นิทรรศการร.9 ปชช.แห่ชม ซาบซึ้งถึงกับหลั่งน้ำตา ‘ช่างสิบหมู่’ พาสื่อชมหุ่น - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

นิทรรศการร.9 ปชช.แห่ชม ซาบซึ้งถึงกับหลั่งน้ำตา ‘ช่างสิบหมู่’ พาสื่อชมหุ่น

ประชาชนแห่ชมนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” ถึงกับร่ำไห้สุดซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีต่อคนไทยมาตลอด 70 ปี ด้านนายกฯเผย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพอพระทัยจัดนิทรรศการเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ รับสั่งเป็นเรื่องที่ดี ประชาชนจะได้รับทราบสถาบันทำหน้าที่อย่างไร ด้านการทำเครื่องประดับตกแต่งพระเมรุมาศ ทั้งงานปั้นหุ่น และงานจิตรกรรม ทยอยเสร็จ ล้วนวิจิตรงดงามแสดงความเป็นไทย

ที่บริเวณท้องสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันเดียวกันนี้ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางมาเข้ากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากประชาชนทั่วไปแล้วยังมีสมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย นำผู้พิการจำนวน 300 คน เดินทางมากราบพระบรมศพด้วย

ส่วนที่บริเวณด้านหน้าอาคารนิทรรศการ “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” หน้าเต็นท์จุดพักคอย ด้านทิศเหนือของสนามหลวง มีประชาชนจำนวนมากต่างมารอเข้าชมนิทรรศการ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ประกาศว่า จะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00 น. แต่เมื่อถึงเวลาแล้วกลับไม่มีการเปิดให้เข้าชมแต่อย่างใด ทำให้ประชาชนที่มารอตั้งแต่เช้าแสดงความไม่พอใจ จนเจ้าหน้าที่ต้องมาพูดทำความเข้าใจ กระทั่งเวลา 10.00 น. จึงเปิดประตูให้ประชาชนเข้าชมได้รอบละกว่า 100 คน ใช้เวลารอบละไม่เกิน 30 นาที ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานคร ได้ประกาศให้คนที่ต้องการเข้าชมนิทรรศการ ให้เข้ามารอคอยที่เต็นท์ ช-ซ. และเมื่อถึงเวลาจะมีเจ้าหน้าที่นำเข้าชมในอาคารดังกล่าว โดยการเข้าชมนิทรรศการฯในวันแรก ประชาชนต่างให้ความสนใจ โดยเฉพาะที่โซน 2 พระราชาที่ทรงธรรมที่เป็นไฮไลต์ ที่มีการเผยแพร่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การแสดงสิ่งของเครื่องทรงงานส่วนพระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 อาทิ แผนที่และดินสอที่ใช้ทรงงาน รวมถึงสมุดจดบันทึก กล้องส่องทางไกล นาฬิกาข้อพระกร โต๊ะทรงงาน และแซกโซโฟนที่ทรงดนตรี เป็นต้น โดยประชาชนต่างนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงพระองค์ นอกจากนี้ ในโซนดังกล่าวมีการฉายวีดิทัศน์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดเวลา 70 ปี ทันทีที่ภาพยนตร์จบลง หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงงานหนักเพื่อคนไทยให้มีความอยู่ดีกินดี

ต่อมา พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรอง ผอ.กอร.รส.กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนทั่ว ไปจะเข้าชมนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลว่า ประชาชนที่เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพจะมีเจ้าหน้าที่จัดคิวเพื่อเข้าชมนิทรรศการได้ตามความเหมาะสม และสำหรับประชาชนที่ประสงค์ จะเข้าชมนิทรรศการเพียงอย่างเดียว หลังจากการตรวจความปลอดภัยแล้ว ให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอชมนิทรรศการเพียงเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำไปยังจุดพักคอยอีกส่วนหนึ่ง เพื่อรอการเข้าชมนิทรรศการตามลำดับต่อไป ทั้งนี้ จะต้องแต่งกายชุดสุภาพสีดำเช่นเดียวกับการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือน มิ.ย.นี้

ขณะเดียวกัน ที่กระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวว่า จากที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการ “เย็นศิระ เพราะพระบริบาล” เมื่อวันที่ 9 ก.พ.ทรงพอพระทัยในการจัดนิทรรศการเป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ทรงมีกระแสรับสั่งว่าเป็นเรื่องที่ดีประชาชนจะได้รับทราบว่าสถาบันได้ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงวางรากฐานต่างๆมากมาย ซึ่งต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าตรงนี้คือรากฐานของประเทศที่จะทำให้ประเทศมีความเข้มแข็งบนรากฐานอันแข็งแกร่ง พวกเราทุกคนก็รับสนองพระบรมราโชบายของพระองค์ท่านในการที่จะทำให้ศาสตร์พระราชาทั้งหมดไปสู่การขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรมทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องโครงการพระราชดำริกว่า 4 พันโครงการ ศูนย์พัฒนาทั้งหมด 6 ศูนย์ ซึ่งตนเองได้กราบบังคมทูลฯ ไปว่าปัจจุบันมี 134 ประเทศ ได้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดความเหมาะสมตามภูมิศาสตร์ของประเทศนั้นๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการถวายรางวัลจากสหประชาชาติว่าได้ทำคุณประโยชน์ต่อโลก ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระทัยในทุกด้าน และตรัสว่าทำได้ดี พร้อมขอให้ช่วยกันทำต่อไป และทรงมีกระแสรับสั่งด้วยว่างานสำคัญต่างๆก็มีความก้าวหน้าเรื่อยๆ รวมทั้งรับสั่งถึงงานที่ต้องช่วยกันในระยะใกล้คืองานวันมาฆบูชา งานสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ ทรงรับสั่งว่าบ้านเมืองเราจะได้มีความสงบร่มเย็น

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดสร้างปั้นลวดลายและหล่อส่วนประกอบ ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ โดยนายสมควร อุ่มตระกูล ผอ.สำนักช่างสิบหมู่ นายประสพสุข รัตน์ใหม่ หัวหน้ากลุ่มประติมากรรม นำสื่อมวลชนเข้าชมการทำงานที่สำนักช่างสิบหมู่ ถนนพุทธมณฑลสาย 5 โดยนายสมควรระบุว่า งานปั้นที่กลุ่มประติมากรรม สำนักช่างสิบหมู่ รับผิดชอบประกอบไปด้วย 1. พระโพธิสัตว์นูนสูงประกอบยอดเหม จำนวน 4 ด้าน 2. พระศิวะ พระนารายณ์ พระอินทร์ พระพรหม อย่างละ 1 องค์ 3. เทวดายืนรอบพระเมรุมาศ จำนวน 12 องค์ ถือพุ่มโลหะ 4 องค์ เชิญฉัตร 8 องค์ 4. เทวดานั่งรอบ พระเมรุมาศ จำนวน 56 องค์ ถือบังแทรก 5. ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ขนาดความสูง 200 ซม. 6.คชสีห์ ราชสีห์ ประดับบันได จำนวน 4 คู่ 7. สัตว์มงคลประจำทิศ ช้าง ม้า โค สิงห์ ประดับทางขึ้นบันได ประจำทิศ ละ 1 คู่ จำนวน 8 ตัว 8. ครุฑยืนรอบ พระเมรุมาศ ชั้นที่ 3 จำนวน 3 คู่ 9. ครุฑประดับหัวเสา 3 ขนาด 150-160-170 ซม. 10. เทพพนมประดับรอบท้องไม้พระเมรุมาศองค์ประธาน จำนวน 28 องค์ 11. เทพชุมนุมรอบฐานท้องไม้พระเมรุมาศชั้นล่าง จำนวน 108 องค์ 12. ราวบันไดนาค 1 เศียร ชั้นที่ 1 นาค 3 เศียร ชั้นที่ 2 และนาค 5 เศียร ชั้นที่ 3-4 จำนวนรวม 32 ตัว 13. ครุฑยุดนาค ประดับรอบท้ององค์ประธาน จำนวน 28 องค์ 14. สัตว์หิมพานต์ สิงห์ 4 ตระกูล ม้า โค และกระต่าย จำนวน 200 ตัว 15. ช้าง 10 ตระกูล 16. สุนัขทรงเลี้ยง คุณทองแดง ขณะนี้ช่างประติมากรรมของสำนักช่างสิบหมู่ กำลังเร่งดำเนินการกันอย่างทุ่มเทและต่อเนื่อง ส่วนไหนปั้นเสร็จแล้วก็จะทำพิมพ์ แล้วส่งไปหล่อไฟเบอร์กลาส ที่ท้องสนามหลวง คาดว่างานปั้นต้นแบบทุกชิ้นจะแล้วเสร็จภายใน เม.ย.-พ.ค.นี้

