บริการข่าวไทยรัฐ

“เฟซบุ๊ก” กับ “เมกะ เทรนด์”

ในที่สุด Youtube ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนภาพวีดิโอระหว่างผู้ใช้ได้ฟรี ได้เปิดบริการถ่ายทอดสดแบบไลฟ์สตรีมมิ่ง บนสมาร์ทโฟนผ่านแอพพลิเคชั่นยอดนิยมของตนเอง ภายหลังจากได้เปิดให้บริการไลฟ์สตรีมมิ่งผ่านคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะตั้งแต่ปี 2554 หรือ 6 ปีก่อนหน้านี้ และปีที่ผ่านมาได้ประกาศว่าจะรุกบริการผ่านสมาร์ทโฟน

ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่งของค่ายนี้ ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องมีคุณสมบัติมีผู้ติดตามจำนวนมากกว่า 10,000 คนขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มที่มีผู้ชมอยู่แล้ว และเชื่อว่ากลุ่มนี้มีความเข้าใจในแง่ของการเผยแพร่เนื้อหาที่เหมาะสม ซึ่งมองกันว่าคล้ายกับการทดสอบบนแพลตฟอร์มนี้ไปในตัวเพื่อสามารถแก้ไขข้อบกพร่องให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะขยายบริการออกไปยังกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป

การเริ่มต้นถ่ายทอดสด ผู้ใช้ Youtube จะต้องทำการแจ้งการยืนยันว่าเป็นช่องของผู้ใช้บริการเองและไม่ได้ถูกจำกัดหรือควบคุมจาก Youtube ย้อนหลังไปช่วงเวลา 90 วัน การเคลื่อนไหวดังกล่าวของ Youtube ถูกมองว่าค่อนข้างช้า ถ้าหากจะเทียบกับ Facebook Live และ Periscope ของทวิตเตอร์ แต่จำนวนผู้ใช้ของ Youtube และวิธีการสร้างรายได้อาจจะเป็นช่วงเวลานี้ก็เป็นได้

การถ่ายทอดสดผ่านสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์พกพา หากมีคุณสมบัติดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีผ่านแอพพลิเคชั่น Youtube เดิม และขั้นตอนใช้งานก็เพียงแค่เปิดแอพและกดปุ่มถ่ายวีดิโอ ก็เข้าสู่การถ่ายทอดสดได้ทันที

ทางด้านเฟซบุ๊กได้มีกลยุทธ์ทางด้านการให้บริการวีดิโอ โดยทาง “มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก” ซีอีโอของเฟซบุ๊กว่า “วีดิโอเป็นเมกะ เทรนด์” หรือเป็นแนวโน้มที่สำคัญในอนาคต และกำลังโฟกัสไปยังวีดิโอสั้นๆ จะมีการลงทุนอย่างมาก และให้ความสนใจในโมเดลธุรกิจของ Youtube ที่เป็นแหล่งเก็บคลิปวีดิโอสั้นๆไว้มากมาย

โดยเฟซบุ๊กอาจจะจ่ายเงินให้ผู้ผลิตหรือแบ่งปันรายได้จากค่าโฆษณาเมื่อวีดิโอถูกนำไปแชร์ในส่วนของ News Feed และ Video tab ซึ่งในขณะนี้ได้มีการทดลองใช้ในสหรัฐฯบ้างแล้ว เป็นตัวเลือกที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการรับชมวีดิโอบนเฟซบุ๊กได้อย่างรวดเร็วและทันต่อความต้องการของผู้ใช้ และมีความเชื่อว่า Video tab ใหม่นี้จะเปลี่ยนพฤติกรรมการรับชมของผู้คนอเมริกันบนเฟซบุ๊ก ซึ่งปัจจุบันรับชมผ่าน News Feed ที่กลุ่มผู้ใช้เฟซบุ๊กมักนิยมเล่นเฟซบุ๊กช่วงเวลาสั้นๆในชีวิตประจำวัน นี่จึงเป็นการปลดล็อกด้วย Video tab

การมองว่า “วีดิโอ” เป็น “เมกะ เทรนด์” ด้วยเหตุที่ว่าจะมีการใช้จอขนาดใหญ่มากขึ้น การเชื่อมต่อออนไลน์ไหลลื่นไม่สะดุด กล้องมือถือที่ให้คุณภาพที่ดี รวมไปถึงเทคนิคการสร้างคอนเทนต์วีดิโอสั้นที่จะสร้างความน่าสนใจ

แต่จะขนาดไหนต้องจับตากันดูต่อไป!!!

หนุ่มดิจิทัล
cybernet@thairath.co.th