ฝูงวาฬ 400 ตัวเกยตื้น เต็มหาดแดนกีวี - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

ฝูงวาฬ 400 ตัวเกยตื้น เต็มหาดแดนกีวี

ช่วยรอดแค่ ‘100’ เร่ง-ทำลายซาก

สุดสลด วาฬนำร่องกว่า 400 ตัว ขึ้นมาเกยตื้นเต็มหาดแฟร์เวลล์ สปีต ของนิวซีแลนด์ แต่ชาวบ้าน กับอาสาสมัครช่วยผลักดันกลับทะเลได้แค่ 100 กว่าตัว ต้องเร่งหาวิธีกำจัดซากวาฬที่ตาย ด้านนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานมีวาฬป่วยเป็นเหตุ เรียกพวกพ้องมาช่วย แต่จังหวะน้ำทะเลลงพอดี ทำให้ติดแหงกบนชายหาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานปรากฏการณ์แปลก ชวนพิศวงของฝูงวาฬนำร่อง โดยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. มีเหตุวาฬนำร่องกว่า 400 ตัว ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดแฟร์เวลล์ สปีต ภูมิภาคโกลเดน เบย์ พื้นที่ตอนเหนือสุดของเกาะใต้นิวซีแลนด์ ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 9 ก.พ. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งนายแอนดริว ลามาสัน ผู้จัดการประจำภูมิภาคฯ ของกระทรวงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมนิวซีแลนด์ มองว่า เป็นการเกยตื้นของวาฬนำร่องคราวเดียวมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ประเทศ ขณะที่ชาวบ้านและอาสาสมัครราว 500 คน พยายามเข้าช่วยเหลือผลักดันฝูงวาฬที่ยังไม่ตายกลับลงทะเล แต่ปฏิบัติการยามค่ำคืนเป็นไปด้วยความยากลำบากและอันตรายเกินไป ทำให้ภารกิจช่วยเหลือวาฬต้องดำเนินการตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้วาฬนำร่องตายมากกว่า 300 ตัว หรือราว 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ทางกระทรวงฯพยายามหาวิธีกำจัดซาก ซึ่งอาจใช้วิธีลากไปที่น้ำตื้นเพื่อเป็นอาหารของสัตว์ทะเล แต่อาจไม่เป็นผลดีต่อชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ หรืออาจใช้วิธีฝังกลบ ส่วนที่เหลือรอดชีวิตราว 100 ตัว ต้องผลักดันกลับสู่ท้องทะเลอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ปกติวาฬนำร่องขนาดโตสูงสุด ลำตัวยาว 6 ม.น้ำหนักมากสุด 2 ตัน และเป็นสายพันธุ์ที่พบเห็นบริเวณน่านน้ำทะเลของนิวซีแลนด์บ่อยที่สุด

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังให้คำตอบชัดเจนไม่ได้ว่าเหตุใดวาฬนำร่องเหล่านี้จึงพากันมาเกยตื้น โดยสันนิษฐานว่า อาจมีวาฬป่วยหรือวาฬแก่บางตัวมาเกยตื้นก่อนเพราะระบบนำทางบกพร่อง ทำให้วาฬส่งสัญญาณถึงพวกพ้องมาช่วยกันจนเกยตื้น เป็นจังหวะช่วงเวลาน้ำลดพอดี ด้านคณะกรรมการฝูงวาฬระหว่างประเทศ เผยว่า สัตว์เหล่านี้สามารถขึ้นมาเกยตื้นตายบนชายหาดได้ หรือตายกลางทะเลแล้วถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่งตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น ตามอายุขัย หรือเป็นโรค หรือจากฝีมือมนุษย์ เช่น สิ่งแวดล้อม

ส่วนนายลามาสันเชื่อว่า เหตุผลส่วนหนึ่งอาจเกิดจากภูมิศาสตร์ท้องถิ่น นั่นหมายถึง ภูมิภาคโกลเดน เบย์ เหมือนเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาสำหรับการล่าวาฬได้อย่างสมบูรณ์ เพราะออกนอกหาดแฟร์เวลล์ไป จะมีกับดักเป็นหลุมทรายขนาดใหญ่มาก และหาดก็ตื้นมาก ซึ่งหากฝูงวาฬว่ายเข้าไปถึงหาด มันเป็นเรื่องยากมากที่จะหาทางออก

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ก.พ. ปี 2558 บริเวณเดียวกันนี้ก็เคยเกิดปรากฏการณ์วาฬเกยตื้นมาแล้วราว 200 ตัว และตายไปกว่าครึ่งหนึ่ง ขณะที่นิวซีแลนด์ คือชาติที่มีวาฬ หรือโลมา มาเกยตื้นเฉลี่ยมากที่สุดของโลก ปีละราว 300 ตัว ส่วนการเกยตื้นครั้งนี้ถือว่าครั้งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของนิวซีแลนด์ โดยครั้งที่มีวาฬเกยตื้นมากที่สุดถึง 1,000 ตัวที่เกาะร้างไกล แชทัม อยู่ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของนิวซีแลนด์ ห่างจากเกาะใต้ราว 680 กม. เมื่อ พ.ศ.2461 หรือเมื่อ 79 ปีก่อน ต่อมา วาฬเกยตื้นอีก 450 ตัวที่โอ๊กแลนด์ เมื่อ พ.ศ.2528 แต่ที่หาดแฟร์เวลล์เท่าที่เคยมีคนพบเห็นระบุว่า มีวาฬเกยตื้นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ไม่น้อยกว่า 9 ตัว ทำให้ครั้งนี้ถือว่ามากที่สุด

นอกจากนี้ หลายประเทศก็เคยประสบเหตุฝูงวาฬเกยตื้น ทั้งที่อาร์เจนตินาเมื่อเดือน ต.ค.พ.ศ.2498 ซึ่งพบฝูงวาฬเพชฌฆาตขึ้นมาเกยตื้นพร้อมกันราว 835 ตัว ส่วนทางใต้ของชิลีเมื่อเดือน ธ.ค. พ.ศ.2558 ก็พบวาฬเกยตื้นกว่า 300 ตัว ขณะที่เกาะมาดากัสการ์เมื่อเดือน พ.ค. พ.ศ.2541 พบราว 100 ตัว และยังเป็นครั้งแรกที่มีการกล่าวโทษว่าเกิดจากการปล่อยระบบโซน่า คลื่นความถี่สูงเพื่อหาแหล่งก๊าซธรรมชาติ และที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือน เม.ย. พ.ศ.2558 พบฝูงวาฬหัวแตงโมขึ้นมาเกยตื้นราว 150 ตัว ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อปรสิต จนไปทำลายระบบนำร่องของวาฬเหล่านั้น จนว่ายน้ำผิดทิศทาง