บริการข่าวไทยรัฐ

คัดช่างฝีมือดีถวายงานร.9

พสกนิกรหลั่งน้ำตาซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”หลังได้ชมวีดิทัศน์แสดงพระราช กรณียกิจ “องค์ภูมิพล” ตลอดระยะเวลา70 ปีแห่งการทรงงาน ที่มีการจัดฉายภายในอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” สนามหลวง และมีการนำโต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ กล้องส่องทางไกล นาฬิกาข้อพระกร ฉลองพระองค์ มาจัดแสดงด้วย ขณะที่งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศคืบหน้าไปมาก

ตั้งแต่เช้าวันที่ 11 ก.พ. ที่ท้องสนามหลวงยังคงคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรผู้จงรักภักดี ต่างพากันทยอยเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวังอย่างต่อเนื่อง อาทิ จากจังหวัดเชียงราย อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา บุรีรัมย์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี พังงา สงขลา อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

วันเดียวกัน ในการพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.20 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 35,285 คน รวม 100 วัน มี 4,267,399 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,912,727 บาท รวม 100 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 359,872,944.09 บาท

พลทหารกิจจนันท์ จันทร์อุ่น ทหารอากาศจากกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี วัย 24 ปี เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 กับครอบครัว กล่าวว่า ภูมิใจอย่างมากที่ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในทุกทุกด้าน ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การทำงานตลอดจนเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะความอดทนในการซ้อมดนตรี พระองค์ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านดนตรีแต่ก็ยังหมั่นฝึกฝนอดทนซ้อม ตนเป็นนักดนตรีเป่าทรัมเป็ต ได้ยึดเรื่องนี้เป็นแบบอย่าง และในฐานะทหารอากาศ ได้ตั้งใจที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดและจะเป็นคนดีของสังคม

ขณะที่อาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าชมนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่จะเข้าชม จะต้องเข้าไปที่จุดพักคอยคิวที่เต็นท์ ช.และ ซ.ทางด้านทิศเหนือของสนามหลวง มีเจ้าหน้าที่จะคอยจัดคิวให้เข้าไปชมครั้งละ 100 คนต่อ 1 รอบ รอบละประมาณ 30 นาที เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

สำหรับนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล ประชาชนให้ความสนใจที่โซน 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) ในโซนดังกล่าวมีการนำโต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ กล้องส่องทางไกล นาฬิกาข้อพระกร ฉลองพระองค์ และฉายภาพวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงาน หนักตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศ จนเกิดโครงการพระราชดำริถึง 4,685 โครงการ ซึ่งเมื่อประชาชนได้ชมวีดิทัศน์ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้

เย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณ ศูนย์อำนวยความสะดวกพระภิกษุสามเณรเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่าราชวรดิฐ ตรงข้ามประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับ คณะสงฆ์ กรุงเทพมหานคร กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) และกองทัพเรือ จัดกิจกรรมเจริญพุทธมนต์มาฆบูชาวันเพ็ญเดือนสาม 11 ก.พ.2560 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชน และพุทธมามกะมาร่วมเวียนเทียน แสดงตนเป็นพุทธมามกะ ฟังธรรมจากพระสงฆ์ และสวดมนต์บทอิติปิโส 100 จบ ระหว่างเวลา 17.00-21.00 น. เป็นจำนวนมาก

อีกด้าน นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในการดำเนินงานก่อสร้าง พระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงงานด้านบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน พระยาน-มาศ และงานด้านประติมากรรมและศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศครั้งนี้ กรมศิลปากรได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่บุคลากรในส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย สำนักสถาปัตยกรรม มีช่างออกแบบ เขียนแบบ สถาปัตยกรรม วิศวกรรมมัณฑนศิลป์ เขียนลวดลายศิลปกรรมและขยายแบบ จำนวน 92 คน สำนักช่างสิบหมู่มีช่างเขียนฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนัง แสดงเรื่องราวตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 10 คน งานปั้นลวดลายและหล่อ 49 คน งานสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ (ทองคำ) พระโกศจันทน์และส่วนประกอบพระเมรุมาศ 59 คน งานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ 37 คน รวม 247 คน

นายกิตติพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในกรมศิลปากรและภายนอก เช่น นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ทหารทั้งกรมสรรพาวุธทหารบก กรมอู่ทหารเรือที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถพระยานมาศ รวมถึงจิตอาสาที่สำนักช่างสิบหมู่คัดเลือกเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน เป็นการรวมพลังของกรมศิลปากรและทุกภาคส่วนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานถวายในหลวง ร.9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นางวิจิตร ไชยวิชิต รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านช่างสิบหมู่ สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวว่า ได้คัดเลือกช่างฝีมือจิตอาสาชุดแรกเข้ามาช่วยงานจัดสร้างพระโกศจันทน์ 33 คน โดยช่างกลุ่มนี้ 12 คน เคยร่วมงานกับสำนักช่างสิบหมู่มาแล้ว งานจัดสร้างพระโกศจันทน์ถือเป็นงานหลักที่ช่างจิตอาสาสามารถเข้ามาช่วยงานได้ และสำนักช่างสิบหมู่จะคัดเลือกช่างฝีมือ ที่สมัครเข้ามาทั้งหมด 385 คน ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

ที่หอประติมากรรมสำนักงานช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 นายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่ นายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ ร่วมตรวจดูความเรียบร้อยของงานปั้นประติมากรรมพระพรหม ขนาดความสูง 257 ซม. ที่ใช้ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ เป็นผลงานของนายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ปฏิมากรชำนาญ การสำนักช่างสิบหมู่ สำหรับประติมากรรมพระพรหม ถือว่าเป็นผลงานชิ้นที่ 3 ที่จัดทำเสร็จสิ้น จากนั้นสำนักช่างสิบหมู่ได้มอบหมายให้นายวิชิต คงทน ในฐานะผู้รับผิดชอบและดำเนินการงานหล่อไฟเบอร์กลาส ประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ นำทีมงานเข้าจัดทำพิมพ์ เพื่อลอกแบบประติมากรรมพระพรหม ไปหล่อไฟเบอร์กลาสทันที มีพิธีกรรมการจุดธูปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ช่างทำแบบหล่อจะเริ่มลงมือตัดชิ้นส่วนของประติมากรรมพระพรหม ประกอบด้วยมือ นิ้ว ชายผ้าไหว ออกมาจากส่วนตัว เพื่อแยกมาทำแบบพิมพ์อีกส่วน

นายวิชิตระบุว่า การหล่อประติมากรรมสัตว์มงคลม้าคู่ด้วยไฟเบอร์กลาส ที่โรงหล่อท้องสนามหลวง จำนวน 2 ชิ้นงาน เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาเตรียมประกอบและคงแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า ในส่วนประติมากรรมพระพรหม ถือเป็นชิ้นงานที่ 3 ที่จะเริ่มการจัดทำแบบพิมพ์ ด้วยการใช้ซิลิโคน ปูน เพื่อแกะชิ้นส่วนแบบประติมากรรมออกเป็นส่วนๆ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงสามารถนำแบบไปหล่อ ที่โรงหล่อท้องสนามหลวงได้ ทั้งนี้ การปฏิบัติงานที่โรงหล่อท้องสนามหลวง ช่างได้ระดมทำงานกันอย่างทุ่มเทสุดความสามารถ ให้ผลงานทุกชิ้นออกมาดีที่สุด สมพระเกียรติที่สุด และต้องเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา