วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรงรับฎีกานิมนต์ สังฆราช สถาปนาองค์ที่20

ถ่ายทอดพิธีใหญ่วัดพระแก้ว โฆษกสตช.ยันไม่ใช่วางเพลิง ประตูพระวิหาร‘วัดราชบพิธฯ’

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์รับฎีกานิมนต์เข้ารับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แล้ว ขณะที่ทางวัดราชบพิธฯ เตรียมแจกเหรียญตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ “ออป” และหนังสือพระประวัติฯ แก่ผู้มาสักการะวันที่ 13-15 ก.พ. ด้านที่ประชุม มส.มอบสมเด็จพระวันรัต วัดบวรฯ เป็นตัวแทนคณะสงฆ์ กล่าว “สงฺฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” และถือเป็นโอกาสมงคลที่จะได้ยินเสียงย่ำระฆังที่หอระฆัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม อีกครั้ง ส่วนเหตุเพลิงไหม้ประตูพระวิหาร วัดราชบพิธฯ รองโฆษก สตช.ยืนยันว่าไม่ใช่การวางเพลิง แต่ต้องรอผลการตรวจของกองพิสูจน์หลักฐานในสัปดาห์หน้า

ที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 10 ก.พ. เวลา 09.39 น. สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ได้ลงมายังพระอุโบสถ เพื่อทำพิธีรับฎีกานิมนต์เข้ารับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้ถวายพานพุ่มดอกไม้จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ต่อด้วยเวลา 09.49 น.นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำฎีกานิมนต์ถวายแด่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พร้อมทั้งอ่านฎีกานิมนต์ ความว่า ขอกราบอารธนาเจ้าประคุณสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ วัด ราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เพื่อเข้ารับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 12 ก.พ.2560 เวลา 18.00 น. ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง

จากนั้น นายออมสินได้ถวายฎีกานิมนต์แด่ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พร้อมถวายพานพุ่มสักการะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พูดคุยกับนายออมสินอยู่ประมาณ 10 นาที ก่อนจะกล่าวกับสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาถ่ายภาพทำข่าวว่า ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองให้ดี เรื่องการถ่ายภาพจะนั่งให้ถ่ายภาพตรงนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ แต่อย่างใด

ต่อมา นายออมสินกล่าวภายหลังเข้าถวายฎีกานิมนต์สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ว่า ได้เรียนท่านว่า ต่อไปนี้ท่านจะมีภารกิจมากมาย คงต้องเหนื่อยขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ท่านอายุจะ 90 ปีแล้ว แต่ยังดูแข็งแรงอยู่ จากนั้นก็ได้พูดคุยกันทั่วไป โดยที่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ท่านไม่ได้มีการฝากอะไรกับตนเป็นพิเศษ

ด้าน พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ กล่าวว่า ตามที่วันที่ 13-15 ก.พ. ที่ทางวัดจะเปิดให้ถวายสักการะสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ภายหลังจากที่ท่านได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชแล้ว จำนวน 2 รอบ คือ เวลา 09.00-10.30 น. และเวลา 14.00-16.00 น. ทางวัดจะแจกเหรียญตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ “ออป” และหนังสือพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช ให้แก่ผู้ที่มาถวายสักการระด้วย สำหรับศาสนกิจของท่านในวันที่ 11 ก.พ. ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ จะปฏิบัติศาสนกิจที่วัด โดยเป็นประธานประกอบพิธีมาฆบูชา เวลา 09.00 น. มีพิธีแสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ ทำวัตรเช้า และเริ่มเวียนเทียนในเวลา 19.00 น.

ขณะที่นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ออกประกาศแจ้งไปยังทุกวัดทั่วโลกแล้วว่า ในวันพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชช่วงที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายน้ำพระมหาสังข์ทักษิณาวรรต แด่สมเด็จพระสังฆราช คณะสงฆ์ทั่วโลกจะย่ำระฆัง 3 ลา คือ รัวระฆังยาวตามความเหมาะสมแล้วหยุด ทำซ้ำจำนวน 3 ครั้ง ในช่วงเวลาดังกล่าว โดยให้คณะสงฆ์ทั่วโลกติดตามการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพื่อให้ปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกันในการถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20

ส่วนที่กระทรวงอุตสาหกรรม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงวันมาฆบูชา เอาศาสนามาเป็นตัวนำ เป็นหลักในการดำรงชีวิต และทำงานก็จะทำให้ความขัดแย้งต่างๆ หมดไปด้วยหลักของศาสนา เพราะคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พิสูจน์ได้ว่าทุกอย่างทำได้จริง อย่างเรื่องทุจริตก็ต้องมีหิริโอตัปปะ ทั้งความละอาย และความเกรงกลัวต่อบาป ถ้าวันนี้ยังไม่กลัวกันก็ช่าง ตายไปแล้วก็จะรู้ การทำงานวันนี้ต้องใช้หลักของอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค วันนี้มี 2 อย่างที่นำมาใช้ได้โดยไม่ยุ่งยาก คือ คำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสุภาษิตไทย ซึ่งความกตัญญูกตเวทีเป็นเรื่องของคนดี การไม่ทุจริตโกงกิน เป็นบ่อเกิดของความเจริญ

