วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คัดช่างฝีมือดีถวายงานร.9

พสกนิกรหลั่งน้ำตาซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”หลังได้ชมวีดิทัศน์แสดงพระราช กรณียกิจ “องค์ภูมิพล” ตลอดระยะเวลา70 ปีแห่งการทรงงาน ที่มีการจัดฉายภายในอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” สนามหลวง และมีการนำโต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ กล้องส่องทางไกล นาฬิกาข้อพระกร ฉลองพระองค์ มาจัดแสดงด้วย ขณะที่งานประติมากรรมประดับพระเมรุมาศคืบหน้าไปมาก

ตั้งแต่เช้าวันที่ 11 ก.พ. ที่ท้องสนามหลวงยังคงคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรผู้จงรักภักดี ต่างพากันทยอยเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรม มหาราชวังอย่างต่อเนื่อง อาทิ จากจังหวัดเชียงราย อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา บุรีรัมย์ ขอนแก่น สุราษฎร์ธานี พังงา สงขลา อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

วันเดียวกัน ในการพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้องค์กรภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนมูลนิธิ สมาคมต่างๆร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ

ขณะที่ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 10 ก.พ.หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.20 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 35,285 คน รวม 100 วัน มี 4,267,399 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 2,912,727 บาท รวม 100 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 359,872,944.09 บาท

พลทหารกิจจนันท์ จันทร์อุ่น ทหารอากาศจากกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี วัย 24 ปี เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 กับครอบครัว กล่าวว่า ภูมิใจอย่างมากที่ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในทุกทุกด้าน ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การทำงานตลอดจนเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะความอดทนในการซ้อมดนตรี พระองค์ท่านทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านดนตรีแต่ก็ยังหมั่นฝึกฝนอดทนซ้อม ตนเป็นนักดนตรีเป่าทรัมเป็ต ได้ยึดเรื่องนี้เป็นแบบอย่าง และในฐานะทหารอากาศ ได้ตั้งใจที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดและจะเป็นคนดีของสังคม

ขณะที่อาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเข้าชมนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่จะเข้าชม จะต้องเข้าไปที่จุดพักคอยคิวที่เต็นท์ ช.และ ซ.ทางด้านทิศเหนือของสนามหลวง มีเจ้าหน้าที่จะคอยจัดคิวให้เข้าไปชมครั้งละ 100 คนต่อ 1 รอบ รอบละประมาณ 30 นาที เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

สำหรับนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาล ประชาชนให้ความสนใจที่โซน 2 พระราชาผู้ทรงธรรม (ทำ) ในโซนดังกล่าวมีการนำโต๊ะทรงงาน แผนที่ ดินสอ กล้องส่องทางไกล นาฬิกาข้อพระกร ฉลองพระองค์ และฉายภาพวีดิทัศน์พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงาน หนักตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในทุกภูมิภาคของประเทศ จนเกิดโครงการพระราชดำริถึง 4,685 โครงการ ซึ่งเมื่อประชาชนได้ชมวีดิทัศน์ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้

เย็นวันเดียวกัน ที่บริเวณ ศูนย์อำนวยความสะดวกพระภิกษุสามเณรเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่าราชวรดิฐ ตรงข้ามประตูเทวาภิรมย์ พระบรมมหาราชวัง สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ร่วมกับ คณะสงฆ์ กรุงเทพมหานคร กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) และกองทัพเรือ จัดกิจกรรมเจริญพุทธมนต์มาฆบูชาวันเพ็ญเดือนสาม 11 ก.พ.2560 ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชน และพุทธมามกะมาร่วมเวียนเทียน แสดงตนเป็นพุทธมามกะ ฟังธรรมจากพระสงฆ์ และสวดมนต์บทอิติปิโส 100 จบ ระหว่างเวลา 17.00-21.00 น. เป็นจำนวนมาก

