วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ตร.สวนนักวิชาเกิน อย่าใช้อคติดูหมิ่นตำรวจ

เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นในยุคที่รัฐบาลเน้นปรองดอง สามัคคีของคนไทยในชาติ ช่วยกันประคับประคองประเทศชาติที่บอบช้ำจากความแตกแยกความคิดของคนไทยเดินหน้าไปให้ได้

เวทีเสวนาหัวข้อ “ตำรวจมีไว้ทำไม” ของกลุ่มนักวิชาการและอดีตตำรวจ มีประเด็นคำพูดที่ทำนองว่า ไม่เห็นตำรวจมีประโยชน์อะไรต่อสังคม ต่อประชาชนบ้าง ตำรวจมีเอาไว้ทำไม คนที่เสวนากล่าวหาตำรวจไม่ดีไปเสียทั้งหมด ดูหมิ่นดูแคลนตำรวจ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของตำรวจที่ทุ่มเททำงาน และเวทีเสวนาไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหางานตำรวจที่แท้จริง

คนส่วนใหญ่มองว่า นักวิชาการไม่รู้จริงหรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่า ตำรวจทำอะไรให้กับสังคมในช่วงที่ผ่านมา แม้จะมีตำรวจนอกแถวบางคนที่ทำเรื่องเสียหายภาพรวมตำรวจ

เลยมีคำถามว่า นักวิชาการและอดีตตำรวจกลุ่มนี้จัดเวทีเสวนานอกรอบทำไม ในเมื่อรัฐบาลเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการปฏิรูปตำรวจ ทำให้เป็นตำรวจผู้รับใช้ประชาชน และเป็นตำรวจของประชาชน ทุกส่วนต้องเสนอความคิดมาที่คณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ของรัฐบาล

เป็นปัญหาในการปฏิรูปตำรวจ ทำให้ตำรวจอึดอัด เพราะ “คนนอก” ที่ไม่เข้าใจงานตำรวจ เพ้อฝัน มีอคติ ไม่เป็นกลาง ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมองแค่เรื่องผลประโยชน์ อบายมุข ที่เป็นภาพลบของตำรวจนอกแถวบางส่วน แล้วมองตำรวจทุกคนเป็นคนไม่ดี มาเป็นเหตุปฏิรูปตำรวจ แต่ไม่ได้มองภารกิจงานในภาพรวมของตำรวจที่มีความสำคัญ มีบทบาทหลายเรื่อง ทั้งรักษากฎกติกา รักษากฎหมาย และอำนวยความยุติธรรม

ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและ คนไม่ดี การกล่าวหาเหมารวมทั้งองค์กรไม่เป็นธรรมต่อคนดีในองค์กรทำให้องค์กรเสียหาย ตำรวจ 2.3 แสนนาย ต้องมีตำรวจไม่ดี ปะปน เป็นเรื่องที่ตำรวจยอมรับ แต่ไม่ใช่ตำรวจทุกคน

เวทีเสวนาสร้างความแตกแยก และบั่นทอนความปรองดองของคนในสังคม

ไม่แปลกที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จะออกมาสวนคนที่ร่วมเสวนาทันที ทำหน้าที่ “ผู้นำหน่วย” ปกป้ององค์กรตำรวจ ไม่ให้คนนอกใช้อคติ ดูหมิ่นดูแคลน ย่ำยีตำรวจ

ตั้งแต่รับตำแหน่ง ผบ.ตร.ชูนโยบายหลัก 6 ด้าน มี 1.การพิทักษ์ ปกป้องและเทิดพระเกียรติ เพื่อความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.รักษาความมั่นคงและความสงบในสังคม 3.ป้องกันปราบปรามและลดระดับอาชญากรรม 4.แก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ 5.การเร่งรัดขับเคลื่อนปฏิรูปองค์กรตำรวจ 6.การเสริมสร้างความสามัคคีและการบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจ

มุ่งให้เกิดผลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและความยุติธรรม ภารกิจสำคัญที่สุดของตำรวจคือการถวายความปลอดภัยพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน 

งานบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ตำรวจเป็นอีกหน่วยงานที่ทุ่มเทถวายความจงรักภักดีอย่างเต็มกำลังความสามารถ

หลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยอยู่ใน สภาพแตกแยกทางความคิด มีคนที่คิดว่า มีสิทธิ แต่ไม่เคารพสิทธิคนอื่น คนส่วน ใหญ่ได้รับความเดือดร้อน จากปัญหา “ม็อบหลากสี” ที่ตำรวจเหนื่อยมานาน และภารกิจของตำรวจอีกมาก ที่สูญเสียชีวิตแลกกับการทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและดูแลทุกข์สุขคนไทย ไม่น่าจะมีใครถามว่า “ตำรวจมีไว้ทำไม” เป็นเรื่องที่ทำให้ตำรวจอีกมากรับไม่ได้ กับท่าทีของนักวิชาการที่เปิดเวทีถล่มตำรวจอย่างไม่มีเหตุผล

