'ถาวร' ย้ำ ต้องปฏิรูป 5 ด้าน ดักทางผู้มีอำนาจอยู่ต่อ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

'ถาวร' ย้ำ ต้องปฏิรูป 5 ด้าน ดักทางผู้มีอำนาจอยู่ต่อ

"ถาวร" ย้ำ ต้องปฏิรูป 5 ด้าน พร้อมชู 5 เหตุปมปรองดอง จี้ใจดำหน่วยงานรัฐละเลยต้องร่วมรับผิดชอบ แนะ ป.ย.ป.ประนอมข้อพิพาท เชิญมาพูดคุยทีละฝ่าย ดักทางผู้มีอำนาจอยู่ต่อ

วันที่ 11 ก.พ. นายถาวร เสนเนียม หนึ่งในแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการ ป.ย.ป. เชิญกลุ่มการเมืองคู่ขัดแย้ง และตัวแทนพรรคการเมืองเข้าให้ข้อมูลเพื่อความปรองดอง ว่า ตนยังไม่ทราบว่าได้รับหนังสือเชิญแล้วหรือยัง แต่หากเชิญมาก็ต้องมีการหารือในกลุ่มแกนนำก่อน สำหรับตนยืนยันว่า เรื่องการปฏิรูปเร่งด่วน 5 เรื่อง ที่กลุ่ม กปปส.เคยเรียกร้องให้รัฐบาลทำ ยังจำเป็น และยังไม่เห็นความคืบหน้าแต่อย่างใด สำหรับเรื่องการปรองดองนั้น ตนพร้อมที่จะให้ความร่วมมือพูดคุย โดยขอให้เริ่มต้นการคุยด้วยความจริงที่เกิดขึ้น

โดย 1. ทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคมสาธารณะ เพื่อจะได้ตั้งโจทย์และวางแนวทางแก้ไขได้ถูกต้อง เมื่อทำความจริงให้รับรู้ในสังคมแล้ว 2. มีการยอมรับความผิด หรือข้อบกพร่องแล้ว 3. ต้องค้นหาสาเหตุหลักของสิ่งที่เกิดขึ้นว่าทำไม เพราะอะไรคนถึงออกมาชุมนุม เกิดจากอะไร

นายถาวร กล่าวต่อว่า 4. อีกสาเหตุสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายบ้านเมืองที่หย่อนยานของเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วย ที่ทั้งละเลยและละเว้น ไม่ดำเนินการตามหน้าที่ที่กฎหมายเขียนไว้จนเหตุการณ์บานปลาย เช่น เมื่อพรรคการเมืองหนึ่ง แก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายช่วยพวกพ้องให้พ้นผิด เพราะนักการเมืองส่วนหนึ่งรับใช้นายทุนหรือกลุ่มทุนสามานย์ ที่ใช้ธุรกิจการเมืองนำธรรมาภิบาล ยอมทุ่มทุนเพื่อเข้าสู่อำนาจและใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ที่ควรเป็นของส่วนรวม ทั้งทุจริต สะสมทุนรองรับการเลือกตั้งรอบใหม่ พอสังคมคัดค้าน คนออกมารวมตัว ก็มีกลุ่มคนใช้อาวุธปืนลอบทำร้ายประชาชน มีคนตาย คนเจ็บ เจ้าหน้าที่ไม่ทำหน้าที่ ยิ่งทำให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหว ฉะนั้นนอกจากจะให้นักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองคู่ขัดแย้งร่วมปรองดองแล้ว หน่วยงานรัฐที่บังคับใช้กฎหมายต้องเข้าร่วมกระบวนการปรองดองและต้องเร่งปฏิรูปด้วย เช่น การปฏิรูปองค์กรตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐ อย่าง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอ ที่ยอมรับใช้อำนาจและกลั่นแกล้งฝ่ายเห็นต่าง ฝ่ายตรงข้าม เพราะถือเป็นต้นเหตุสำคัญที่ไม่บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด ไม่ทำตามหน้าที่ในช่วงนั้นๆ ดังนั้น คสช.ในฐานะผู้รักษากฎหมายต้องเข้าร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการปรองดองด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง หรือ กลุ่มประชาชนที่เคลื่อนไหว ยังรวมถึง กรณีผู้มีอำนาจยุคนั้น หรือหน่วยงานรัฐที่ดูแลวิทยุชุมชน กลับปล่อยให้วิทยุชุมชนเครือข่ายแดงล่วงละเมิดหมิ่นสถาบันฯ อย่างรุนแรง ที่สุดยุคหนึ่ง ผิดมาตรา 112 แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆ

5. ต้นเหตุสะสมปัญหาหนึ่งของบ้านเมือง คือ หน่วยงานตรวจสอบการทุจริต เช่น ป.ป.ช. เมื่อรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชันแล้ว ไม่กำหนดกรอบระยะเวลาในการทำงาน แทนที่จะมีกฎหมายวางกรอบให้ต้องทำคดีให้เสร็จในกี่เดือน กี่วัน เมื่อคดีไม่คืบหน้า คนโกงก็ได้ใจก็ทำซ้ำเพิ่มความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง และไม่เคยได้คนทำผิดตัวใหญ่ๆเลย ดังนั้น นอกจากจะพูดความจริงและยอมรับกันแล้ว ตนขอเสนอวิธีการทำปรองดอง หรือประนอมข้อพิพาทต่อ ป.ย.ป.ว่า ควรจะเชิญมาทีละพรรค ทีละกลุ่ม หรือทีละฝ่ายเพื่อให้ได้พูดความคับข้องในใจให้หมดเปลือก ก็จะรู้ความต้องการของแต่ละฝ่าย แต่ละพรรค จากนั้นค่อยมาปรับจูนความต้องการให้เข้าหากัน แล้วค่อยนำไปสู่การปรองดอง ดีกว่าจะเชิญมาให้ชุลมุลกันในคราวเดียว และเกิดข้อถกเถียงพิพาท หรือ เกิดวิวาทะทางวาจา ที่สุดก็ไม่จบเรื่อง ซึ่งหากเชิญมาหลายฝ่ายก็แสดงว่า ผู้จัดไม่มีความจริงใจในการทำปรองดอง เพราะรู้ว่าจะเกิดข้อวิวาทะ และจะอ้างว่า บ้านเมืองยังแตกแยกเพื่อใช้เป็นข้ออ้างเพื่ออยู่ในอำนาจแก้ไขความแตกแยก ต่อไป.


advertisement