คดีครูจอมทรัพย์ สืบพยานเสร็จสิ้น 3วัน 24ปาก รอศาลฎีกาฟันธง แพะหรือไม่ - thairath.co.th
บริการข่าวไทยรัฐ

คดีครูจอมทรัพย์ สืบพยานเสร็จสิ้น 3วัน 24ปาก รอศาลฎีกาฟันธง แพะหรือไม่

จบสิ้นกระบวนการสืบพยานคดีประวัติศาสตร์ "ครูแพะ" อดีต ส.ว.ยืนยันต่อศาล มีกลุ่มเพื่อนครูจอมทรัพย์มาขอให้ช่วยจริง รอง ผบช.ภาค 4 ขึ้นเบิกความด้วย มั่นใจในพยานหลักฐาน จากนี้ต้องรอศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ครู เป็นแพะ หรือไม่ใช่แพะ...

เวลา 16.00 น. วันที่ 10 ก.พ. 60 วันที่สาม ของการสืบพยานที่ครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครู จ.สกลนคร ผู้ต้องโทษจำคุกในคดีขับรถชนคนตาย ขอรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ศาลจังหวัดนครพนม นัดสืบพยานวันที่ 8-10 ก.พ. 60 วันที่ 8 ก.พ. สืบฝ่ายผู้ร้อง คือ ฝ่ายครูจอมทรัพย์ รวม 9 ปาก

จากนั้น ทางฝ่ายผู้คัดค้าน คือ อัยการ นำพยานขึ้นเบิกความทั้งหมด จำนวน 9 ปาก มี 1. นายเสริฐ รูปสะอาด 2. นายธีราทร แสงเงิน จากตัวแทนบริษัทวิระยะประกันภัย 3. นายเมธี แสนพินิจ เจ้าหน้าที่จากขนส่งจังหวัดมุกดาหาร 4. นายรัน โทนแก้ว 5.นายอุบล ไชยบัน 6. นายธวัชชัย ไชยบัน 7. นายชยพล ปาหลา 8. นายประเสียน ทองมหา และ 9 น.ส.กาญจนา โทนแก้ว สาระสำคัญในการเบิกความ ยืนยันในเรื่องของการครอบครอง รถยนต์ บค 56 มุกดาหาร ว่า ไม่ได้อยู่ในการครอบครองของ นายสับ วาปี ที่ออกมาอ้างว่าเป็นคนขับรถยนต์ชนคนตายในคดีดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2548 แต่รถอยู่ในการครอบครองของ นายอุบล ไชยบัน ระหว่างปี 2547 ถึง 2551

ส่วนการสืบพยานวันที่ 10 ก.พ. เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. ฝ่ายคัดค้านเบิกความพยานปากแรก มี พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 รับผิดชอบหน้าที่ดูแลงานสอบสวน ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีครูจอมทรัพย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ปัจจุบันตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ในฐานะได้รับคำสั่งจากตำรวจภูธรภาค 4 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เป็นพยานในศาล และนำสืบต่ออีกรวม 6 ปาก

มีการเบิกความตามลำดับดังนี้ พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ สัมฤทธิ์สกุลชัย รอง ผกก.สอบสวน สภ.เรณูนคร ในฐานะที่เคยสอบสวน นายเสริฐ รูปสะอาด และนายสับ วาปี ที่อ้างว่าเป็นคนขับรถตัวจริง คนที่ 2 ร.ต.อ.ชัยบัญชา วังคะฮาต ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ สภ.เรณูนคร คนที่ 3 พ.ต.อ.ปราโมทย์ อุทากิจ หัวหน้าพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม คนที่ 4 พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ในฐานะพยานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มขบวนการที่ตำรวจระบุว่ารับจ้างรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ คนที่ 5 พ.ต.ท.อดิศักดิ์ ชมศรีหาราช พนักงานสอบสวน สภ.นาโดน และ คนที่ 6 พ.ต.อ.ไพโรจน์ กุจิระพันธ์ ปัจจุบันตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ในฐานะได้รับคำสั่งจากตำรวจภูธรภาค 4 ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมพยานของฝ่ายผู้คัดค้านทั้งหมด 15 ปาก

สำหรับประเด็นสำคัญในการสืบพยานของฝ่ายผู้คัดค้านในวันนี้ คือ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ที่ออกมายืนยันต่อศาลว่า ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556 ได้ มีนายวิจิตร คำลือชัย ในฐานะเพื่อน ได้นำ นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง ที่เป็นเพื่อนกับครูจอมทรัพย์ รวมถึง นายสับ วาปี นายเสริฐ รูปสะอาด และสามีครูจอมทรัพย์ คือ นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร กับคนที่เดินทางมาด้วยอีกหลายคน รวมทั้งหมด 10 คน เพื่อมาหาแนวทางช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ เนื่องจากตนเป็นทนายความ รวมถึงเป็นบุคคลที่สังคมให้การยอมรับ พร้อมขอร้องให้ทำการบันทึกรับรองว่า นายสับ วาปี เป็นคนขับรถชนคนตายในคดีครูจอมทรัพย์ เพื่อที่จะนำไปเป็นหลักฐานสำคัญในการช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ที่ถูกพิพากษาจำคุก และอยู่ระหว่างการรอศาลฎีกาตัดสิน