อีกด้าน นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในการดำเนินงานก่อสร้าง พระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงงานด้านบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ ราชยาน พระยาน-มาศ และงานด้านประติมากรรมและศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศครั้งนี้ กรมศิลปากรได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่บุคลากรในส่วนงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย สำนักสถาปัตยกรรม มีช่างออกแบบ เขียนแบบ สถาปัตยกรรม วิศวกรรมมัณฑนศิลป์ เขียนลวดลายศิลปกรรมและขยายแบบ จำนวน 92 คน สำนักช่างสิบหมู่มีช่างเขียนฉากบังเพลิงและจิตรกรรมฝาผนัง แสดงเรื่องราวตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 10 คน งานปั้นลวดลายและหล่อ 49 คน งานสร้างพระโกศพระบรมอัฐิ (ทองคำ) พระโกศจันทน์และส่วนประกอบพระเมรุมาศ 59 คน งานบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ 37 คน รวม 247 คน

นายกิตติพันธ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภายในกรมศิลปากรและภายนอก เช่น นักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ทหารทั้งกรมสรรพาวุธทหารบก กรมอู่ทหารเรือที่เข้ามาปฏิบัติงานด้านการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถพระยานมาศ รวมถึงจิตอาสาที่สำนักช่างสิบหมู่คัดเลือกเข้ามาช่วยปฏิบัติงาน เป็นการรวมพลังของกรมศิลปากรและทุกภาคส่วนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานถวายในหลวง ร.9 ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

นางวิจิตร ไชยวิชิต รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านช่างสิบหมู่ สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวว่า ได้คัดเลือกช่างฝีมือจิตอาสาชุดแรกเข้ามาช่วยงานจัดสร้างพระโกศจันทน์ 33 คน โดยช่างกลุ่มนี้ 12 คน เคยร่วมงานกับสำนักช่างสิบหมู่มาแล้ว งานจัดสร้างพระโกศจันทน์ถือเป็นงานหลักที่ช่างจิตอาสาสามารถเข้ามาช่วยงานได้ และสำนักช่างสิบหมู่จะคัดเลือกช่างฝีมือ ที่สมัครเข้ามาทั้งหมด 385 คน ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์

ที่หอประติมากรรมสำนักงานช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ถนนพุทธมณฑลสาย 5 นายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่ นายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ ร่วมตรวจดูความเรียบร้อยของงานปั้นประติมากรรมพระพรหม ขนาดความสูง 257 ซม. ที่ใช้ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ เป็นผลงานของนายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ปฏิมากรชำนาญ การสำนักช่างสิบหมู่ สำหรับประติมากรรมพระพรหม ถือว่าเป็นผลงานชิ้นที่ 3 ที่จัดทำเสร็จสิ้น จากนั้นสำนักช่างสิบหมู่ได้มอบหมายให้นายวิชิต คงทน ในฐานะผู้รับผิดชอบและดำเนินการงานหล่อไฟเบอร์กลาส ประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ นำทีมงานเข้าจัดทำพิมพ์ เพื่อลอกแบบประติมากรรมพระพรหม ไปหล่อไฟเบอร์กลาสทันที มีพิธีกรรมการจุดธูปขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่ช่างทำแบบหล่อจะเริ่มลงมือตัดชิ้นส่วนของประติมากรรมพระพรหม ประกอบด้วยมือ นิ้ว ชายผ้าไหว ออกมาจากส่วนตัว เพื่อแยกมาทำแบบพิมพ์อีกส่วน

นายวิชิตระบุว่า การหล่อประติมากรรมสัตว์มงคลม้าคู่ด้วยไฟเบอร์กลาส ที่โรงหล่อท้องสนามหลวง จำนวน 2 ชิ้นงาน เสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างการนำชิ้นส่วนทั้งหมดมาเตรียมประกอบและคงแล้วเสร็จในสัปดาห์หน้า ในส่วนประติมากรรมพระพรหม ถือเป็นชิ้นงานที่ 3 ที่จะเริ่มการจัดทำแบบพิมพ์ ด้วยการใช้ซิลิโคน ปูน เพื่อแกะชิ้นส่วนแบบประติมากรรมออกเป็นส่วนๆ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงสามารถนำแบบไปหล่อ ที่โรงหล่อท้องสนามหลวงได้ ทั้งนี้ การปฏิบัติงานที่โรงหล่อท้องสนามหลวง ช่างได้ระดมทำงานกันอย่างทุ่มเทสุดความสามารถ ให้ผลงานทุกชิ้นออกมาดีที่สุด สมพระเกียรติที่สุด และต้องเสร็จสิ้นตามกำหนดเวลา