สุรชัย ขอให้เลิกระแวงทหารยกทัพร่วมวง ป.ย.ป. - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

สุรชัย ขอให้เลิกระแวงทหารยกทัพร่วมวง ป.ย.ป.

"สุรชัย" ขอเลิกระแวงทหารยกทัพร่วมวง ป.ย.ป. เชื่อใครมานั่งก็ได้ ขอให้มีเจตนารมณ์สร้างความปรองดอง มั่นใจ ผลสรุปสลายความขัดแย้งไม่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก กำชับคู่กรณีทุกฝ่ายทำตามสัญญาประชาคม

วันที่ 11 ก.พ. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำงานของ สนช.ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ป.ย.ป.ว่า ในการประชุมวิป 3 ฝ่าย ระหว่าง สนช. สปท. และ ครม. วันที่ 15 ก.พ. อาจจะมีการยุบวิป 3 ฝ่าย เพื่อปรับเป็นคณะกรรมการ 4 คณะ คือ คณะกรรมการบริหารแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ คณะเตรียมการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ คณะสามัคคีปรองดอง มาบูรณาการทำงานร่วมกันในการสร้างความปรองดอง เชื่อว่า สัญญาณการปฏิรูปครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดี เพียงแต่ที่ผ่านมา ภาคสังคมอาจรู้สึกว่า การปฏิรูปประเทศขับเคลื่อนช้า เสียงสะท้อนเหล่านี้ไปถึง คสช. และนายกรัฐมนตรี จึงปรับปรุงการทำงานให้กระชับและเชื่อมกันได้เร็วขึ้น เพื่อลดขั้นตอนทางราชการให้น้อยลง

เมื่อถามว่า ป.ย.ป.เต็มไปด้วยทหาร อาจทำให้เกิดความหวาดระแวงต่อการปรองดอง นายสุรชัย ตอบว่า ป.ย.ป.พยายามเชิญบุคคลจากภายนอกมาร่วมทำงานมากขึ้น ทั้งภาคเอกชน และภาคอื่นๆ อย่าเพิ่งไปตั้งข้อรังเกียจว่ามาจากทหาร จะเป็นใครก็ได้ที่มีเจตนารมณ์ตรงกัน สร้างความปรองดอง ใครก็ได้ที่เป็นที่ยอมรับ เป็นคนกลาง เพื่อหาจุดลงตัวร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ อย่าเพิ่งไปตั้งข้อรังเกียจเป็นทหาร หรือ พลเรือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลสรุปจากการสร้างความปรองดองครั้งนี้ จะไม่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก นายสุรชัย ตอบว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น ครั้งนี้มีความพยายามแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในทุกด้านไปพร้อมกัน เป็นการทำงานเชิงบูรณาการ ไม่ได้จับต้องเรื่องใดเรื่องหนึ่งเหมือนในอดีต ทำให้เห็นเพียงภาพใดภาพหนึ่ง ไม่เห็นภาพรวม นอกจาก ป.ย.ป.แล้ว ความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นเรื่องสำคัญ อย่างน้อยการเสนอแนะดีกว่าตำหนิติเตียน โดยไม่บอกว่า ควรจะทำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลว่า แม้จะเชิญฝ่ายต่างๆ มาลงนามสัญญาประชาคมสร้างความปรองดอง แต่ไม่มีการผูกมัดให้ต้องทำตาม จะทำให้การสร้างความปรองดองไม่สำเร็จ นายสุรชัย ตอบว่า ถ้าตกลงแล้วไม่ทำ ต้องไปถามตัวคู่กรณีว่า อยากเห็นบ้านเมืองสงบหรือไม่ ถ้าตกลงอะไรไว้อย่าลืมทำตามที่ตกลง ปัญหาบ้านเมืองจะได้จบ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศความขัดแย้งตอนนี้ดีขึ้นมาก ระยะเวลาได้เยียวยาผู้เกี่ยวข้องได้ระดับหนึ่ง เป็นเวลาเหมาะสมในการมาพูดคุยปรับความเข้าใจกัน ถ้าทำได้ประเทศจะเดินไปด้วยดี