วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ทรัมป์’ คุย ‘อาเบะ’ ชื่นมื่น ยืนยันมะกันคุ้มครองญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่นเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันคำมั่นว่าสหรัฐฯ จะช่วยรักษาความมั่นคงของญี่ปุ่น...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาเพื่อพบปะพูดคุยระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเวลา 2 วัน โดยการพูดคุยวันแรกเมื่อวันศุกร์เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนายทรัมป์ระบุว่า ควมเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นคือเสาหลักของเสถียรภาพและความสงบสุขในภูมิภาค ท่าทีต่างจากตอนหาเสียงที่เขาเรียกร้องให้ญี่ปุ่นจ่ายเงินให้สหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อแลกกับความคุ้มครอง

นายอาเบะกับนายทรัมป์เริ่มการหารือ 2 วันด้วยการกอดกันหลังจากนายกฯ ญี่ปุ่นเดินทางถึงทำเนียบขาว ก่อนจะไปพูดคุยกันที่ห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งทั้งสองคนมีสีหน้ายิ้มแย้มและจับมือเชคแฮนด์กันหลายครั้ง จากนั้นทั้งคู่จึงเดินทางไปยังบ้านพักส่วนตัวของนายทรัมป์ในเมือง ปาล์ม บีช ในรัฐฟลอริดา พร้อมกับภริยาของพวกเขา

อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทางผู้นำทั้งสองคนจัดงานแถลงข่าวร่วมกัน โดยนายทรัมป์หลีกเลี่ยงไม่ใช้คำพูดรุนแรงเหมือนตอนหาเสียงเลือกตั้ง ที่เขากล่าวหาญี่ปุ่นว่า หาประโยชน์จากความช่วยเหลือด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ และขโมยงานของชาวอเมริกา

“เรามีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของญี่ปุ่นและทุกพื้นที่ที่อยู่าภายใต้การบริหารปกครองของแดนอาทิตย์อุทัย และมีหน้าที่ในการเสริมความเข้มแข็งให้แก่พันธมิตรที่สำคัญยิ่งของเรานี้” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ และความเป็นมิตรระหว่างประชาชนของเรานั้นลึกซึ้งมาก รัฐบาลนี้มีหน้าที่ทำให้ความสัมพันธ์เปล่านี้ใกล้ชิดขึ้นอีก”

ด้านนายอาเบะกล่าวว่า เขารู้ดีเรื่องการตัดสินใจของนายทรัมป์ที่จะนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี แต่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ได้ตกลงเรื่องแผนงานใหม่เพื่อการจราจาทางเศรษฐกิจแล้ว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นนยังออกแถลงการณ์ร่วมการระบุว่า คำมั่นของสหรัฐฯ ที่จะปกป้องญี่ปุ่นด้วยนิวเคลียร์และความช่วยเหลือทางทหารนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวถือเป็นชัยชนะของนายอาเบะ ผู้เดินทางมาทำเนียบขาวเพื่อเสริมสร้างความเชื่อใจและมิตรภาพกับประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ รวมทั้งส่งสัญญาณว่าความเป็นพันธมิตรเก่าแก่หลายทศวรรษของทั้งสองประเทศยังไม่เปลี่ยนแปลง ท่ามกลางปัญหาข้อพิพาทกับจีน