บริการข่าวไทยรัฐ

ว่าที่คุณหมอวิ่ง "1 ล้าน 5 แสนก้าว เพื่อชีวิต เชียงใหม่ถึงศิริราช" สร้าง "อาคารผู้ป่วยด้อยโอกาส"

ว่าที่คุณหมอวิ่ง "1 ล้าน 5 แสนก้าว เพื่อชีวิต เชียงใหม่ถึงศิริราช" สร้าง "อาคารผู้ป่วยด้อยโอกาส"

“1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต เชียงใหม่– ศิริราช”

โครงการของศิริราชมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร “นวมินทรบพิตร 84 พรรษา”ซึ่งถือเป็นอาคารสุดท้ายของโรงพยาบาลศิริราช ที่ได้รับพระราชทานนามจาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยอาคารนี้สร้างขึ้นเพื่อทำให้ผู้ป่วยด้อยโอกาส ได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังถือเป็นการย้อนรอยรำลึกเส้นทางเสด็จทรงงานของ “หมอเจ้าฟ้า” หรือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” เมื่อครั้งทรงรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค

คำว่า “1 ล้าน 5 แสนก้าว” มาจากเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ศิริราชเคยมีการวิ่งจากโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งมีระยะทางอยู่ที่ประมาณ 750 กิโลเมตร ทั้งนี้เมื่อนำมาคำนวณเป็นจำนวนก้าวจะพบว่า 2 ก้าว จะได้ประมาณ 1 เมตร และเมื่อนำมาคูณกันก็จะได้จำนวน ก้าวประมาณ 1 ล้าน 5 แสนก้าว ซึ่งการวิ่งจะเป็นการวิ่งผลัดของนักศึกษาแพทย์รวม 19 คน ที่จะผลัดกันวิ่งคนละ 3 กิโลเมตร วนกันไปจนครบ 19 คน แล้วเริ่มใหม่จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

โดยใช้ระยะเวลาในการวิ่งทั้งสิ้น 7 วันเริ่มตั้งแต่วันที่ 11-17 มี.ค. ซึ่งจะเริ่มปล่อยตัววิ่งตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค. จากโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ จ.ลำปาง เป็นระยะทาง 106.46 กิโลเมตร วันที่ 12 มี.ค. วิ่งจาก จ.ลำปางถึง จ.อุตรดิตถ์ รวมระยะทาง 141.5 กิโลเมตร วันที่ 13 มี.ค. วิ่งจาก จ.อุตรดิตถ์ถึง จ.พิษณุโลก รวมระยะทาง 114.6 กิโลเมตร วันที่ 14 มี.ค. วิ่งจาก จ.พิษณุโลก สู่ จ.นครสวรรค์ รวมระยะทาง 139.5 กิโลเมตร วันที่ 15 มี.ค.วิ่งจาก จ.นครสวรรค์สู่ จ.สิงห์บุรี รวม ระยะทาง 129.8 กิโลเมตร วันที่ 16 มี.ค. วิ่งจาก จ.สิงห์บุรีสู่ จ.ปทุมธานี ระยะทาง 118.5 กิโลเมตร และสิ้นสุดการวิ่งในวันที่ 17 มี.ค. โดย จะวิ่งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ปทุมธานี และมาจบที่โรงพยาบาลศิริราช ระยะทาง 56.5 กิโลเมตร

ทั้งเก่งทั้งฟิตแบบนี้แน่นอนว่า “บิ๊กเฟรชชี่” ไม่พลาดที่จะเกาะขอบลู่วิ่ง ชิงตัว 4 ว่าที่คุณหมอ มาเป็นตัวแทนเปิดใจและบอกเล่าเรื่องราวดีๆให้เราได้รู้กัน

เริ่มที่ นศพ.บวรนันท์ ธิราช “น้องมายด์” นักศึกษาแพทย์ ปี 4 เปิดใจ “อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ทำประโยชน์ให้กับศิริราช จึงเข้าร่วมวิ่งกับเพื่อนๆ ซึ่งมายด์ชอบวิ่งอยู่แล้วเคยวิ่งมากสุด 50 กิโลเมตร แต่ก็ยังต้องฝึกซ้อมเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เพราะต้องวิ่งติดต่อกัน 7 วัน และบางช่วงต้องวิ่งขึ้นเขา อย่างไรก็ตาม การวิ่งที่ผ่านมาเหมือนเป็นการวิ่งเพื่อมายด์ เวลาเข้าเส้นชัยได้เหรียญก็ภูมิใจ แต่ ครั้งนี้เป็นการวิ่งเพื่อคนอื่น วิ่งเพื่อหาเงินบริจาคสร้างอาคารในอนาคตเหมือนได้ช่วยเหลือผู้ป่วย หากตึกสร้างขึ้นมาได้ มีเครื่องมือแพทย์ที่ดี ก็ทำให้ผู้ป่วยได้รับโอกาสในการรักษาที่ดี และการวิ่งครั้งนี้นอกจากคิดถึงผู้ป่วยยังคิดถึงเพื่อนในทีม เพราะหากมายด์วิ่งได้ดีก็จะช่วยทดแรงให้เพื่อนได้เข้าเส้นชัยร่วมกัน ทั้งนี้ อยากให้ช่วยกันบริจาคเพื่อส่งต่อโอกาสให้ผู้ป่วย”

