ศรัญ วัฒนธาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตรขึ้นดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากปัญหาการอนุญาตขึ้นทะเบียนสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตรล่าช้า ทั้งที่มีการกำหนดให้มีการประชุมอนุกรรมการเดือนละ 2 ครั้ง และพิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียนเฉลี่ยเดือนละ 60 รายการ เพื่อแก้ปัญหาคำขอที่ค้างอยู่ถึง กว่า 4,000 คำขอ

ประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวได้นำไปถาม พล.อ.ฉัตรชัย ได้รับคำตอบสั้นๆแต่เพียงว่ายังไม่ทราบเรื่อง ทั้งนี้ ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ปรีชา ใคร่ครวญ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นคณะทำงานของ รมว.เกษตรฯ มีคอนเน็กชั่นกับกองทัพเคยเป็นนักธุรกิจทางด้านการเกษตรมาก่อน ได้ให้ นโยบายการทำยุทธศาสตร์เคมีทางการเกษตร โดยให้ สศก. ทำนโยบายมาเสนอ ที่จะให้ กรมวิชาการเกษตร นำไปเป็นแนวทางในการอนุญาตการขึ้นทะเบียนวัตถุมีพิษทางการเกษตรต่อไป และให้นโยบายไปดำเนินการอนุมัติคำขอขึ้นทะเบียนที่ค้างอยู่ให้เสร็จโดยเร็ว

คำถามก็คือ ทำไม กระทรวงเกษตรฯ คณะทำงาน รมว.เกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร ต้องกระเหี้ยนกระหือรือในการที่จะอนุญาตขึ้นทะเบียนสารพิษภาคเกษตรถึงขนาดนี้

มีใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์อย่างไรหรือไม่

ปัจจุบันเกษตรกรทั่วโลกหันมาให้อินทรียวัตถุ หรือ การเกษตรแบบอินทรีย์ สอดคล้องกับสภาวะของโลก ประเทศไทยประกาศจะเป็นครัวของโลก แต่ถ้าครัวเต็มไปด้วยสารพิษอันตรายใครจะเชื่อถือ

กรณีที่พืชผักผลไม้หรือแม้แต่สินค้าทางการเกษตรอื่นๆถูกตีกลับเนื่องจากตรวจเจอสารพิษอันตรายที่ต่างประเทศขึ้นทะเบียนต้องห้าม สมควรที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบหรือไม่ เรื่องราวในกระทรวงเกษตรฯยังมีอีกมากมาย ยิ่งถ้ามีการตรวจสอบย้อนหลังประวัติบุคคลที่เข้ามาร่วมงานคงได้หงายท้องไปตามกัน ในยุคที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นเรื่องของความโปร่งใส

ต้องไม่มีนักชงมืออาชีพ.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com