วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลี่ยงตายหมู่ไว้ก่อน

มวยตั้งรับอย่างเดียวมีแต่ช้ำกับช้ำ รอโดนน็อก

ตามสถานการณ์ที่รัฐบาลทหาร คสช.ต้องไล่ขันนอตยุทธศาสตร์ในงานด้านการประชาสัมพันธ์ รุกชิงพื้นที่กระแสคืน

แบบที่หัวหน้าทีมโทรโข่งอย่าง “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ประกาศไล่เคลียร์ข่าว แก้ปมร้อน โดยเฉพาะกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย

ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ข่าวด้านลบลามกระทบรัฐบาล

อาการนั่งไม่ติดของรัฐบาล เป็นผลจากปม “ถังแตก” เงินคงคลังเหลือ 7 หมื่นกว่าล้านบาท ที่โดนนักการเมืองฝ่ายต่อต้านฉวยจังหวะเขย่าเครดิตทำลายความมั่นใจทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.

จี้จุดอ่อน แทงใจดำ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. จนหลุดอาการเม้งแตกใส่นักข่าว ต้องมาขอโทษขอโพยกันภายหลัง

แต่โดยรูปการณ์มันก็เป็นอะไรที่บ่งบอกถึงภาวะเศรษฐกิจยังเป็นจุดอ่อนไหว ไม่ใช่เฉพาะรัฐบาล คสช. ไม่ใช่เรื่องลำพังของ “นายกฯลุงตู่”

แต่อันตรายกันทั้งประเทศไทย

นั่นจึงเป็นอะไรที่ทุกฝ่ายต้องตั้งหลัก ตั้งสติกันให้ดี อย่าคิดกันแค่เอามัน หรือ สะใจ เพราะถ้าทีมของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจเอาไม่อยู่รอบนี้ มีแววได้ “ตายหมู่” กันแน่

อย่างไรก็ตาม โดยบรรยากาศในห้วงมงคล การแต่งตั้ง “สังฆราช” องค์ที่ 20 ของกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางเสียงสาธุ อนุโมทนากันทั่วแผ่นดิน แสดงถึงความยินดีของพุทธศาสนิกชนคนไทยส่วนใหญ่ที่ตอบรับ “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์” ขึ้นเป็นสังฆราชองค์ใหม่ ในฐานะพระอริยสงฆ์ผู้มีวัตรปฏิบัติงดงาม

“พุทธจักร” กำลังกลับคืนสู่วิถีแห่งความสงบ

ส่วนความวุ่นวายของ “อาณาจักร” ก็ได้ลุ้นมากขึ้น ตามจังหวะความคืบหน้าในกระบวนการปรองดอง

ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการสร้างความปรองดอง นั่งหัวโต๊ะเรียกประชุมคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย อันได้แก่อนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น อนุกรรมการพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการ และอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์

ใช้ฤกษ์คิกออฟแคมเปญในวันวาเลนไทน์ 14 กุมภาพันธ์

เปิดระดมความเห็นในภาพกว้างจากทุกภาคทั่วประเทศ เน้นการส่งเทียบเชิญพรรคการเมืองร่วมเสนอความคิดเห็นทุกพรรค ทุกค่าย ทุกสี ทุกขั้ว

แต่ปรามดักคอไว้ก่อนเลย ห้ามเถียงกันทำให้เสียบรรยากาศปรองดองล่มตั้งแต่ยังไม่ออกตัวเหมือนที่ผ่านมา

ขีดเส้นตายภายใน 3 เดือนต้องเห็นน้ำเห็นเนื้อ โดยไม่กำหนดตายตัวว่าจะต้องทำเอ็มโอยูหรือลงสัตยาบัน เพราะสิ่งสำคัญคือรับปากปรองดองแล้วห้ามเบี้ยว ห้ามกลืนน้ำลาย

เพราะนั่นจะโดนประจาน ชี้เป้าให้สังคมประณาม

ปรองดองสูตรเข้มข้นเฉพาะหน้าในแบบฉบับทหารเป็นกรรมการคนกลาง พอเห็นลู่ทางไปต่อได้

สอดคล้องกับสัญญาณด้านบวก ที่บรรดา “บิ๊กเนม” ของเมืองไทยตอบรับเข้าร่วมวงคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ทั้งนักวิชาการระดับหัวแถว นักธุรกิจชั้นนำระดับซีอีโอของธุรกิจยักษ์ใหญ่

โดยเฉพาะชื่อของนายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการอังค์ถัดและอดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) ที่จะทำให้มีน้ำหนัก

เครดิตของ ป.ย.ป.มีน้ำมีนวลขึ้นเยอะเลย.

ทีมข่าวการเมือง