ส่วน นศพ.เตชัส กุลอึ้ง “น้องเต” นักศึกษาแพทย์ปี 5 เล่าว่า “สนใจโครงการนี้ เพราะการเข้าร่วมวิ่งทำให้ได้มีโอกาสพัฒนาตัวเอง ทั้งในเรื่องพลังกายและเป็นส่วนหนึ่งในการหาเงินช่วยสมทบทุนสร้างอาคารฯเตเป็นคนชอบเล่นกีฬาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แต่พอมาเรียนแพทย์ไม่ค่อยได้เล่นกีฬา และอยากฝากว่า การวิ่งครั้งนี้เพื่อสร้างอาคารฯเพิ่มในศิริราช ทำให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยที่มีเพิ่มขึ้น ได้มีโอกาสได้รับการรักษาที่ดี ก็อยากให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคสร้างตึก หรือร่วมกันวิ่ง”

ฝั่ง นศพ.ธนวรรณ น้อยเจริญ “น้องพลอย” นักศึกษาแพทย์ปี 4 เสริมต่อว่า “ที่มาร่วมวิ่งเพราะอยาก ตอบแทนศิริราช ที่ผ่านมาศิริราชให้อะไรหลายๆอย่างเยอะมาก ขณะนี้ก็ยังเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์ จึงมีแค่แรงกายเพียงอย่างเดียวที่พอช่วยได้ ซึ่งต่อจากนี้จะพยายามซ้อมเรื่อยๆ การมาวิ่งไม่ได้ทำให้เสียเวลาเรียน แต่กลับทำให้แบ่งเวลาได้ดีขึ้น ตามคำสอนของอาจารย์ที่ยึดถือมาตลอดว่า “หมอไม่มีทางที่จะสบายขึ้นยิ่งโตไปก็ยิ่งยุ่ง ฉะนั้น จะมาอ้างว่าไม่มีเวลาไม่ได้ ต้องปรับตัวให้ได้” และอยากให้คนที่มีแรงกายมาร่วมกันวิ่งและรวมกันบริจาค เพราะยังขาดงบประมาณอีกจำนวนมาก เพราะศิริราชมีปัญหาเตียงไม่เพียงพอ”

ปิดท้ายกันที่ นศพ.วรทย์ ปัญสุวรรณวงศ์ “น้องซ้ง” นักศึกษาแพทย์ ปี 4 ปิดท้าย “อยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยตอบแทนศิริราช ทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวเองทำให้บริหารจัดการเวลาได้ดีขึ้น ปกติไม่ค่อยได้ออก กำลังกาย แต่ก็ฝึกซ้อมเสมอมั่นใจว่าร่างกายจะพร้อมวิ่งในครั้งนี้ อยากให้คนไทยทุกคนมาร่วมกันวิ่งและบริจาคเพื่อสร้างตึก”

บิ๊กเฟรชชี่ สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของว่าที่คุณหมอทั้ง 4 คน และรู้สึกปลื้มแทนคนไทยทุกคน ที่มีว่าที่คุณหมอน้ำใจงามยอมสลัดชุดกาวน์ ทิ้งเข็มฉีดยา ทิ้งมีดผ่าตัดชั่วคราว แล้วหันมาคว้ารองเท้าเข้าร่วมโครงการ “1 ล้าน 5 แสนก้าว วิ่งเพื่อชีวิต เชียงใหม่–ศิริราช” เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร นว-มินทรบพิตร 84 พรรษา

และมั่นใจว่าคนไทยทุกคนก็คงขอเป็นกำลังใจให้ความตั้งใจของว่าที่คุณหมอทั้ง 19 คนในการระดมทุนสร้างอาคารและซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาสทำได้แบบทะลุเป้า นี่คืออีกครั้งที่สังคมได้ประจักษ์และอุ่นใจกับว่าที่คุณหมอน้ำดีที่พร้อมอุทิศทั้งแรงกาย แรงใจและแรงสมอง เพื่อผู้ป่วย.

บิ๊กเฟรชชี่