วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาชนสักการะ สังฆราช ล้นโบสถ์วันมาฆบูชา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯวัดพระศรีรัตนศาสดารามบำเพ็ญกุศลในวันมาฆบูชา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน ในพระราชพิธีสถาปนา “สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สำนักพระพุทธศาสนาเชิญชวนประชาชนเฝ้ารับเสด็จ เผยทรงปฏิบัติศาสนกิจ ท่ามกลางความปลาบปลื้มของพุทธศาสนิกชนที่ไปเฝ้าถวายสักการะยังวัดราชบพิธฯ โดยทรงมีพระเมตตาเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะที่พระตำหนัก

ภายหลังที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) ได้รับการโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระสังฆราชองค์ที่ 20 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้ออกปฏิบัติศาสนกิจแล้ว ท่ามกลางความปลาบปลื้มปีติยินดีของพุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 11 ก.พ. ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ออกจากตำหนักอรุณลงพระอุโบสถ ในการประกอบพิธีปาฏิโมกข์ หรือสังฆกรรมสงฆ์ทบทวนศีล 227 ข้อ เนื่องในวันมาฆบูชาประจำปี 2560 โดยมีพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก ถวายสักการะ ถวายผ้าไตร และพวงมาลัย ตลอดสองข้างทางที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เดินไปยังพระอุโบสถ

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ จุดธูปเทียนบูชาพระอังคีรส ประธานพระอุโบสถ สมเด็จพระราชาคณะ จากนั้นพระภิกษุนำปาฏิโมกข์ สวดศีล 227 ข้อ โดยมีคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ และพุทธศาสนิกชนมาเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ภายหลังจากเสร็จพิธีปาฏิโมกข์แล้ว สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ กราบพระอังคีรสและเสด็จกลับยังตำหนักอรุณ

พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กรรมการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ลงพระอุโบสถทำวัตรเช้า พร้อมพุทธศาสนิกชน และมีการแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ จากนั้นได้เปิดพระอุโบสถให้ประชาชน สักการะพระอังคีรส พระประธานในพระ อุโบสถ จนช่วงบ่ายพระสงฆ์ ลงพระอุโบสถสวดปาฏิโมกข์ แล้วมีการเวียนเทียนในเวลา 19.00 น. พร้อมแสดงธรรมเทศนา 13 กัณฑ์ ซึ่งสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ได้ร่วมประกอบสังฆกรรมตลอดทั้งวัน

นางพจนัน สินมานะ พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญมาฆบูชา ที่วัดราชบพิธฯ กล่าวว่า ได้มาทำบุญที่วัดและมารอสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ที่ตำหนักอรุณ นับเป็นเมตตาของท่าน ที่เห็นว่าญาติโยมมารอ ท่านจึงเปิดโอกาสให้ได้เข้ากราบถวายสักการะที่ตำหนัก โดยให้ศีลให้พรเนื่องในวันมาฆบูชา ให้โอวาทให้ดำเนินชีวิตด้วยความเรียบร้อยราบรื่น ไม่รังแกเบียดเบียนผู้อื่น ประชาชนที่ได้เข้ากราบอย่างใกล้ชิด ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเป็นพระที่มีพระจริยวัตรงดงาม สมถะ มีเมตตากับประชาชนทุกคน ลูกศิษย์ที่มาทำบุญวันสำคัญทุกครั้งบอกว่า ปกติวัดนี้จะเงียบสงบ แต่มีปีนี้ที่คนเดินทางมามากกว่าปกติ เพราะอยากเห็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20

สำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ในวันที่ 12 ก.พ. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว มีดังนี้ เวลา 18.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเข้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียนนมัสการบูชาพระรัตนตรัย สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จากนั้นทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้อาลักษณ์ อ่านกระแสพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชเสร็จแล้ว สมเด็จพระราชาคณะนำสวดคาถา “สงฺฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” แล้วพระสงฆ์กรรมการมหาเถรสมาคมนำสวด “โส อตฺถลทโธ” แล้วสมเด็จพระสังฆราช ประทับที่อาสนสงฆ์ พร้อมด้วยกรรมการมหาเถรสมาคมท่ามกลางสังฆมณฑล ซึ่งมีเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะจังหวัด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ แด่สมเด็จพระสังฆราช และถวายพระสุพรรณบัฏ พระตราตำแหน่ง พัดยศ และเครื่องประกอบสมณศักดิ์ พระสงฆ์ในสังฆมณฑลเจริญชัยมงคลคาถา โหรหลวงลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตร ดุริยางค์ หลังจากถวายเครื่องสมณศักดิ์แล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ตามลำดับ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายดิเรกจบแล้ว สมเด็จพระสังฆราชเสด็จประทับ ณ อาสนสงฆ์กลางพระอุโบสถ พระมหาเถระฝ่ายธรรมยุต ฝ่ายมหานิกาย ผู้แทนพระบรมวงศานุวงศ์ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ถวายเครื่องสักการะ จากนั้นสมเด็จพระสังฆราชเสด็จออกจากพระอุโบสถ ทรงรับเครื่องสักการะของบรรพชิตจีนและญวนเสร็จแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ส่วนกำหนดการของวัดราชบพิธสถิตมหา สีมาราม ในโอกาสที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้รับโปรดเกล้าเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 จะมีการจัดงาน 2 ช่วง คือ ช่วงเช้าเวลา 09.00 น.เป็นพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธฯ โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นประธาน

