บริการข่าวไทยรัฐ

ลัก(หนัง)ยุค 4.0 EP.2 เว็บเถื่อนปลิวยาก อยากปราบ'เจ้าทุกข์'ต้องโผล่

ในยุคไร้พรมแดนเช่นนี้ โลกทั้งใบอยู่แค่ปลายก้อย แค่ยกสมาร์ทโฟนเท่ๆ ขึ้นมาสักเครื่อง เราอยากดู เห็น ฟัง สิ่งใดแค่กดหรือสั่งลงไป เราได้สิ่งนั้นมาเสิร์ฟทันใจ

แต่ที่ใครหลายคนไม่นึกถึง งานที่เราได้รับชมรับฟังนั้นล้วนมีต้นทุน มีต้นสังกัด มีผู้ประกอบการ เราลักดูหนัง ลักฟังเพลง อย่างไม่ตั้งใจ แต่ในฐานะผู้ประกอบการคงขำไม่ออก แต่ในฐานะผู้ดูแลความเรียบร้อยก็มีหน้าที่ต้องจัดการ...

ในตอนที่แล้ว ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้เปิดใจเจ้าของเว็บ doonee.com ที่ให้บริการดูซีรีส์ออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ โดยได้สะท้อนปัญหาว่ามีเว็บเถื่อนลักลอบนำงานมากมายไปฉายให้ดูฟรี และวันนี้เป็นคิวของภาครัฐ ซึ่งทีมข่าวฯ ได้สอบถามปัญหาค้างคาใจ รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ จาก น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว ส่วนทางออกจะเป็นเช่นไร เริ่มต้นได้ ณ บัดนาว

นายกฯ ไม่นิ่งนอนใจ จัดชุดใหญ่ ดูแล ป้องกัน ปราบปราม

นายฐากร เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความเป็นห่วงปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยตัวนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานอนุกรรมการ ขณะที่ กสทช. เป็นกรรมการ ในคณะที่ท่านนายกรัฐนตรี และ พล.อ.ประวิทย์ เป็นประธาน

แต่ปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดเวลานี้คือการละเมิดลิขสิทธิ์หนัง กสทช.ได้มีการรายงานความคืบหน้าเรื่องนี้อยู่ทุกสัปดาห์ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติได้เข้ามายื่นเรื่องเร่งรัดให้เราแก้ปัญหา แต่เขาเองไม่เข้าใจกระบวนการว่าเราทำงานกันอย่างไร ดังนั้น เราจึงเชิญ คณะกรรมการจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ มาร่วมชี้แจง พร้อมกับแนะนำขั้นตอน คือ

1.ขอให้ทางผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ไปแจ้งความดำเนินคดี ว่าถูกละเมิดเรื่องใดบ้าง
2.นำใบหลักฐานที่แสดงว่าเป็นเจ้าของธุรกิจมียื่นแสดงเป็นหลักฐานกับ กสทช.
3.กสทช. ส่งเรื่องให้กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ซึ่งตามกฎหมายบอกอยู่แล้วว่าห้ามนำสิ่งที่ผิดกฎหมายมาใช้งานบนอินเทอร์เน็ต
4.ISP มีหน้าที่เอาสิ่งที่ผิดกฎหมายลง โดยจะไปดำเนินการกับคู่ค้าบนเว็บไซต์ ซึ่งนำลงได้เลย! โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล

เลขาฯ กสทช. อธิบายอีกว่า การทำงานตอนนี้นับว่าบรรลุเป้าหมายบ้างแล้ว สิ่งที่ทำ คือการบรรเทาความเสียหาย การเร่งรัดเอาสิ่งที่ผิดกฎหมายออกจาก ISP ของตนเองก่อน ส่วนกรณีขั้นตอนทางศาลนั้น เป็นการเรียกร้องค่าเสียหาย ที่เราขอหลักฐานการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ คุณก็สามารถนำหลักฐานนี้ไปใช้ในศาลได้

เจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ต่างแดน ต้องส่งเรื่องผ่านสถานทูต ยอมรับคือจุดอ่อน

หากเจ้าของลิขสิทธิ์อยู่ต่างประเทศ จะทำได้หรือไม่ ทีมข่าวฯ ยิงคำถาม นายฐากร ตอบทันควันว่า ไม่ได้! เพราะการดำเนินการดังกล่าวต้องมี “เจ้าทุกข์” ต้องแจ้งความร้องทุกข์ก่อน ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการประสานงานกับเจ้าของลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐฯ เขาเรียกร้องเข้ามา หากจะต้องการดำเนินคดี เขาจะต้องแจ้งความร้องทุกข์ จากนั้นส่งผ่านสถานทูตไทย สถานทูตก็จะส่งมายังประเทศไทย

ตรงนี้คือจุดบอดหรือไม่ ที่ต้องร้องเรียนหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงไทย นายฐากร กล่าวว่า จะมองว่าเป็นจุดบกพร่อง ก็กล่าวได้... สมมติว่า นาย ก. เอาหนังมาฉาย เขาอาจจะทำสัญญาถูกต้องกับเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เป็นได้ แต่เราไม่รู้ หากเกิด กสทช. สั่งปิดกั้นไป กสทช. อาจถูกฟ้องคดีอาญากลับได้เลย เพราะทำให้เขาเสียหาย ดังนั้นเราจึงต้องตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อน