ด้านนายประสพสุขกล่าวว่า งานปั้นขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากกว่าครึ่ง จากจำนวนชิ้นงานที่ต้องปั้น 27 ชิ้น ขณะนี้ชิ้นงานที่เสร็จแล้วคือ สัตว์มงคลม้าคู่ ได้จัดทำพิมพ์แบบแล้วนำแบบขนย้ายไปดำเนินการหล่อด้วยไฟเบอร์กลาส ที่ท้องสนามหลวง คาดว่างานปั้นจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามชิ้นแรกคือ พระพรหม ตามมาด้วยเทวดานั่งถือบังสูร ช้าง โคคู่ พระนารายณ์ ขณะที่สิงห์สี่ภาคและคชสีห์กำลังอยู่ระหว่างการปรับแบบ

ทั้งนี้ นายนพรัตน์ บุญมี นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ สำนักช่างสิบหมู่ ผู้รับผิดชอบการปั้นปฏิมากรรมม้าและสิงห์ กล่าวว่า ปั้นม้าเสร็จแล้ว ขณะนี้กำลังหล่อ ความพิเศษของม้าอยู่ตรงที่เป็นม้าทองแดง หรือมีอัณฑะลูกเดียว ที่ถือว่าเป็นม้าที่มีอยู่ไม่มาก เป็นการสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์และความฉลาด ขณะนี้กำลังปั้นสิงห์ ที่จะให้เป็นสิงห์สี่ภาค หรือมีลายของแต่ละภาคอยู่ในแต่ละตัว ความยากคือสิงห์นั้นไม่เคยมีใครเห็นตัว ต้องใช้จิตนาการมาช่วย แต่ตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ เช่นเดียวกับนายพิทักษ์ เฉลิมเล่า ผู้ปั้นปฏิมากรรมพระพรหม เผยว่า พระพรหมมีสี่หน้า เปรียบเหมือนกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีพรหมวิหารสี่อยู่ในพระองค์

ส่วนนายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ จิตรกรชำนาญการพิเศษ สำนักช่างสิบหมู่ กล่าวถึงการเขียนภาพลงบนฉากบังเพลิงที่ใช้เป็นเครื่องกั้นและบังลมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่าฉากมีลักษณะเป็นฉากพับได้ติดไว้กับเสาพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้าน ฉากแต่ละด้านมีขนาดกว้าง 5 เมตร สูง 4.50 เมตร ใหญ่กว่าฉากบังเพลิงที่ผ่านมา โดยแต่ละทิศแสดงเรื่องราวนารายณ์อวตาร ฉบับพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 จำนวน 8 ปาง และมีกลุ่มเทวดาแสดงความยินดีและรับกลับสู่สรวงสวรรค์ นอกจากนี้ ยังมีการแสดงเรื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระ ราชดำริ ทั้งหมวดน้ำ-ดิน โดยยกกรณีในโครงการและศูนย์ศึกษาการพัฒนาจากทั่วประเทศ อาทิ ฝายต้นน้ำเพื่อชะลอน้ำศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ้องไคร้ จ.เชียงใหม่ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และกังหันน้ำชัยพัฒนา ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนและโครงการหุบกระพง-ดอยห้วยขุน เป็นต้น

นายเกียรติศักดิ์กล่าวด้วยว่า การเขียนภาพจิตรกรรมฉากบังเพลิงนี้ดำเนินตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้แนวทางไว้เมื่อครั้งที่กลุ่มเขียนภาพจิตรกรรมพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง รับสั่งให้เป็นแบบปัจจุบัน คือ ภาพเขียนมีลักษณะ 2 มิติครึ่ง ที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ใช้ตัดเส้นรอบนอกแบบไทยโบราณ และปิดด้วยทองคำเปลว ส่วนการเขียนด้วยสี ใช้สีแบบด้าน ได้อารมณ์รู้สึกมากกว่าสีฝุ่น


advertisement