ลัก(หนัง)ยุค4.0 EP.1 เจ้าของสิทธิ์ปรับตัวแล้วไง! ของเถื่อนครองตลาด 95% - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ลัก(หนัง)ยุค4.0 EP.1 เจ้าของสิทธิ์ปรับตัวแล้วไง! ของเถื่อนครองตลาด 95%

ไทยแลนด์ 4.0 เป็นยุคพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้เทคโนโลยีมาเสริมสร้างความแข็งแกร่ง หลายธุรกิจอาจจะเติบโตได้อย่างรวดเร็วในยุคนี้ แต่...บางธุรกิจก็เจอเทคโนโลยีที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายอุตสาหกรรม!

ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงอุตสาหกรรมบันเทิง สื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หนัง เพลง ซีรีส์ กำลังถูกโลกไซเบอร์สูบงานลิขสิทธิ์ไปเผยแพร่อย่างเมามัน และไม่มีใครเคยคิดถึงผู้สร้างสรรค์ ผู้ลงทุนมาก่อน..เพราะของฟรีมันดีแบบนี้นี่เอง!

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ทำสกู๊ปซีรีส์ “โจรแจกหนัง” ซึ่งประกอบด้วย 3 ตอนหลัก คือ

1.แฉเบื้องหลังเว็บดูหนังฟรี ไล่สูบผลงานชาวบ้าน สร้างรายได้อู้ฟู่!
2.จับผู้ร้ายไร้ตัวตน หวังพึ่ง พ.ร.บ.คอมฯ ใหม่ บล็อกเว็บทันใจ
3.ลูกถูกพราก เจ้าของลิขสิทธิ์ลาจาก แบบนี้หรือสังคมแบ่งปัน!

หลายคนตั้งข้อสังเกตทำนองเดียวกันว่า “โลกเปลี่ยนไปแล้ว เดี๋ยวนี้เขาดูผ่านโลกออนไลน์แล้ว ทำไมผู้ประกอบการไม่ปรับตัวให้ทันโลก”

และก็เป็นการดี ที่ทีมข่าวได้รับการติดต่อจากตัวแทน ของเว็บไซต์ฉายหนัง-ซีรีส์ ถูกลิขสิทธิ์ พร้อมจะให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในด้านนี้ ฉะนั้นก็ไม่พลาด เราจึงเดินทางไปพบทันที

ทีมข่าวเดินทางไปถึงสำนักงานเว็บ doonee.com ที่บริเวณย่านปิ่นเกล้า และ พบกับ นายจตุพล สุธีสถาพร chief Executive Officer ของ บริษัท มีเดียเพล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของเว็บไซต์ doonee.com ผู้ให้บริการดูหนังและซีรีส์บนโลกออนไลน์

การปรับตัวทำธุรกิจด้านนี้ไม่ได้รับผลกระทบจากเว็บเถื่อนจริงหรือ คำแรกที่เราได้ยินคือ “ไม่จริง”

“ประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์สูงที่สุดในอาเซียน”

นายจตุพล โอดครวญถึงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ในเมืองไทย ก่อนขยายความให้ฟังว่า บริษัทของเขาเติบโตมาจากร้านเช่าวิดีโอ เหมือนกับผู้ประกอบการคนอื่นหลายคนที่ทำธุรกิจด้านนี้ บริษัทเดิมคือ ST VDO

ผู้บริหารหนุ่มเล่าว่า แต่ก่อนทำธุรกิจ ดีวีดี และ วีซีดี ก็เจอปัญหาหนังเถื่อนละเมิดลิขสิทธิ์ เคยไปตามจับด้วยตัวเอง แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่แย่มาก “เราถูกกลุ่มคนมาคุกคาม โดนนำก้อนหินมาปาใส่ถึงหน้าสำนักงาน โดนจดหมายสนเท่ห์ มีอีเมลเข้ามาข่มขู่...เราคิดอย่างเดียวคือ “เลิก” ไม่ตามจับใครแล้ว ถึงแม้ธุรกิจคือสิ่งสำคัญของชีวิต แต่ก็ไม่คุ้มถ้าจะเอาชีวิตมาเสี่ยง”

ขณะที่หน่วยงานในบ้านเราก็จัดตั้งขึ้นมาเพื่อ “กำกับ” และ “ดูแล” แต่จะไม่มีหน่วยงานไหน “ป้องปราม ปราบปราม หรือ ลงโทษ” ได้เป็นรูปธรรมเสียที

“เมื่อก่อนยอดขายดีวีดี วีซีดีในตลาด ประมาณปีละ 2 หมื่นล้าน แต่นั่นคือยอดขายเพียง 10% ของตลาดทั้งหมด ซึ่งตลาดหนังเถื่อนกวาดไป 90% ลองจินตนาการดูว่าจะมีเงินสะพัดลงใต้ดินเท่าไหร่” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง แต่กล่าวอย่างท้อใจ และต้องยอมก้มหน้ารับชะตากรรมที่ต้องฝ่าฟัน

นายจตุพล ยอมรับว่า ปัญหาใหญ่ของการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือเรื่อง “กฎหมาย” ที่ไม่เอื้อต่อคนทำถูกกฎหมาย แต่เอื้อต่อการทำผิดกฎหมาย เพราะ การจะจับการละเมิดลิขสิทธิ์หนังสักเรื่อง เราต้องได้รับใบมอบอำนาจจากต่างประเทศเป็นรายเรื่อง กว่าเราจะขอใบมอบอำนาจจากต่างประเทศได้ กระบวนการนี้ใช้เวลานานมาก 3-6 เดือน พอจดหมายมาถึง คนก็เลิกเสพหนังเรื่องนี้แล้ว พอหนังเรื่องอื่นออก จะให้เราไปขอแบบนั้นเรื่อย ๆ หรือ...เพราะกฎหมายไทยเขียนแบบนั้น และ 20 ปี ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมาย การจะไล่จับโดยตรงนั้นเป็นอะไรที่ยากมาก

โลกหมุนเปลี่ยน อินเทอร์เน็ตวิ่งฉิว แต่ก็ไม่ได้เป็นผลดีกับคนทำธุรกิจเท่าใดนัก

ผู้บริหารหนุ่มเว็บดูนี่ บอกว่า กระทั่ง ปี 2558 เห็นแววแนวเทรนด์ธุรกิจหนังออนไลน์น่าจะโต จึงเริ่มเปิดเว็บ doonee ขึ้น ลองข้ามมาทำธุรกิจ “ออนดีมานด์” ปรากฎว่า เจอเว็บหนังเถื่อนเปิดให้ดูฟรี ซึ่งจากการเก็บสถิติพบว่า ผู้ที่ให้บริการถูกลิขสิทธิ์นั้นครองตลาดอยู่เพียง 5% ส่วนอีก 95% ไปดูเว็บหนังเถื่อน กอบโกยเงิน จากค่าโฆษณา

“เราทำงานกันเหนื่อย มีการจ้างบุคลากรที่เป็นมืออาชีพเข้ามาทำงาน และหวังว่าเราจะสร้างอุตสาหกรรม สร้างงานให้คนในประเทศของเรา แต่...คนกลับนิยมบริโภคของเถื่อน เงินทั้งหมดลงสู่ใต้ดิน ทั้งที่ทางทฤษฎีแล้ว ตลาดออนดีมานด์ ควรจะเป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตขึ้น เพราะเราสามารถชมที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องจ่ายรายเดือน รายวันก็สามารถดูได้”

รวมตัวยื่นหนังสือ ขอภาครัฐช่วย สุดท้ายเหมือนเดิม

เจ้าของเว็บให้บริการดูซีรีส์และหนังออนไลน์ เปิดเผยต่อไปว่า เราได้รวมตัวกับผู้ทำธุรกิจเดียวกัน คือ doonee monomaxx iflix เพื่อเรียกร้องให้เกิดตามหลักที่มันควรจะเป็น

ป้จจุบันเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์มีนับพันเว็บ แต่การจะปิดได้สัก 1 เว็บ เป็นเรื่องที่ยากมาก แจ้งตำรวจก็แจ้งไป แจ้ง กสทช. ก็มีหน้าที่ ควบคุมและดูแล ซึ่งก็ทำงานตามตัวบทกฎหมายกำหนด หากจะจับกุมได้ ต้องเป็นกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ ไอซีที ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีข้อจำกัดของตัวเองอีก ซึ่ง 2 หน่วยงานหลังเขาจะเน้นไปที่เว็บลามกอนาจาร และหมิ่นสถาบัน แต่ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์

บริษัทสื่อเอ็นเตอร์เทนเมนต์ทยอยปิดตัว อยากรอดก็ต้องปรับตัว

ผู้บริหารหนุ่ม เผยว่า บริษัทที่เคยทำ โฮมวิดีโอ ในอดีตปิดเกือบหมด ถ้าไม่ปิดก็ต้องปรับตัวอย่างเช่นเรา แต่เท่าที่เห็นอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงในบ้านเราเติบโตช้ามาก เมื่อก่อนมีศูนย์วิดีโอใหญ่ๆ จ้างงานคนเป็นพัน แต่ปัจจุบันคนเหล่านี้ไปไหน...?

“มีเดีย ฮับ ปัจจุบัน อยู่ที่มาเลเซีย มีการสร้างงาน มีมืออาชีพอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นหมื่นคน มีการซื้อขายลิขสิทธิ์ จัดตั้งบรัษทสำหรับงานด้านนี้มากมาย แต่ประเทศไทย ไม่มี...เพราะการละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้ทุกอย่างไม่พัฒนา”

ถึงแม้ธุรกิจนี้จะเติบโต แต่ก็โตช้ามาก เพราะเจอเว็บเถื่อนแบบนี้ ทางอยู่รอดคือ การทำธุรกิจ Business to Business คือการซื้อขายลิขสิทธิ์กับภาคธุรกิจ ซึ่งเรามีรายได้จากส่วนนี้ด้วยการซื้อขายซีรีส์ให้กับทีวีดิจิทัล ดาวเทียม ประมาณ 80% ส่วน business to consumer ที่ให้ดูบนออนไลน์ แอพ เรามีรายได้เพียง 20%

“การแข่งขันในเชิงธุรกิจเรายินดี แต่ควรจะแข่งขันแบบถูกต้อง ถูกลิขสิทธิ์ แต่ถ้าเจอพวกเว็บเถื่อน เปิดให้ดูฟรี แบบนี้มันยากจริง ๆ ที่จะต่อกรด้วย เพราะเขาไม่มีต้นทุนเลย ถ้าเหตุการณ์ยังเป็นแบบนี้ เชื่อว่าธุรกิจสื่อบันเทิงก็ยากที่จะอยู่รอด”

สะท้อนปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ กูรูแนะเอกชนพึ่งตัวเอง ชี้หากปราบลิขสิทธิ์ได้ หนังแผ่นอาจยังพอขายได้

นอกจาก เจ้าของเว็บ doonee.com แล้ว ทีมข่าวฯ ยังได้สะท้อนปัญหานี้ผ่านวงการเกมด้วย ซึ่งสมัยก่อนเคยมีปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก ด้วยการเจอแผ่นผี แผ่นก๊อป แต่ปัจจุบัน สถานการณ์ของวงการเกมนั้นดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากตัวเอกชนหาวิธีป้องกัน

ในเรื่องนี้ นายกุมภฤทธิ์ พุฒิภิญโญ กูรูด้านเกม เจ้าของนามปากกา P-51 Mustang แห่งนิตยสาร PLAY บอกเรา ว่า ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์ในวงการเกมก็ยังแก้ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ดีกว่าสมัยก่อนมาก เนื่องจากตัวเอกชนเขาแก้ปัญหาของเขาเองด้วยการออกฮาร์ดแวร์ที่เครื่องเล่น หากเครื่องเล่นไม่สามารถเล่นของปลอมได้ แค่นี้คนก็ต้องหันมาซื้อของแท้

“เมื่อก่อนเคยมีเจ้าหน้าที่ปราบปรามแต่ของก๊อป ของละเมิดลิขสิทธิ์ไม่เคยหายไป มันอาจจะเกี่ยวเนื่องกับสภาพเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือ ครอบครัว เพราะสื่อบันเทิงเหมือนกับไม่สัมพันธ์กับค่าครองชีพ กลายเป็นของฟุ่มเฟือย คนจึงเลือกที่จะละเมิดลิขสิทธิ์”

ตอนยุคที่ขายแผ่นผี DVD นั้น หากมีการควบคุมได้ ไม่สามารถเล่นแผ่นผีได้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์จบ แต่..ตอนนี้ปัญหาของเราก้าวข้ามไปแล้ว ไม่ได้ละเมิดกันตัวเครื่องเล่น แผ่นก๊อป แต่เป็นออนไลน์ สตรีมมิ่ง โซเชียลมีเดีย หรือ ยูทูบ ตรงนี้ปัญหามันซับซ้อน สิ่งที่จะทำได้คืออาจจะต้องใช้กฎหมาย พูดคุย ควบคุมกัน

หนุ่มที่คลุกคลีในวงการเกม กล่าวต่อไปว่า นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ปัญหาของวงการหนัง ซีรีส์ออนไลน์ นั้น เห็นว่า มีทางเลือกน้อย ผู้ที่ให้บริการด้านนี้มีไม่มาก คอนเทนส์บางอย่างก็ไม่มีให้เขาดู เช่นซีรีย์ดังๆ บางเรื่อง ไม่ได้ถูกนำเข้ามาฉาย ก็ทำให้คนออกนอกลู่นอกทางไป หากมีทางเลือกมากกว่านี้ ของถูกกว่านี้ แล้วช่วยกันปลุกจิตสำนึกก็คงจะดีขึ้นบ้าง ยกตัวอย่างผมอยากดู game of thrones ผมจะดูได้ยังไง ในเมื่อระบบเซนเซอร์ยังเป็นแบบนี้

