บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แชร์ว่อน! แหม่มสาวลักเสื้อลูกไม้ กล้องวงจรปิดจับได้คาหนังคาเขา (ชมคลิป)

สาวต่างชาติก่อเหตุลักเสื้อลูกไม้ในร้านค้าย่านอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ กล้องวงจรปิดจับได้คาหนังคาเขา เจ้าของร้านโอด ผ่านมา 1 เดือน ตำรวจจับคนร้ายไม่ได้ คาดเดินทางกลับประเทศไปแล้ว...

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในสังคมออนไลน์ได้มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กพากันแชร์คลิปวิดีโอจากแฟนเพจ ‘พันล้าน คลิป 2’ ขณะหญิงสาวต่างชาติก่อเหตุลักขโมยเสื้อผ้า ภายในร้านค้าย่านอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยมีข้อความประกอบคลิปว่า"ดิฉันเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าอยู่ที่อ่าวนาง จ.กระบี่ ย้ายมาจากกรุงเทพ อยากมีธุรกิจที่รักเป็นของตัวเอง เปิดร้านได้4เดือน กิจการกำลังไปได้ดี พักนี้โจรชาวต่างชาติเยอะมากๆค่ะ โดนกันทุกร้าน ทุกวัน ไม่มีใครจับได้ แจ้งตำรวจก็เท่านั้น กล้องก็มี เห็นก็ชัดเจนแม้กระทั่งรอยสัก แต่ไม่มีใครสนใจเพราะเป็นเรื่องเล็กน้อย ทำไมเวลาคนไทยทำผิดเล็กน้อยโลกพากันประนาม เช่นแกะขนมทานก่อนจ่ายเงิน เพราะกฎหมายประเทศนั้นๆให้ความสำคัญต่อคนในบ้านเมืองเขา แต่เราคนไทย เมินเฉย ปกป้องพวกทำความผิดด้วยซ้ำ คงเพราะอาจกลัวชื่อเสียงของประเทศไม่ดีหรืออย่างไรไม่ทราบได้ วันนี้จึงส่งคลิปช่าวต่างชาติขโมยเสื้อและสร้อยที่ร้านในวันที่ 7/1/60 อย่างหน้าตาเฉย มาให้ดู จริงๆแล้วดิฉันหวังว่าเรื่องนี้จะได้แพร่ออกไปให้โลกรู้ว่าคนๆนี้หน้าตาแบบนี้ไม่ใช่คนดี เป็นภัยต่อสังคม ไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหนก็ตามค่ะ ในเมื่อกฎหมายช่วยเหลือไม่ได้ ก็ขอความเห็นใจจากสังคมด้วยค่ะ”

ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง น.ส.เนตรดาว วิวัฒน์รัศมี อายุ 34 ปี เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า บริเวณหาดอ่าวนาง ทราบว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นช่วงปีใหม่ โดยขณะที่ตนอยู่ดูแลร้านสังเกตว่าเสื้อลูกไม้หายไป จึงถามคนดูแลร้านอีกคนว่าได้ขายไปหรือไม่ แต่ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้ขาย จึงเปิดกล้องวงจรปิดดูและพบว่ามีหญิงชาวต่างชาติหยิบขโมยไป เมื่อทราบเช่นนั้นหลังปิดร้านในช่วงเที่ยงคืนจึงเดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.อ่าวนาง แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ระบุในทำนองว่าไม่รู้จะจับตัวคนร้ายได้หรือไม่ ตนจึงนำคลิปวิดีโอส่งต่อให้สำนักข่าวต่างๆ เพื่อหวังว่าหาก 2 คนนี้ยังอยู่ไทยจะได้มีคนพบเห็น แต่ได้รับการเมินเฉย จนกระทั่งเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปในโลกโซเชียลก็รู้สึกดีใจ แต่คนร้ายคงเดินทางกลับประเทศไปแล้ว.