ต่อมาในช่วงเย็น ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุมมหาเถร สมาคม (มส.) โดยสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ในระหว่างการประชุม เจ้าหน้าที่กองพระราชพิธี สำนักพระราชวังได้เข้ามาซักซ้อมให้กับกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่จะเข้าร่วมพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ในวันที่ 12 ก.พ.นี้ด้วย

ภายหลังการประชุม มส. พระพรหมเมธี (จำนง ธมฺมจารี) กรรมการและโฆษก มส. กล่าวว่า นายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. ได้แจ้งต่อที่ประชุม มส. ว่า นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง มีหนังสือแจ้งว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดฯสถาปนาสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ในวันที่ 12 ก.พ.2560 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งที่ประชุม มส.ได้รับทราบ นับเป็นเรื่องสิริมงคลรับปี 2560 ส่วนพระราชพิธีในวันที่ 12 ก.พ.นั้น สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหาร จะเป็นตัวแทนคณะสงฆ์ กล่าว “สงฺฆราชฏฺฐปนานุโมทนา” ซึ่งเป็นคำกล่าวอนุโมทนาในโอกาสการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ขณะเดียวกัน จะมีการนิมนต์พระสงฆ์ระดับกรรมการ มส. เจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ทั้งฝ่ายมหานิกาย และธรรมยุต รวม 172 รูป เจริญพระพุทธมนต์ชัยมงคลคาถา ในพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย ทั้งยังถือเป็นโอกาสมงคลที่จะได้ยินเสียงยํ่าระฆังที่หอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดารามอีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งระฆังดังกล่าวจะย่ำในพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช หรือสถาปนาพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น โดยการย่ำระฆังในโอกาสดังกล่าวนั้น จะย่ำทั้งหมด 3 ลา และย่ำอีก 20 ครั้งส่งท้าย ซึ่งหมายถึง สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ทั้งนี้การยํ่าระฆังเป็นความ เชื่อตามโบราณราชประเพณี ในการบอกให้กับเทพยดาในจักรวาลได้รับทราบข่าวอันเป็นมงคลนี้

ส่วนกรณีเพลิงไหม้ประตูพระวิหารวัดราชบพิธฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นำเจ้าหน้าที่ช่างสิบหมู่เข้ามาตรวจความเสียหายบานประตู พระวิหารวัดราชบพิธฯ จากนั้นให้สัมภาษณ์ว่าเจ้าหน้าที่สำนักช่างสิบหมู่ตรวจดูความเสียหายประตูวิหารที่ถูกไฟไหม้ เบื้องต้นพบความเสียหายเพียงเล็กน้อยประมาณร้อยละ 30 ตนจึงมอบหมายให้สำนักช่างสิบหมู่เร่งตรวจสอบ และดำเนินการบูรณะ นอกจากนี้ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติได้เริ่มบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แล้วตั้งแต่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯจนกระทั่งเสร็จสิ้นพระราชพิธีทั้งหมด

ด้านความคืบหน้าทางคดีนั้น ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วัดราชบพิธฯมีการบูรณปฏิสังขรณ์ในวัดจำนวนหลายจุด โดยว่าจ้าง บริษัท ปวช.ลิขิตการสร้าง จำกัด ตั้งแต่เดือน ธ.ค.58 ตั้งแต่ด้านนอกเจดีย์กลม และบริเวณด้านในวิหาร จุดเกิดเหตุอยู่บริเวณวิหารด้านหลังเจดีย์กลม มีความเสียหายที่ประตูไม้ทำจากไม้สัก กว้าง 50 ซม. สูง 2 เมตร สลักเป็นรูปลายกนก มีอายุกว่า 150 ปี โดยจะหยุดทำงานในช่วงเวลา 17.00 น. และเวลา 18.00 น. คนคุมงานจะเดินตรวจสอบความเรียบร้อยโดยรอบพื้นที่ที่บูรณะ จนช่วงเช้าวันที่ 9 ก.พ. เจ้าหน้าที่วัดได้เปิดประตูวิหารตามปกติ แต่เมื่อเปิดประตูพบว่ามีควันและแสงไฟเล็กน้อยบริเวณขอบประตู และคานด้านบนประตูไม้สัก จึงรีบดับและเรียกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

พล.ต.ต.ทรงพลกล่าวอีกว่า กองพิสูจน์หลักฐาน และการไฟฟ้านครหลวง ร่วมกันตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ โดยในเรื่องของสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร จากการตรวจสอบสายไฟ จุดปลั๊กจุดต่อเชื่อมมีสภาพปกติไม่มีร่องรอยไฟไหม้ ส่วนเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์หรือไม่ ยืนยันว่าไม่ใช่การวางเพลิงเผาทรัพย์แน่นอน เพราะลักษณะการไหม้เป็นลักษณะของการคุ ในทางวิชาการเป็นการลุกลามขยายวงกว้างแบบไม่มีเปลวไฟ จากการสอบสวนคนงานที่รับผิดชอบบริเวณจุดดังกล่าวทราบว่า มีการเจียนเหล็ก ทำให้เกิดสะเก็ดไฟที่จุดเกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามข้อมูลจากเลขาฯ สมเด็จพระสังฆราช ไม่พบประเด็นอื่นที่น่าสงสัย และท่านไม่ได้ติดใจเรื่องใดเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามต้องรอผลการตรวจของกองพิสูจน์หลักฐาน คาดว่าผลการตรวจสอบจะออกมาในสัปดาห์หน้า ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบเป็นการกระทำโดยประมาทจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป