วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่องประเด็นร้อน! 'แต่งนิสิตนอกเวลาเรียน' เหมาะสมหรือไม่?

#chulassicpark แฮชแท็กที่ร้อนแรงไม่แพ้ใครในช่วงนี้...หลายคนยังงงอยู่ว่ามันคืออะไร

ขออธิบายถึงที่มาของแฮชแท็กนี้ก่อนว่า...มาจากการที่นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้จัดแคมเปญร่วมกันลงชื่อคัดค้าน ‘ข้อบังคับให้แต่งกายถูกกฎระเบียบนอกเวลาเรียน’ หากฝ่าฝืนมีสิทธิ์ถูกตัดคะแนนความประพฤติ ตัดสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษา และชวดเกียรตินิยม จึงกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนๆ บนโลกโซเชียลอยู่ในขณะนี้

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ก็ไม่พลาดที่จะหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเช่นกัน โดยได้สัมภาษณ์หนึ่งในผู้จัดแคมเปญนี้ขึ้นมาว่า พวกเขาคิดอย่างไร ถึงได้เกิดการล่ารายชื่อในครั้งนี้

ฟังจากปากนิสิต ทำไมต้องค้าน?

นายฐาปกร แก้วลังกา นิสิตชั้นปีที่ 3 ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในผู้จัดตั้งกิจกรรมล่ารายชื่อค้าน 'ยกเลิกใส่ชุดนิสิตนอกห้องเรียน' เล่าถึงที่มาที่ไปของแคมเปญนี้ว่า เดิมทีการแต่งกายของนิสิตวิศวะสามารถใส่เสื้อช็อปทับกับชุดไปรเวทมาเรียนได้ แต่ขึ้นอยู่กับอาจารย์ประจำวิชาว่าเป็นการเรียนวิชาใด การเข้มงวดก็จะแตกต่างกัน

และเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ออกประกาศเรื่องการแต่งกาย โดยมีรายละเอียดระบุว่า หากแต่งกายผิดระเบียบมีสิทธิ์โดนตัดคะแนนความประพฤติ ตัดสิทธิ์ทุน และอาจหมดสิทธิ์ได้รับเกียรตินิยม โดยจะเริ่มตรวจเข้มงวดในวันที่ 7 ก.พ. นิสิตทุกคนเข้าใจว่าไปตรวจตามห้องเรียนว่ามีใครที่แต่งตัวผิดระเบียบมาเรียนหรือไม่

กระทั่งช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนิสิตออกมาไล่ตรวจนิสิตที่แต่งกายผิดระเบียบบริเวณลานเกียร์ ใต้โถงอาคาร และรอบๆ คณะทั้งหมด ซึ่งวันนั้นทางกิจการนิสิตเข้าไปคุยตักเตือนแก่นิสิตที่แต่งชุดไปรเวทที่สวมเสื้อยืด และมีทั้งสวมกางเกงขาสั้นและขายาว รองเท้าผ้าใบ ก่อนที่จะถูกพาเข้าไปในห้องกิจการนิสิตเพื่อตักเตือนเรื่องแต่งกายไม่สุภาพด้วย

“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผมเลยรู้สึกว่า ความเป็นธรรมของนิสิตไม่มีเลย ในจุดที่ไม่มีการเรียนการสอน ทางคณะไม่ควรมาจำกัดการแต่งกายของเรา เราก็เลยมาขอรณรงค์ยกเลิกกฎระเบียบนี้ โดยการล่ารายชื่อ” นายฐาปกร อธิบาย

ยินดีแต่งนิสิต แต่ขอเลือกอิสระนอกห้องเรียน

ต้องการให้เป็นแบบต่างประเทศหรือเปล่า ที่ไม่ต้องใส่ชุดนิสิตมาเรียน? นายฐาปกร กล่าวว่า อันที่จริงอยากให้เป็นเหมือนต่างประเทศเช่นกันที่ไม่ต้องแต่งชุดนิสิตมาเรียน แต่ก็ไม่ได้สุดโต่งในแนวคิดถึงขนาดที่ว่า ยกเลิกการแต่งชุดนิสิตไปเลย เพียงแต่ต้องการให้มีอิสระในพื้นที่นอกห้องเรียนบ้าง ซึ่งเหตุการณ์วันนั้น นิสิตที่โดนเรียกไปตักเตือนเข้ามาทำงานกับเพื่อนโดยที่ไม่ได้มีเรียน จึงมองว่ามันไม่ถูก การที่เขาเข้ามามหา'ลัย เขาไม่ได้มาเรียน มาสอบ หรือติดต่อราชการ ใส่ชุดไปรเวทก็ไม่น่าจะผิดอะไร

ได้เข้าไปพูดคุยกับอาจารย์บ้างไหม? นายฐาปกร เผยว่า “ส่วนตัวยังไม่เคย แต่มีเพื่อนๆ เข้าไปคุยแล้ว ซึ่งอาจารย์บอกว่า มีกฎระเบียบที่เป็นการบังคับอยู่ แต่ผมมองว่ากฎระเบียบมันมีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ และนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์มีกระแสต้านสูงมาก ซึ่งผมคิดว่ามันก็เป็นสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกได้ว่ามันมีความเหมาะสมแล้วหรือยัง และมันตอบโจทย์ความต้องการของนิสิตภายในคณะหรือยัง” นายฐาปกร ตั้งคำถาม

ไม่แต่งนิสิต ไม่ได้แปลว่า ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง

นายฐาปกร ระบุว่า “มีบางคณะ แต่บางคณะก็ไม่ได้มีการบังคับในเรื่องนี้ เช่น คณะรัฐศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ เท่าที่จำได้เขาก็ไม่ได้มีการบังคับเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะคณะรัฐศาสตร์ที่อาจารย์อนุญาตให้นิสิตใส่ชุดไปรเวทมาเรียนเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายแล้วเด็กที่จบคณะรัฐศาสตร์ก็เป็นคนมีวินัยได้ ก็เป็นคนที่เคารพกฎหมายได้เหมือนกัน”

อย่างไรก็ดี ทางผู้จัดตั้งแคมเปญได้ยื่นข้อเสนอเป็นแถลงการณ์พร้อมกับรายชื่อที่ได้มาให้กับทางคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยมีรายละเอียด คือ ยกเลิกการบังคับให้ใส่ชุดนิสิตบริเวณนอกห้องเรียน

“ถ้ายื่นรายชื่อไปแล้ว ไม่มีความเคลื่อนไหวในระยะสั้น หวังจะให้มีการพิจารณา ปรับปรุงแก้ไข แต่ว่าถ้าไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้น และคิดว่าจะยกระดับกิจกรรมขึ้นมา และอาจจะยื่นเรื่องขึ้นไปถึงระดับมหาวิทยาลัย” นายฐาปกร กล่าว

ฝั่งอีกมุม คณบดีวิศวะ ว่าอย่างไร?

“มันเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน” ประโยคแรกที่ รศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว

ก่อนจะอธิบายทีละเปราะว่า เรื่องที่มีการระบุว่า แต่งกายผิดระเบียบ มีสิทธิ์โดนตัดคะแนนความประพฤติ ตัดสิทธิ์ทุน และอาจหมดสิทธิ์ได้รับเกียรตินิยม ซึ่งมีระเบียบที่ชัดเจนเพียงตัดคะแนนความประพฤติ ส่วนเรื่องตัดทุน ไม่ได้เกียรตินิยม ใช้คำว่า “อาจจะ” ซึ่งเป็นการปรามเด็กว่าทางคณะได้เอาจริงเอาจังเรื่องการรณรงค์ให้นิสิตแต่งกายให้เรียบร้อย

ทั้งนี้ ระเบียบการแต่งกายที่ถูกต้องมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ 1. แต่งกายชุดนิสิต ถือเป็นชุดทางการปกติ แต่ปัจจุบันการเรียนจำเป็นต้องเข้าห้องปฏิบัติการ ซึ่งทางคณะได้อนุญาตให้ใส่เสื้อช็อปเอาไว้กันเปื้อนได้ หรือบางครั้งอาจารย์สอนแบบมีกิจกรรมภายในห้องเรียน ซึ่งชุดนิสิตอาจจะไม่เหมาะ จึงให้เป็นดุลพินิจของอาจารย์ผู้สอนท่านนั้นๆ

2. ชุดสุภาพ นิยามของคำว่า ‘ชุดสุภาพ’ ในที่นี้ คือ เสื้อคอปก แขนสั้นหรือแขนยาวได้ทั้งหมด กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ

“อันที่จริงกางเกงยีนส์ตามระเบียบก็อาจจะไม่สุภาพ แต่เราก็ไม่ได้ไปไล่ขนาดนั้น เรามองในภาพรวมมากกว่า ความสุภาพคือการแต่งตัวเรียบร้อย ที่ผ่านมาก็ใช้ดุลพินิจตามความเหมาะสม”

ประกาศจุฬาฯ เรื่องการแต่งกายของนิสิต พ.ศ. 2553 
ข้อบังคับจุฬาฯ ว่าด้วยเครื่องแต่งกาย 
ระเบียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยนิสิต พ.ศ.2527 
ระเบียบ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่าด้วยวินัยนิสิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2547 

คณบดี เชื่อคุยนิสิตไร้ปัญหา เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน

รศ.ดร.สุพจน์ กล่าวต่อว่า ความจริงที่เรารณรงค์อยู่ทุกวันนี้คือเรื่องของการแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เวลาเข้ามาในสถานที่ราชการ แต่มีการสื่อสารคาดเคลื่อนระหว่างการรณรงค์ หลุดออกไปไกลว่าเข้ามาในเขตมหาลัยต้องชุดนิสิตอย่างเดียว ยิ่งพอมีการขยายความก็ยิ่งคลาดเคลื่อนออกไปเรื่อยๆ

ทั้งนี้ หากเข้ามาที่จุฬาฯ ตอนเย็นๆ ก็จะเห็นทั้งอาจารย์ บุคลากร นิสิต แต่งชุดออกกำลังกายกันเต็มไปหมด หรือตอนที่มีกิจกรรม ช่วงเย็นๆ จะเห็นนิสิตเปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้นเพื่อสะดวกในการเตรียมงานก็มี

ดังนั้น เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเท่านั้นเอง เพียงแต่หากมาติดต่อราชการกับทางมหาวิทยาลัยก็ขอให้ใส่ชุดสุภาพ ส่วนถ้ามาเรียนก็ขอความร่วมมือให้ใส่ชุดนิสิต

“ตอนนี้ผมพยายามสื่อสาร พูดคุยกับนิสิตอยู่ ว่า ทางคณะและกิจการนิสิต ต้องการอะไร เพื่อให้น้องๆ ช่วยไปสื่อสารกับเพื่อนๆ ต่อ ส่วนประเด็นที่เขาจะยื่นหนังสือมา คือ การเข้ามาในจุฬาฯ ต้องใส่ชุดนิสิต ซึ่งประเด็นดังกล่าวไม่ได้อยู่ในสิ่งที่เรารณรงค์อยู่แล้ว จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว

ซาวเสียงลูกพระเกี้ยว คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นร้อนนี้?

นอกจากนี้ ทีมข่าว ยังได้พูดคุยกับน้องๆ นิสิตจุฬาฯ ถึงประเด็นนี้ โดย นายเริ่มต้น เขมะเพ็ชร นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เผยถึงกฎระเบียบการแต่งกายภายในคณะตนเองว่า กฎระเบียบเหมือนกันทั้งมหาวิทยาลัย แต่ที่แตกต่างกันคือ ความเข้มงวดของแต่ละคณะ ซึ่งคณะนิเทศฯ จะมีภาควิชาฟิล์มที่ต้องออกกองหนัง เน้นความคล่องตัว ระดับความสุภาพก็ขึ้นอยู่กับกาลเทศะ อีกทั้ง นิสิตมีจำนวนน้อย เพียงภาควิชาละ 10-30 คน หากอาจารย์มาขอความร่วมมือก็ง่าย เพราะคุยกันรู้เรื่อง

“ส่วนตัวผมเองเลือกใส่ชุดนิสิตมาโดยตลอด คงเพราะว่ามันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือเสียหาย เพราะเรารู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร ยังคำนึงถึงอาจารย์ผู้สอนและกาลเทศะ

แต่ก็เข้าใจว่า การที่เด็กใส่ไปรเวทมานานจนเคยชิน จู่ๆ ผู้ใหญ่จะเคร่งครัดให้ถูกระเบียบขึ้นมา เด็กก็ไม่พอใจกันเป็นปกติ ซึ่งผมมองว่า กรณีนี้หากทั้งฝ่ายนิสิตและฝ่ายอาจารย์หาโอกาสมานั่งคุยกันดีๆ ได้อธิบายให้กันฟังถึงเหตุผล อย่างน้อยก็จะได้เจอจุดตรงกลางที่ยอมรับได้ทั้งคู่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ”

ขณะเดียวกัน นิสิตปี 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ ไม่ขอเปิดเผยชื่อ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า หากเป็นคณะนิติศาสตร์ต้องใส่ชุดนิสิตถูกระเบียบ กระโปรงยาวเลยเข่า รองเท้าหุ้มส้น

ส่วนนอกเวลาเรียนหากมีการบังคับต้องใส่ชุดนิสิต ก็ไม่เห็นด้วย เพราะสำหรับนิสิตคณะนิติศาสตร์หากไม่มีเรียนในวันนั้นก็สามารถใส่ชุดสุภาพมาคณะแทนได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นชุดนิสิต ขอเพียงให้สุภาพโดยสวมเสื้อที่ดูเรียบร้อย ไม่โป๊ไม่โชว์ จะเป็นเสื้อยืดหรือเชิ้ตก็ได้ กางเกงก็ขายาวหรือสามส่วนยาวเลยเข่า ถ้าใส่ชุดกระโปรงก็ให้เลยเข่าหรือพอดีเข่า รองเท้าหุ้มส้น อย่างเช่น รองเท้าผ้าใบ ก็ไม่น่ามีปัญหาเพราะถือว่าใส่ชุดที่เรียบร้อยเข้ามาในสถานที่ราชการไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนิสิต

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรั้วจามจุรี แล้วคุณล่ะ คิดอย่างไรกับเรื่องนี้?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน



ขอบคุณภาพประกอบจากเฟซบุ๊ก

กิจการนิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ - เพจ

Thapakorn Kaewlangka