ขณะนี้ตำรวจเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างตำรวจเป็นงานสำคัญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบหมาย พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะ ทำงานปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ ได้ดำเนินการต่อเนื่องในการปฏิรูป 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านการปฏิรูปโครงสร้าง ด้านการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ด้านป้องกันปราบปรามการทุจริตในองค์กร ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ และด้านการสอบสวนและด้านการบังคับใช้กฎหมาย กำหนดแผนระยะ 1 ปี 5 ปี 10 ปี และ 20 ปี คาดว่าภายในเดือน ก.พ.จะเสนอรัฐบาล

การให้บริการและยกระดับสถานีตำรวจทั้ง 1,482 สถานีทั่วประเทศ กำชับให้ทุกโรงพักยึดตามนโยบายในการบริการประชาชน และจัดทีมพนักงานสอบสวน โดยสุ่มตรวจผลการปฏิบัติว่า เป็นแนวทางที่ ผบ.ตร.มอบหมาย และมีพัฒนาการตามที่ประชาชนมุ่งหวังหรือไม่

นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ทดแทนกำลังพลชั้นประทวนที่ขาดแคลน และอายุเฉลี่ยกำลังพล ของบประมาณรัฐบาลติดกล้องรถตำรวจ และกล้องติดตัวตำรวจ ช่วยอำนวยความยุติธรรม โปร่งใส เป็นหลักฐานทางคดี ปฏิบัติการเชิงรุกสร้างความใกล้ชิด เป็นมิตรกับประชาชน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตามนโยบาย ผบ.ตร.

“ขออย่าย่ำยีองค์กรตำรวจให้มากนัก ในฐานะหัวหน้าหน่วยงานต้องออกมาปกป้อง พร้อมรับฟังความคิดเห็นของนักวิชาการที่ดี เป็นเหตุเป็นผลเพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงงานตำรวจ แต่ถ้าเป็นการพูดนอกตำราที่เรียกว่านักวิชาเกิน มีอคติ ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง มโนเอง ตำรวจถือว่าเป็นนักวิชาเกิน ตำรวจไม่ดี ตำรวจเลว ตำรวจที่ถูกร้องเรียนทำความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนให้ออกไปมาก ไม่มีปกป้องอุ้มไว้ ไม่เอาไว้เป็นกาฝาก เพราะถือว่าหน้าที่ตำรวจต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่นายชาวบ้าน”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ย้ำกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “กรมตำรวจก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีหน้าที่ปกป้องดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ปราบปรามโจรผู้ร้าย คนที่บอกว่ามีตำรวจไว้ทำไม เป็นพวกนักวิชาเกิน กลับไปสำรวจตัวเองบ้างว่า เคยทำประโยชน์อะไรกันบ้าง และอดีตตำรวจที่พูดประสบความสำเร็จในชีวิตราชการหรือไม่ ที่ผ่านมาพยายามจะทำองค์กรตำรวจให้ดีที่สุด การปฏิรูปตำรวจเป็นขบวนการของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 260 คณะกรรมการชุดใหญ่ของรัฐบาลจะมีความเห็นอย่างไรอยู่ที่คณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งรัฐบาลเปิดโอกาสให้มีการแสดงความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในทุกเวทีให้ตกผลึกเป็นข้อมูลเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ของรัฐบาลเป็นผู้สรุปภาพรวมทั้งหมด ในส่วนของตำรวจมี พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็น ผู้รับผิดชอบเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ”

“คณะกรรมการชุดใหญ่อาจจะไม่เอา เลย ตำรวจต้องยินยอม เพราะถือเป็นผู้ปฏิบัติ ต้องน้อมรับนโยบายของรัฐบาลที่เป็นผู้บังคับ บัญชา ทำไมนักวิชาการเหล่านี้ไม่ใช้เวทีของรัฐบาลออกมาพูด นักวิชาการต้องมีความเป็น กลาง ต้องเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ ไม่มีอคติ ไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัวแทรกเข้ามา นักวิชาการไม่มีสิทธิ์ใช้อคติวิจารณ์ไปทุกองค์กร เพราะไม่มีนักวิชาการคนไหนที่เชี่ยวชาญไปทุกด้าน”

เป็นความรู้สึกของ ผบ.ตร.ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงตำรวจ ให้เป็นที่เชื่อถือและศรัทธาของประชาชน แต่การปรับเปลี่ยน ต้องมีเหตุมีผลเพื่อประชาชน ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของนักวิชาการบางคน ไม่มีผลงาน ไม่เป็นกลาง มองตำรวจอย่างมีอคติ มาทำลายองค์กรตำรวจกว่า 2.3 แสนคน

ชี้นำรัฐบาลให้ปฏิรูปตำรวจในทิศทางที่เพ้อฝันเป็นไปไม่ได้.