“ครั้งที่แล้ว มีการแจ้งความร้องทุกข์เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 20 เรื่อง เราก็สั่งให้ ISP นำหนังที่ถูกละเมิดที่ถูกแจ้งความร้องทุกข์ลง ส่วนเรื่องอื่นเราไม่ได้สั่ง เนื่องจากเราไม่รู้ว่ามีการซื้อขายลิขสิทธิ์กันหรือไม่...เราต้องทำงานกันอย่างระมัดระวัง อยากให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย เราสั่งการได้จริงแต่เราต้องมีเกราะป้องกันด้วย การตรวจสอบลิขสิทธิ์นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าของที่จะต้องสอดส่องดูแล เพราะเราหน่วยงานรัฐไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ กสทช. ไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นเจ้าของ จะรู้ก็ต่อเมื่อเจ้าของมาบอก”

ISP ร่วมมือดี ยันมีหลักฐานพร้อมเอาลงให้ทันที

นอกจากนี้ เลขาธิการ กสทช. ยังยืนยันได้ว่า ทาง ISP เขาให้ความร่วมมืออย่างดี เพราะภายใต้เงื่อนไขใบอนุญาตเราเขียนไว้ คือ ผู้บริการ ISP จะต้องไม่นำเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย มาวิ่งบนโครงข่าย เมื่อเขาแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจแล้ว มีหลักฐานเข้ามาถึง กสทช. เขาต้องให้ความร่วมมือ หากไม่ให้ความร่วมมือ จะมีโทษกำหนดไว้ดังนี้ 1.ตักเตือน 2.ปรับ 3.ถอนใบอนุญาตหรือยึดใบอนุญาต
ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าเราไม่สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ทั้งเว็บได้ แต่เป็นการปิดกั้นเฉพาะหนังบางเรื่องที่มีการพิสูจน์ทราบการละเมิดลิขสิทธิ์เท่านั้น ใช่หรือไม่ นายฐากรตอบว่า “ถูกต้องครับ”

พร้อมอธิบายต่อไปว่า...ของที่อยู่บนเว็บ เราจะตั้งสันนิษฐานว่าของที่อยู่บนนั้นเป็นของที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ทางสมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติจะบอกว่า กว่าร้อยละ 90 เป็นเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งหมด แต่..เราอยากจะบอกว่า ท่านพูดแบบนี้ได้ แต่ท่านต้องนำหลักฐานมาแสดงกับ สตช. ด้วย

เราใช้วิธีปิดกั้นเหมือนกับอายัดตรวจสอบไว้ก่อนได้หรือไม่ เลขาฯ กสทช. บอกว่า แบบนี้ไม่ได้ หากเราอายัดเขา เขาได้รับผลกระทบสูญเสียรายได้ เจ้าหน้าที่รัฐอาจถูกดำเนินคดีด้วย ขอแค่ไปแจ้งความร้องทุกข์ (นำหลักฐานทั้งหมดไป) วันเดียวก็จบแล้ว ครั้งแรก สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์ฯ​ มาร้องเรียนนั้นมีการรวบรวมเอกสารไม่ครบ แต่เมื่อมีมาร้องเรียนครั้งที่ 2-3 เขารู้แล้วว่าใช้เอกสารอะไรบ้าง ดังนั้น หากมีการเตรียมเอกสารไว้ก่อนการทำงานก็จะรวดเร็วยิ่งขึ้น

เห็นๆ กันอยู่ว่ามีเว็บหนังละเมิดลิขสิทธิ์มาก ๆ ทำไมภาครัฐทำอะไรไม่ได้...

นายฐากร ยอมรับว่า จริงอยู่ ว่าเราเห็นว่ามีเว็บหนังละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมาก แต่ทำอะไรจำเป็นต้องมีหลักฐานแสดงตัวตนเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้น จึงอยากให้กลุ่มผู้ประกอบการด้านภาพยนตร์ให้ส่งเรื่องแจ้งความร้องทุกข์มา เราพร้อมจะดำเนินการให้ทันโดยทันที เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์มันส่งผลต่อเรื่องการค้า และระบบเศรษฐกิจ ขอความร่วมมือไปยังผู้ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์อย่านิ่งนอนใจ ขอให้ส่งเรื่องเข้ามาที่เรา เราพร้อมแก้ปัญหาให้

อาวุธใหม่ล่าสุด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ช่วยได้แค่ไหน

น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ตอนนี้มี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ และอยู่ในช่วงออกกฎหมายลูก ซึ่งเราก็คำนึงถึงกระบวนการตรงนี้ด้วย เพื่อคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ที่ถูกละเมิด ผู้ประกอบการอาจจะรู้สึกว่าขั้นตอนมาก แต่จริง ๆ แล้วเรากำลังดำเนินการลดขั้นตอนต่าง ๆ ลง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งหากคลอดกฎหมายลูก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้ การทำงานตรงนี้จะเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก

ทั้งนี้ นอกจากงานละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว เรายังต้องดูแลเรื่องการผิดศีลธรรมอันดี เช่น โชว์ถ่ายทอดสดลามก อนาจาร การสอนฆ่าตัวตาย เสพยา และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์หนัง อย่างไรก็ดี การปิดกั้นเว็บไซต์ข้อมูลเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น มีการทำงานกันหลายหน่วยงาน ที่ผ่านมาไม่สัมฤทธิผลเนื่องจาก “กฎหมายไปไม่ถึง” ดังนั้น การออก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับปี 60 นั้น เป็นส่วนหนึ่งเพื่อลดช่องว่าง ช่องโหว่ โดยนำเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามา

“10 ปีที่ผ่านมา เรามีหลายคดีที่ศาลตัดสินออกมาเป็นบรรทัดฐาน ดังนั้น หากเจอคดีที่คล้ายกัน เราสามารถนำคำตัดสินนั้นมาใช้วัดเป็นกฎเกณฑ์ตัดสินในการดำเนินการ บางคดีเราอาจจะตัดออก เพราะเคยมีคำสั่งมาแล้วว่าไม่ผิด แต่คดีที่ทำผิดจริงๆ พ.ร.บ.คอมฯ ฉบับนี้จะมีโทษรุนแรง รวดเร็ว มากขึ้น โดยแยกเรื่องหมิ่นประมาทออกไป”

เทรนด์ใหม่ ละเมิดสิทธิ์ทางโซเชียลฯ มาเป็นระลอกเป็นกองโจร

ทีมข่าวฯ ได้ถาม 2 หัวหอกแห่งการปราบปรามลิขสิทธิ์ในเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ทางโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ อย่างไร

นายฐากร กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ เราได้มีการประสานงานและพูดคุยเรื่องนี้กันบ้างแล้ว ซึ่งเขาก็เข้าใจดี อย่างไรก็ดี การตรวจสอบนั้น เราจะทำผ่านถ้าพบว่าวิ่งอยู่ที่ ISP ไหน เราก็สามารถดำเนินการได้ แต่ในกรณีบางเว็บที่เอาลงไม่ได้ เพราะ เขาเอาลงแล้ววิ่งบนเว็บไซต์ของต่างประเทศ ไม่ใช่เว็บไซต์ของเรา

นอกจากนี้ เลขาฯ กสทช. ยังกล่าวต่อว่า การบูรณาการร่วมครั้งนี้ ก็เพื่อ สอดส่องดูแล ป้องกัน และ ปราบปราม ซึ่งหน้าที่ปราบปรามนั้น อยู่ในหน่วยงานของ พล.อ.ประวิทย์ เพราะท่านดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะดูแลหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด โดยมี ก.ดิจิทัล กสทช. และหน่วยงานอื่น ๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ เมื่อมีการรวมตัวกันขนาดนี้เชื่อว่าจะทำงานสำเร็จได้ สิ่งที่ถูกละเมิดในขณะนี้นั้น มาจากต่างประเทศ

“ปัญหานี้คือปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เราประกาศเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไทยแลนด์ 4.0 หมายถึงการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ฉะนั้น สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นยุคเศรษฐกิจดิจิทัล เราเองต้องตามให้ทัน หน่วยงานที่ดูแลต่างๆ ต้องร่วมกันดูแล”

ด้าน รองปลัด กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่าขั้นตอนปิดกั้นจริงๆ ไม่นานเลย แต่ที่นานคือขั้นตอนการตรวจสอบลิขสิทธิ์ ผมเองเข้าใจผู้ประกอบการดีว่ายิ่งนานก็ยิ่งเสียหาย เราจึงพยายามคุยกับหน่วยงานราชการเองเพื่อลดขั้นตอนเหล่านี้ให้ได้เพื่อเป็นการบริการประชาชน ซึ่งตัวเราเองก็ทราบปัญหาดี ก็พยายามแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่

มีโอกาสไหมที่จะมีหน่วยงานที่แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ภายใต้หน่วยงานเดียว ที่สามารถ “กำกับดู ป้องกัน และปราบปราม” น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ผมว่าเรื่องนี้คงมีโอกาสพัฒนาปรับปรุงกันไป และมีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม รัฐเองก็จะมีการปรับปรุงทุกอย่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ระบบเศรษฐกิจ เรื่องการลิดรอนสิทธิประชาชนนั้นไม่มีแน่นอน

อนาคตเรื่องนี้จะแก้ได้หรือไม่ ความหวังคงอยู่ที่ภาครัฐเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา กฎหมายแข็งแรงเอาผิดโจรยุคไซเบอร์ได้ ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจแบบพึ่งพาอาศัยกับประชาชน คนดูมีความสุข เอกชนอยู่ได้ แฮปปี้ทั้งสองฝ่ายก็จะดี...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านเพิ่มเติม 

ลัก(หนัง)ยุค4.0 EP.1 เจ้าของสิทธิ์ปรับตัวแล้วไง! ของเถื่อนครองตลาด 95%