แผ่นเกมยังขายได้ ซื้อเกมผ่านระบบออนไลน์ กำลังมาแรง

ย้อนกลับไป 4-5 ปีก่อน ยอดขายแบบดิจิตอลดาวน์โหลด ขายได้เพียง 10% ของยอดขายทั้งโลก แต่ปัจจุบันขายกินไปประมาณ 40% แล้ว โดยเฉพาะเล่นใน PC แต่ถ้าเป็นเกมคอนโซล ยังขายแผ่นได้อยู่ ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่า การขายแบบดิจิตอล ช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ได้มาก ด้วยที่เครื่องที่เล่นนั้นมีโปรแกรมล็อกไม่ของละเมิดลิขสิทธิ์เล่นได้ ในขณะที่ PC ก็ยังละเมิดกันแบบหาได้ทั่วไป

วิธีการนี้เกิดมาจากคนขายเขาดัดหลังในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เวลาเล่นแบบออนไลน์คุณจะได้สิทธิประโยชน์ หากเล่นก๊อบปี้คุณจะไม่สามารถออนไลน์ได้อีก

เรื่องที่ต้องปรับคือ อยากให้เอกชนไปศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เช่นไปศึกษาความเร็ว ความถูก อยากให้เขาทำไปในทิศทางนั้น หรือ ได้อะไรที่คุ้มค่า เช่น ซื้อตั๋วหนังแล้วได้ของพรีเมียมที่ติดอยู่บนหัวกระป๋องน้ำเป็นต้น อย่างไรก็ดี ผมเองไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ จึงอยากให้ผู้ประกอบการลองศึกษาดู

"หากปราบละเมิดลิขสิทธิ์ได้จะทำให้ยอดขายตั๋วหนัง แผ่น ดีขึ้นหรือไม่ นายกุมภฤทธิ์ กล่าวว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมา เหมือนกับการพิสูจน์แล้วว่าการปราบอาจจะไม่ใช่วิธีการที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่จำเป็นต้องปราบ แต่ก็ควรจะมีหนทางอื่น เหมือนกับการปราบคอมมิวนิสต์ เราไม่ได้ชนะเพราะอาวุธ แต่เราชนะด้วยการทำให้เขามีกิน เราเองไม่สามารถฝากความหวังกับรัฐบาลได้ เอกชนก็คงต้องพึ่งด้วยตัวเอง และต่อไปก็อย่าหวังว่าจะมีการลงทุนอะไรในประเทศ เนื่องจากนโยบายพื้นฐานไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นรายย่อยในประเทศ หรือ รายใหญ่จากต่าง ในเมื่อนโยบายมันห่วยแตก ใครจะมาลงทุนทำอะไร เขาก็เลือกที่จะไปที่อื่น"


แสงสว่างที่ปลายถ้ำ หวังภาครัฐจริงจัง พ.ร.บ.คอมพ์ใช้ได้จริง

สอดคล้องกับ นายจตุพล ที่มองเห็นถึงปัญหานี้จะกระทบต่อภาพรวม และยังคงฝากความหวังไปที่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับใหม่ ที่จะช่วยได้บ้าง "จากที่อื่น พ.ร.บ.คอมพ์ฯ คือสิ่งคาดหวังไว้และอยากให้มันช่วยเหลือเราได้ หากภาครัฐอยากได้ข้อมูลเรายินดี แต่จะให้เราช่วยปราบขอบอกว่ามันไม่ใช่หน้าที่เราแล้ว

“ที่มันเป็นแบบนี้จะโทษที่ผู้บริโภคไม่ได้ เพราะต้องการหาทางเลือกที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดของเขากลับเป็นเว็บเถื่อน ดูฟรี จะให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค...คงทำได้ยาก เพราะมีของผิดลิขสิทธิ์อยู่เต็มเมือง แต่หากเว็บละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้ถูกปราบไปเรื่อย ๆ ค่อยๆ หมดไปเชื่อว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะหันกลับเข้ามาเอง ผมหวังลึกๆ ว่าเราจะเห็นแสงที่ปลายอุโมงค์ ส่วนตัวเชื่อว่าเงินหลักร้อย/เดือน ไม่ได้หนักหนา หากตลาดธุรกิจออนดีมานด์เติบโตขึ้น จะทำให้คุณภาพและบริการดียิ่งขึ้นด้วย"นายจตุพล กล่าว 

อ่านเพิ่มเติม 

ลัก(หนัง)ยุค 4.0 EP.2 เว็บเถื่อนปลิวยาก อยากปราบ'เจ้าทุกข์'ต้องโผล่