บิ๊กตู่ ขอทุกคนร่วมมือ ป.ย.ป.สร้างปรองดอง อย่าติติง บิดเบือน ไร้เหตุผล - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

บิ๊กตู่ ขอทุกคนร่วมมือ ป.ย.ป.สร้างปรองดอง อย่าติติง บิดเบือน ไร้เหตุผล

นายกฯ ชี้ ป.ย.ป.ไม่ใช่ยาวิเศษรักษาทุกโรค แต่เป็นเครื่องมือทำงานใหม่ "ลดจุดอ่อน-เสริมจุดแข็ง" ชี้ สื่อโซเชียลมีอิทธิพลสูง แนะ สังคมเสพข่าวอย่างระมัดระวัง หาข้อมูลก่อนแสดงความเห็น หวั่นประเทศเสียหาย เปรียบบังคับใช้ ก.ม.เหมือนตัดเสื้อให้พอดีตัว ประยุกต์หลักสากลปรับใช้เข้ากับสังคมไทย

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า ตนหวังไว้กับการทำงานของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่ตนก็ดีใจที่ทุกคนให้ความสนใจ และทำให้รัฐบาลมีกำลังใจในการทำงาน แต่ไม่อยากให้เข้าใจว่าคำว่า ป.ย.ป. หรือ คณะกรรมการ 3–4 คณะนั้น เป็นยาวิเศษที่รักษาทุกโรคได้ทันทีทันใจ เพราะ ป.ย.ป.ถือว่าเป็นการปรับปรุงพัฒนารูปแบบในการทำงานของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหาเครื่องมือในการทำงานใหม่ๆ เพื่อลดจุดอ่อนเสริมจุดแข็ง เพิ่มศักยภาพในการบริหารราชการแผ่นดินให้ทันต่อเวลาและสถานการณ์ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลต้องนำสิ่งเหล่านี้มาขับเคลื่อน ไม่ใช่คนคิดก็คือคนคิด คนทำก็คือคนทำ แต่ต้องทำให้ไปด้วยกันได้ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งก็มีทั้งผู้หวังดี ไม่หวังดี ทำให้หลายอย่างหยุดชะงัก จึงขอเพียงความเข้าใจ ขอให้ทุกคนคิดว่าดีต่อประเทศชาติ ก็ขอความร่วมมือใครที่คิดว่าไม่ตรงก็เสนอความคิดเห็นให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ไปติติงโดยไม่มีหลักการและเหตุผล ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอ จนทำให้สังคมไม่เข้าใจ วุ่นวายเหมือนเดิมๆ ตนขอร้องเพราะทุกคนเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บังคับบัญชาของทุกหน่วยงาน และผู้ใต้บังคับบัญชาของทุกหน่วยงานก็ต้องขับเคลื่อนไปกับผู้บังคับบัญชาด้วย เพราะประเทศชาติไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนไม่กี่คน แต่ขับเคลื่อนด้วยคนทุกคน

"ผมขอเน้นย้ำว่าการที่เราจะเอาชนะต่ออุปสรรคต่างๆ ของประเทศ ที่เรียกว่า กับดัก ต้องอาศัยความเข้าใจและความร่วมมือ ปัญหาของประเทศไทยมีไม่กี่เรื่อง เรื่องแรก คือ ประชาธิปไตย ต้องทำความเข้าใจควรจะเป็นอย่างไร ส่วนเรื่องที่ 2 การลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรมในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม และ 3. เรื่องการศึกษา ที่ต้องสร้างหลักคิด และทำให้คนรู้จักคิดในสิ่งที่ดี อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกคนเข้าใจแก้ปัญหาร่วมกัน รัฐบาลก็จะแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สื่อโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูง และแพร่กระจายออกไปได้กว้างขวาง ทั้งในสังคมไทยและโลกอย่างรวดเร็ว ทุกคนสามารถเป็นผู้สื่อข่าวหรือสร้างข่าวได้เอง และผู้คนสามารถเสพข้อมูลรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้รวดเร็ว แต่สิ่งที่เป็นอันตรายมากที่สุดคือ การสร้างการรับรู้ที่ผิดๆ บิดเบือน โดยไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเมื่อออกไปสู่สังคมโลกก็เสียทั้งตัวเอง ทั้งประเทศชาติ จึงขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจ หาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นใดที่เป็นความขัดแย้ง ซึ่งตนหวังแต่ว่าให้สถานการณ์สงบไม่วุ่นวาย ให้ได้รับแก้ไขด้วยคนไทยกันเองก่อน เราไม่อยากให้ใครมาช่วยเรา เพราะเหมือนการยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ เพราะบางอย่างเราทำได้ บางอย่างทำเสร็จเร็ว บางอย่างต้องค่อยๆ ทำ เพราะความขัดแย้งสูง รวมถึงหลายอย่างเก็บมาจากรัฐบาลก่อนๆ เราต้องมาจัดระเบียบให้ดีในกรอบของการบริหารราชการแผ่นดิน การใช้จ่ายงบประมาณ หรือการจัดทำแผนงานโครงการต่างๆ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน การบังคับใช้กฎหมาย เราทำตามใจตนเองทั้งหมดไม่ได้ จะต้องอิงกฎกติกาสากลว่าโลกเขาคิดกันอย่างไร จะคิดขวางโลกเป็นจระเข้ขวางคลองไปทุกเรื่องคงไม่มีใครคบ หรือเราจะก้มหน้าใส่เสื้อโหลที่เขาตัดมาให้เบอร์เดียว แล้วให้ใส่กันทั่วโลกก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากแต่ละประเทศมีประวัติศาสตร์ มีโครงสร้างสังคม อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความเป็นมาเป็นไปของตนเองทั้งนั้น สำหรับประเทศไทยเราต้องรู้จักประยุกต์หลักการสากล มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย ก็เหมือนกับไปตัดเสื้อ ไปสั่งตัดเสื้อตามร้าน ซึ่งถ้าวัดพอดีกับตัวเราจะทำให้สวมใส่อย่างสบาย ดูดีมีสง่า ไม่หลวม ไม่คับ ไม่รัดจนอึดอัด จนน่าเกลียด ก็เหมือนกับประเทศที่ต้องเดินหน้าไปแบบนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราออกกฎหมายมามากมาย ในเชิงป้องกันที่จะทำควบคู่ไปกับมาตรการลงโทษที่เหมาะสม ก็ไม่ใช่เครื่องรับประกันว่า เราจะห้ามสิ่งเหล่านั้นไม่ให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นข้าราชการทุกคนต้องพึงปฏิบัติ ประชาชนก็ต้องร่วมมือกัน และศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนให้เรารู้ว่า การบังคับใช้กฎหมาย ต้องใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ นำมาปรับใช้ควบคู่กัน

"ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนคงเข้าใจว่าการบังคับใช้กฎหมายอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ก็เหมือนกับเชือกเส้นหนึ่งที่ตึงเกินไปก็ขาด หย่อนไปก็ไม่ได้ ยิ่งประเด็นระดับโลก เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหายาเสพติดที่กำลังแพร่หลาย ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ นับว่าจะมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น การก่อเหตุรุนแรงและการก่อการร้าย เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะมีองค์กรระหว่างประเทศ ต่างประเทศหลายองค์กรจับตาดูอยู่ ถ้าผิดพลาดเราอาจจะถูกมาตรการลงโทษ กีดกันทางการค้า หรือกดดันเรื่องอื่นๆ ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ซื้อสินค้า ไม่คบค้าสมาคมด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว


advertisement