วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิลาศ' แนะ 'เสรี' ไขก๊อกก่อนถูกไล่ ปมคุณสมบัติผู้ว่า กปภ.

"วิลาศ" เผย สตง. สอบคุณสมบัติ "ผู้ว่าการ กปน." ไม่ชอบด้วย ก.ม. เตือนลาออกก่อนถูกไล่ออก ตอกกลับ โครงการก่อสร้างขยายประปา ที่ "กันทรลักษ์-กันทรารมย์" เป็นอำนาจผู้ว่าฯโดยตรง ท้าสื่อฯออกค่าตั๋วเครื่องบินให้ลงพื้นที่พิสูจน์ความจริง แฉฮั้วประมูลผ่านอีอ็อคชั่น หวั่นลามทั้งประเทศ

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.60 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการติดตามปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของ นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ว่า ได้รับทราบข้อมูลจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วพบว่า 98% น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอเตือนไปยังนายเสรีและบอร์ด กปภ.ให้ลาออกก่อนที่จะถูกไล่ ซึ่งในขณะนี้ก็มีปัญหาในเรื่องการบริหารงานเพราะขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งตนได้ร้องไปที่ ป.ป.ช.ให้ตรวจสอบทั้งนายเสรี และบอร์ด กปภ. ที่คัดเลือกนายเสรีขณะนั้นด้วย เพราะมีการใช้เอกสารยืนยันระบุว่า เคยเป็นผู้บริหารอยู่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ใช้ผลงานว่าเคยบริหารบริษัทนี้เมื่อปี 56 แต่จากการตรวจสอบพบว่า นายเสรีเคยเป็นกรรมการบริษัทฯดังกล่าว เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2536 และพ้นจากตำแหน่งกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2541 จึงขอให้ สตง.ตรวจสอบในกรณีที่มีการยื่นเอกสารว่าเป็นผู้บริหารในปี 56 ที่กล่าวอ้างนั้นว่า เป็นการทำเอกสารย้อนหลังหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่าทำผิดให้ดำเนินการกับทั้งนายเสรีและบอร์ดที่เป็นผู้ทำการคัดเลือกด้วย

ส่วนกรณีที่ นายเสรี ระบุถึงโครงการจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคที่กันทรลักษ์และกันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ วงเงินกว่า 100 ล้านบาท ว่าเป็นอำนาจของเขตการประปานั้น ก็ไม่รู้จริงเพราะโครงการนี้วงเงินสูงกว่า 50 ล้านบาท เป็นอำนาจของผู้ว่าการกปภ. และที่บอกว่าโครงการนี่ใช้งานได้จริง ก็เป็นเรื่องโกหก เพราะจนถึงขณะนี้ยังใช้ไม่ได้ รูรั่วของถังน้ำใหญ่ยังไหลเป็นน้ำตก ตนจึงขอเชิญชวนสื่อมวลชนลงพื้นที่ โดยพร้อมที่จะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้เพื่อพิสูจน์ความจริงกรณีนี้

นอกจากนี้ นายวิลาศ ยังกล่าวถึงการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการของ กปภ. พบว่า น่ามีการฮั้วประมูลมีสองรูปแบบ คือ การเข้าประกวดราคาโดยมีการตกลงกันแล้ว ให้มีบริษัทคู่เทียบเข้าไปร่วมประมูลด้วย เช่น งานโครงการหนึ่งมี 12 บริษัทเข้าร่วมประมูลผ่านระบบอีอ็อคชั่น โดย 10 บริษัทอาจเคาะกันคนละครั้งแล้วนิ่ง เหลือให้อีกสองบริษัทเคาะแข่งกัน อีกฝ่ายละ 2 ครั้ง โดยบริษัททึ่ชนะได้งานไปเคาะราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท และที่ตรวจพบงานโครงการหนึ่ง ที่ จ.สุพรรณบุรี พบว่า มีบริษัทหนึ่งชนะได้งานคู่แข่งเสนอราคาต่ำกว่าเพียง 1 บาท ถามว่าเป็นไปได้อย่างไรจึงลงมือตรวจสอบการประมูลแบบอีอ็อคชั่นที่ใครๆต่างภูมิใจว่า ไม่มีฮั้ว ไม่มีโกง ที่สุดตนก็พบข้อมูลที่ส่อทุจริตในการประมูลวางท่อขยายเขตจำหน่ายน้ำ ที่ จ.นครราชสีมา ของ กปภ.วงเงิน 8.5 ล้านบาท มีหลายสิบบริษัทร่วมเคาะอีอ็อคชั่น ซึ่งตัวแทนทุกบริษัทจะมีรหัสเฉพาะเคาะราคาใน จ.สระบุรี พื้นที่ กปภ.เขต 2 ปรากฎว่า มีบริษัทหนึ่งเข้าร่วมเคาะ แต่เมื่อตรวจสอบรายละเอียดกลับพบว่า มีการใช้รหัสเคาะราคาของจ.ราชบุรี ได้งานนี้ไปในราคา 4.9 ล้านบาท ต่ำกว่าคู่แข่งเพียง 10,000 บาท ซ้ำเป็นการเคาะราคาก่อนหมดเวลาที่กำหนดให้ 30 นาที ไปเพียง 18 วินาทีสุดท้าย คือ เวลา 29.42 นาที แสดงว่าบริษัทที่ได้งาน

นายวิลาศ กล่าวต่อว่า นอกจากจะใช้รหัสนอกพื้นที่มาเคาะสู้ ซึ่งผิดระเบียบและสัญญาแล้ว ยังส่อว่ารู้ราคา หรือมีผู้ส่งข้อมูลให้ นี่แค่โครงการเดียวที่สุ่มพบจุดอ่อน ที่สันนิฐานว่ามีการล็อคงานให้เฉพาะราย เอื้อให้ใช้รหัสเคาะงานนอกพื้นที่ อาจจะโดยบริษัทกลางที่จัดประมูลขายงาน หรือหน่วยงานเจ้าของโครงการเอง และหากจะเปลี่ยนมาใช้ระบบประมูลงานแบบอีบิดดิ้ง ซึ่งจะอยู่ที่ไหนในโลกก็ได้ประมูลผ่านออนไลน์ ถ้ามีการซื้อรหัสหรือซื้องานโดยตกลงจ่ายผู้เกี่ยวข้องรอบนอกเพื่อล็อคงานให้ การทุจริตก็ยิ่งง่าย ถ้าทำกันทั้งประเทศ จะไม่แย่หรือ ทั้งนี้ข้อมูลส่วนนี้ตนได้จากกรมบัญชีกลางซึ่งเจ้าหน้าที่เอง ยังไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อย่างไร ซึ่งตนจะส่งหลักฐานทั้งหมดให้ ป.ป.ช.และ สตง.ตรวจสอบหาผู้ร่วมทำความผิดในกรณีนี้ต่อไป