วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัตถุอันตรายทางการเกษตร

โดย หมัดเหล็ก

หนังสือชี้แจงจาก เสริมสุข สลักเพ็ชร์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการ แทนอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กรณี กรมวิชาการเกษตรลักไก่ขึ้นทะเบียน 50 สารพิษภาคเกษตร จากที่มีผู้ขอมาถึง 4,000 คำขอ ซึ่งเป็นการสวนทางกับนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ ที่เน้นให้ประเทศไทยทำการเกษตร แบบเกษตรอินทรีย์ นั้น อนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ได้มีการประชุมตามวาระปกติเพื่อพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียนดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกลุ่มวัตถุอันตรายที่มีความปลอดภัยได้แก่ สารสกัดจากธรรมชาติ สารชีวภัณฑ์กำจัดศัตรูพืชที่มีความเป็นพิษน้อยตามองค์การอนามัยโลก มีการประเมินความเสี่ยงและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้ว

ผลการประชุมคือ รับขึ้นทะเบียน จำนวน 9 รายการ ชะลอการขึ้นทะเบียน 5 รายการ ผ่านความเห็นในหลักวิชาการ 36 รายการ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ลงนามในคำสั่งให้ย้าย ธรรมนูญ แก้วคงคา ผอ.กลุ่มวัตถุอันตราย สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรออกจากตำแหน่งและให้ ศรัญ วัฒนธาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมพืชและวัสดุทางการเกษตรขึ้นดำรงตำแหน่งแทน เนื่องจากปัญหาการอนุญาตขึ้นทะเบียนสารเคมีวัตถุอันตรายทางการเกษตรล่าช้า ทั้งที่มีการกำหนดให้มีการประชุมอนุกรรมการเดือนละ 2 ครั้ง และพิจารณาอนุมัติขึ้นทะเบียนเฉลี่ยเดือนละ 60 รายการ เพื่อแก้ปัญหาคำขอที่ค้างอยู่ถึง กว่า 4,000 คำขอ

ประเด็นนี้ผู้สื่อข่าวได้นำไปถาม พล.อ.ฉัตรชัย ได้รับคำตอบสั้นๆแต่เพียงว่ายังไม่ทราบเรื่อง ทั้งนี้ ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ปรีชา ใคร่ครวญ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นคณะทำงานของ รมว.เกษตรฯ มีคอนเน็กชั่นกับกองทัพเคยเป็นนักธุรกิจทางด้านการเกษตรมาก่อน ได้ให้ นโยบายการทำยุทธศาสตร์เคมีทางการเกษตร โดยให้ สศก. ทำนโยบายมาเสนอ ที่จะให้ กรมวิชาการเกษตร นำไปเป็นแนวทางในการอนุญาตการขึ้นทะเบียนวัตถุมีพิษทางการเกษตรต่อไป และให้นโยบายไปดำเนินการอนุมัติคำขอขึ้นทะเบียนที่ค้างอยู่ให้เสร็จโดยเร็ว

คำถามก็คือ ทำไม กระทรวงเกษตรฯ คณะทำงาน รมว.เกษตรฯ กรมวิชาการเกษตร ต้องกระเหี้ยนกระหือรือในการที่จะอนุญาตขึ้นทะเบียนสารพิษภาคเกษตรถึงขนาดนี้

มีใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์อย่างไรหรือไม่

ปัจจุบันเกษตรกรทั่วโลกหันมาให้อินทรียวัตถุ หรือ การเกษตรแบบอินทรีย์ สอดคล้องกับสภาวะของโลก ประเทศไทยประกาศจะเป็นครัวของโลก แต่ถ้าครัวเต็มไปด้วยสารพิษอันตรายใครจะเชื่อถือ

กรณีที่พืชผักผลไม้หรือแม้แต่สินค้าทางการเกษตรอื่นๆถูกตีกลับเนื่องจากตรวจเจอสารพิษอันตรายที่ต่างประเทศขึ้นทะเบียนต้องห้าม สมควรที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบหรือไม่ เรื่องราวในกระทรวงเกษตรฯยังมีอีกมากมาย ยิ่งถ้ามีการตรวจสอบย้อนหลังประวัติบุคคลที่เข้ามาร่วมงานคงได้หงายท้องไปตามกัน ในยุคที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เน้นเรื่องของความโปร่งใส

ต้องไม่มีนักชงมืออาชีพ.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com