ช่วงเย็นเวลาประมาณ 18.30 น. เป็นกำหนดการรับเสด็จ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ที่ราชทินนาม “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) ที่หลังเสร็จการพระราชพิธี สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 เสด็จเข้าสู่วัดราชบพิธฯ พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธอังคีรส ประธานพระอุโบสถ และทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระอัฐิ-อัฐิอดีตเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ระหว่างนั้น ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ เชิญพระสุพรรณบัฏ พัดยศ และเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ประดิษฐานบนม้าหมู่เคียงซ้าย ขวา พระอาสน์

พระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ เฝ้าถวายเครื่องสักการะ และกราบทูลแสดงภักดีจิตในนามคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เฝ้าถวายเครื่องสักการะในนามคณะพุทธบริษัท คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และศิษยานุศิษย์เฝ้าถวายเครื่องสักการะ จากนั้น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงจากพระอาสน์ ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ที่เจริญชัยมงคลคาถา พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ทรงกรวดน้ำ ประทานวโรกาสให้ช่างภาพฉายพระรูป และเสด็จขึ้นตามพระอัธยาศัย

อีกด้าน ที่วัดปทุมวนาราม กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันมาฆบูชา ปี 2560 โดยมีพระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมกับคณะทูตานุทูต 5 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา ศรีลังกา ลาว และเวียดนาม ตลอดจนบริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 10 รูป แล้วเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

ในส่วนการบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชานั้น เมื่อเวลา 18.54 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อเสด็จเข้าพระอุโบสถ ทรงจุดเทียนรุ่ง บูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร และพระสัมพุทธพรรณี ธูปเทียนบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากรและพระสัมพุทธพรรณี ธูปเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการทองใหญ่ที่หน้าธรรมาสน์ศิลาแล้วทรงกราบ

จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหยิบเทียนชนวนจุดไฟ ที่โคมไฟฟ้าซึ่งเจ้าพนักงานพระราชพิธีถือถวาย และพระราชทานเทียนชนวน ให้ผู้อำนวยการกองพระราชพิธี เชิญไปถวายเจ้าอาวาสพระอารามหลวง 5 พระอาราม ได้แก่ วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเบญจมบพิตรฯ วัดราชบพิธฯ วัดราชประดิษฐฯ และวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร พระอารามละ 2 เล่ม พระสงฆ์ 30 รูป เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯยังธรรมาสน์ศิลา ทรงโปรยดอกมะลิ จากนั้นประทับพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทาน เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปตั้งที่ธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม ทรงศีล พระเทพญาณวิศิษฐ์ วัดปทุมวนาราม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาเมื่อพระเทพญาณวิศิษฐ์ถวายพระธรรมเทศนาจบแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระเทพญาณวิศิษฐ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ 30 รูป พระสงฆ์ถวายอดิเรก จบแล้ว ทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการทองใหญ่ เสด็จออกจากพระอุโบสถ เสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับบรรยากาศเวียนเทียนช่วงค่ำตามวัดต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ อาทิ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน พุทธศาสนิกชนต่างพาบุตรหลานเดินทางมาปฏิบัติธรรมและเวียนเทียน เนื่องในวันมาฆบูชากันอย่างคึกคัก ขณะที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร มีประชาชนมาทำบุญฟังธรรม และเวียนเทียนกันอย่างเนืองแน่นเช่นกัน

เวลา 19.25 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ลงพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ เป็นประธานนำคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชนเจริญพระพุทธมนต์ ในวันมาฆบูชา โดยมีประชาชนเข้าสักการะแน่นจนล้นอุโบสถออกมายังด้านนอก และเกิดความวุ่นวายขึ้นเล็กน้อย จนพระพรหมมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสต้องประกาศหยุดใช้เสียง ให้ประชาชนส่วนหนึ่งออกไปนั่งด้านหน้าพระอุโบสถ จากนั้น สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้นำคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนสวดมนต์ จนเวลา 20.15 น. เจ้าหน้าที่ สำนักพระราชวังอัญเชิญเทียนรุ่ง ซึ่งสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว พระราชทานมาถึงยังวัดราชบพิธฯ โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ได้เป็นประธานจุดบูชาพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถตลอดทั้งคืน