วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองอยู่ข้างนอก

เป็นความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอีกเรื่องขององค์กร กีฬาฟุตบอลบ้านเรา เมื่อมีแนวทางใหม่จากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯในการปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกตั้งกรรมการบริหารสมาคม จากเดิม 72 เสียง จะเพิ่ม

ให้มากขึ้นและใช้ระบบแรงกิ้ง หรืออันดับเข้ามาจับ ในทีมระดับที 3 และที 4 ตามโครงสร้างลีกใหม่

โดยก่อนหน้านี้ก็ปรับระบบลีก ไปใช้ตามของ “เจลีก” ในญี่ปุ่น รวมถึงโลโก้ก็ละม้ายคล้ายคลึงไปด้วย ซึ่งถือเป็นการคิดใหม่ทำใหม่ของสมาคมลูกหนังยุคนี้ ที่เดินตามลีกญี่ปุ่น

ก็น่าแปลกชุดก่อนๆคิดไม่ได้ ทำไม่เป็น ทำไมไม่ไปเอาของญี่ปุ่นมาเป็นต้นแบบ เค้าเป็นประเทศเจริญแล้ว มีเศรษฐกิจดี มีอะไรเจ๋งๆมากมาย

ทำไม ทำไม บอลไทยที่มีทีมระดับรากหญ้า กระจายอยู่ในภูมิภาค อันเป็นฐานรากของบอลไทยในอนาคตที่คนทำฟุตบอลยุคก่อนคิดไว้ ถึงไม่ไปเดินตามญี่ปุ่นมาตั้งนานแล้ว คิดไม่เป็นหรือไง ก็เห็นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นมานมนาน ไปดูงานที่ญี่ปุ่นมาหมดแล้ว และญี่ปุ่นเองก็ให้ความเกรงอกเกรงใจกับสมาคมฟุตบอลไทยในยุคก่อน ไม่ต้องไปหาเขาก็มาเยี่ยมอยู่บ่อยครั้ง

ทำไม ทำไม บุคลากรฟุตบอลที่กระจัดกระจายอยู่ในท้องถิ่นมีมากมายหลายอาชีพ ทั้งพ่อค้า นักการเมือง นักเลง ผู้มีอิทธิพล รวมถึงผู้มีหัวคิด และความมุ่งมั่น คนที่รักและเข้ามาทำฟุตบอลทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งมีวิถีชีวิตแบบไทยๆ ทำบอลไปขาดทุนไป กัดฟันดิ้นรนหาทุกช่องทางเพื่อความอยู่รอดของทีม จึงไม่เอาเยี่ยงเอาอย่างของทีมในญี่ปุ่น มาปรับเปลี่ยนทัศนคติ โครงข่ายในท้องถิ่น เพื่อความเจริญรุ่งเรือง

จริงๆก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอยากรู้เรื่องลีกญี่ปุ่น หาอ่านในเน็ตก็คงได้ ถ้าเล่นเน็ตไม่เป็น ให้ลูกหลานที่บ้านทำให้ก็ได้ แค่เปิดอินเตอร์เน็ตเสิร์ชดูว่าบอลญี่ปุ่นเค้าทำอย่างไร มีโครงสร้างแบบไหน ก็พอจะเข้าใจปรับแต่งมาใช้ได้แล้ว...

แปลกใจจริงๆ เมื่อก่อนเจลีกดังกว่าตอนนี้ อีก ทำไมคิดไม่เป็น!!!

มองไปข้างหน้ากันต่อ ระบบการเลือกตั้งใหม่ที่จะออกมา ด้วยความหมายมั่นปั้นมือว่า ระบบใหม่นี้จะเป็นธรรม ป้องกันการล็อกโหวต และดูให้โอกาสแก่หลายทีมมากขึ้น ซึ่งก็มีการระบุว่า การใช้ระบบแรงกิ้งนั้น ไม่สามารถทราบได้ว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้มีสิทธิในการเลือกตั้ง รวมไปถึงยังเป็นการให้โอกาสกับทีมที่ลงทุนมาก ทำผลงานได้ดี ได้มีสิทธิ์มีเสียงในสมาคม เพราะถ้าหากเป็นระบบเลือกตั้ง บางครั้งทีมที่ลงทุนทำทีมได้อันดับสูงๆ แต่กลับไม่มีสิทธิในการเลือกตั้ง

โดยโครงสร้างใหม่นั้น จะมีทั้งสิ้น 76 เสียง จากไทยที 1 จำนวน 18 เสียง, ที 2 จำนวน 18 เสียง, ที 3 มี 2 โซน โซนละ 8 ทีม รวมเป็น 16 เสียง และที 4 มี 6 โซน โซนละ 4 ทีม รวมเป็น 24 เสียง ก็นับว่ามีประโยชน์อยู่หลายส่วน

การใช้แรงกิ้งนั้นจำได้ว่าเคยมีการเสนอแนวคิดขึ้นมาอยู่เหมือนกัน แต่ก็มีข้อท้วงติงเกี่ยวกับโอกาสของสโมสรร่ำรวย มีพวกในทีมใหญ่ๆบางทีมอาจจะเป็นเครือข่ายกันไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรืออ้อม สามารถสนับสนุนทั้งงบประมาณ และตัวผู้เล่นเกรดดี ราคาสูงหน่อยให้กับทีมระดับรากหญ้า เพื่อส่งผลทางอ้อมไปถึงการเลือกตั้งได้ ส่วนทีมเล็กๆ เงินน้อย แม้มีความคิดดี ทุ่มเท ตั้งใจ แต่ไม่ไปซบ ไม่เป็นเครือข่ายทีมใหญ่ในลีกที่สูงกว่า โอกาสจะเป็นอย่างไรลองคิดดูกันเอง อะไรเป็นธรรม หรือชอบธรรมกว่า

จะล็อกไม่ได้ คาดไม่ได้ มองไม่ออกจริงๆหรือว่าทีมไหนจะมีสิทธิ์บ้าง ก็คงเป็นประเด็นหนึ่งในหลายเหตุผลที่หยิบยกขึ้นมาเป็นข้อดี ก็เป็นหน้าที่ของผู้ที่สุจริตใจและอยู่ในศักยภาพที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจะคิดอ่านเอาอย่างมีเหตุผล

ระบบเลือกตั้งใหม่จะถูกใจหรือไม่ เราๆท่านๆ ก็คงได้แค่เป็นคนดูอยู่วงนอก ผู้ที่ต้องเกี่ยวข้องจริงๆ ก็เป็นสโมสรสมาชิก ที่ต้องมีทั้งผู้ที่เสียสิทธิ์จากระบบเก่า และผู้ได้สิทธิ์เพิ่มเติมในระบบใหม่

ท่านทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นผู้ใช้สิทธิ์ บทเรียนมีให้เห็น ผลกระทบปรากฏขึ้นจริง รับรู้กันอยู่ทั้งสิ้น ชอบไม่ชอบ ชื่นชมหรือส่ายหน้าระอาใจกันอย่างไรรู้ซึ้ง!

เลือกกันเองทั้งนั้นแหละ...

“เบี้ยหงาย”