ทั้งนี้ นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง ที่มาในวันนั้น ได้ระบุว่าจะมีการดูแลช่วยเหลือ หาก นายสับ วาปี ต่อสู้คดีแล้วต้องติดคุก เป็นเงินจำนวน 4 แสนบาท และหากตกลงตามเงื่อนไข จะจ่ายก่อนล่วงหน้า 2 แสน เพราะเชื่อว่าจะติดคุกไม่นาน แต่ทาง พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ไม่ได้ตกลงให้การช่วยเหลือ เนื่องจากไม่มีความมั่นใจว่า นายสับ วาปี จะกระทำผิดจริง

พ.ต.ท.จิตต์ ยังเบิกความด้วยว่า ได้มีการสอบถามส่วนตัว กับนายสับ วาปี แล้ว ปรากฏว่า ในช่วงเกิดเหตุรถยนต์ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ไม่ได้อยู่ในครอบครอง จึงไม่เชื่อมั่น และได้แนะนำให้ไปหารือกับญาติผู้ตาย คือ นายเหลือ พ่อบำรุง เพื่อทำการเยียวยา พร้อมกับทักท้วงว่า น่าจะมีการรรับสารภาพก่อนหน้านี้ เพราะมาถึงกระบวนการของศาลฎีกา จะยากที่จะช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ จากนั้นได้เงียบหายไป และมารู้อีกครั้งว่ามีการร้องเรียนจากฝ่ายครูจอมทรัพย์ว่าตกเป็นแพะ โดยในคำให้การครั้งนี้ได้พูดตามความเป็นจริง ส่วนศาลจะมีการพิจารณาอย่างไร ขอให้เป็นกระบวนการยุติธรรม

ทั้งนี้ ในการเบิกความสืบพยานของ ของ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ถือเป็นประเด็นสำคัญ ที่นำมาหักล้างคำให้การของพยานฝ่ายผู้ร้อง ที่อ้างถึง นายสับ วาปี เป็นคนขับรถยนต์ชนคนตาย และเป็นหลักฐานในการนำเสนอต่อกระบวนการยุติธรรม ให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อคดี โดยมุ่งเน้นในเรื่องของ รถยนต์ บค 56 สกลนคร ของครูจอมทรัพย์ ไม่ได้มีการเฉี่ยวชนเกิดอุบัติเหตุ รวมกับการที่นายสับ วาปี ออกมารับสารภาพ ซึ่งถูกนำเป็นพยานหลักฐานใหม่ยื่นให้ศาลพิจารณารื้อฟื้นคดี ตาม พระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526

ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า การสืบพยานในการรื้อฟื้นคดีครั้งนี้ สรุปทางฝ่ายผู้ร้องได้นำพยานขึ้นเบิกความต่อศาล จำนวน 9 ปาก ส่วนของฝ่ายคัดค้าน มี 15 ปาก ดำเนินการสืบพยานครบถ้วน โดยในส่วนของผู้ร้อง ได้มุ่งเน้นในการพิสูจน์ รถยนต์ บค 56 สกลนคร ของครูจอมทรัพย์ ยืนยันว่า ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน รวมถึงพยานบุคคลที่ระบุว่า คนขับรถยนต์ชนเป็นชาย เพื่อนำเสนอต่อศาล ในส่วนของฝ่ายคัดค้าน ได้นำพยานปากสำคัญให้การในเรื่องของ ประเด็นหลัก คือ นายสับ วาปี ซึ่งเป็นคนที่ออกมารับสารภาพว่า ได้ขับรถยนต์ บค 56 มุกดาหาร ไปชนคนตายในคดีดังกล่าว และเป็นพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญของฝ่ายผู้ร้อง นำเสนอต่อศาลให้มีการพิจารณารื้อคดีใหม่

"ทางตำรวจมีความมั่นใจในเรื่องของพยานหลักฐานทุกอย่าง และในการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนถือว่ามีความสมบูรณ์ ซึ่งตำรวจจะถือเอาพยานหลักฐานในการดำเนินคดีเป็นหลัก ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ขอให้เป็นการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม แต่ทางตำรวจจะต้องรับผิดชอบในพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาลด้วย ขั้นตอนต่อไปศาลจังหวัดนครพนม จะรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ทำความเห็นเสนอศาลฎีกาพิจารณาต่อไป ซึ่งแนวทางการพิจารณามีสองแนวทางคือ การยกคำร้องในการรื้อพิจารณาคดีใหม่ หรือพิจารณาให้ครูจอมทรัพย์ กลับเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มขบวนการผู้รับจ้างหรือไม่ ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอศาลฎีกาพิจารณาเป็นที่สิ้นสุดก่อน" รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กล่าว.


advertisement